กองทุนAO Fund ทุ่ม1,300 ล้านบาท ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพJCKและJCKH นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน จ่อช้อปสินทรัพย์ราคาถูกยามเศรษฐกิจถดถอย

posted Nov 16, 2021, 12:35 AM by siam coverage   [ updated Nov 16, 2021, 12:36 AM ]

.com/img/a/

AO Fund กองทุนจากต่างประเทศ เน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กและกลางที่มีศักยภาพ ทุ่ม 1,300 ล้านบาท ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพ JCK และJCKH ส่งผลให้มีสภาพคล่องนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชำระหนี้ และเสริมกำลังลงทุนเลือกเฟ้นช้อปสินทรัพย์ราคาถูกในภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค อินเตอรเนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) หรือJCK และในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด(มหาชน) หรือJCKH เปิดเผยว่า กองทุน Advance Opportunities Fund หรือ AO Fund ซึ่งเป็นกองทุนจากต่างประเทศ ได้ใช้เงิน 1,300 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ JCK มูลค่า 1,000 ล้านบาท และหุ้นกู้แปลงสภาพของ JCKH มูลค่า 300 ล้านบาท เป็นผลให้ JCK และJCKH ได้รับสภาพคล่องเพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจ เงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการชำระหนี้

สาเหตุของการออกหุ้นกู้แปลงสภาพในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบต่อธุรกิจและกระแสเงินสดของบริษัท ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ทำได้ลำบาก สถาบันการเงินชะลอการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจ ดังนั้นบริษัทฯ เล็งเห็นว่าการออกหุ้นกู้แปลงสภาพนับเป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงและจัดการสภาพคล่องทางการเงิน

พร้อมกันนี้ ทางAO Fund เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว เลือกเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีศักยภาพในการเติบโต และที่ผ่านมาได้ลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมากกว่า 20 กว่าบริษัท นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา และทางAO Fund เล็งเห็นว่า JCK และJCKH มีศักยภาพในการเติบโต
ในส่วนของJCK นั้น มีโครงการลงทุนหลากหลายกระจายความเสี่ยงทั้งโครงการที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน นิคมโรงงานอุตสาหกรรม การเข้าลงทุนใน JCK จะเสริมให้มีสภาพคล่อง รับมือกับภาวะเศรษฐกิจของไทยและทั่วโลกกำลังถดถอย ก่อให้เกิดโอกาสด้านการเลือกลงทุนในโครงการที่มีคุณภาพ ทำเลดี ในราคาเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ

ขณะที่ JCKH นั้น จะได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศ และเตรียมจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้แปลงสภาพ นำไปลงทุนเพื่อซื้อแบรนด์อาหารอีก 2 แบรนด์ รวมถึงปรับปรุงและขยายสาขาของแบรนด์อาหารไดโดมอนและHot Pot

“สถานการณ์ของ JCK มีแนวโน้มที่ดีขึ้น พบว่ามีลูกค้าแสดงความสนใจติดต่อขอซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดีเฟส 2 คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถขายและโอนที่ดินได้ราว 30 ไร่ ตามแผนที่คาดไว้ และในปี 2565 จะสามารถปิดการขายในโครงการนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี เฟส 2 ได้ ขณะที่ JCKH เตรียมจะซื้อแบรนด์อาหารจากต่างประเทศ เพิ่มอีก 2 แบรนด์” นายอภิชัยกล่าว
Comments