ทันหุ้น ทันข่าว จับ กระแส เศรษฐกิจ

FSS ร่วมแสดงความยินดี CH เทรดวันแรก

posted Sep 19, 2022, 7:37 AM by siam coverage   [ updated Sep 19, 2022, 7:38 AM ]

19092022

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้อำนวยการ นางสาวสมลักษณ์ เธียรพจน์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CH ร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.นพ. อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริษัท นายศักดา ศรีแสงนาม (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายประวิทย์ ศรีแสงนาม (ที่ 1 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน นายปิยวงศ์ ศรีแสงนาม (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ในพิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ของ CH เป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้

WPH มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตแจ่ม ลูกค้าใช้บริการพุ่งรับไฮซีซั่น-ต่างชาติคัมแบ็ค ปักหมุดปี 65 รายได้โต 5 -10% All Time High ต่อเนื่อง

posted Sep 13, 2022, 7:49 AM by siam coverage   [ updated Sep 13, 2022, 7:50 AM ]

LED%20%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%204



31396%20(1)

บมจ.โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) ส่งซิกครึ่งปีหลังยังเติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์เปิดประเทศทำให้ลูกค้าต่างชาติมีสัดส่วนใช้บริการสูงขึ้น และบริการตรวจรักษาโควิด-19 ที่ยังเพิ่มขึ้น หนุนจำนวนผู้ใช้บริการพุ่งกระฉูดรับไฮซีซั่น ฟาก "เชน เหล่าสุนทร" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลั่นปี 65 ปักหมุดรายได้รวมทั้งปีเติบโต 5 -10% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติแตะระดับ 10% เดินหน้าต่อยอดคลินิกให้บริการโรคเฉพาะทาง ส่วนธุรกิจบริการศูนย์ Wellness โตทะลัก พร้อมเดินหน้าเร่งสร้าง รพ.สมุย เสร็จตามแผน เตรียมเปิดใช้บริการต้นปี 66


%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%996

นายเชน เหล่าสุนทร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำกัด (มหาชน) (WPH) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลักดันรายได้รวมทั้งปีเติบโต 5 -10% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1,226 ล้านบาท และคาดว่าสัดส่วนของผู้ป่วยต่างชาติจะสามารถกลับมาอยู่ที่ 10% และในปี 2566 น่าจะกลับมาอยู่ช่วงใกล้เคียงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ที่ระดับ 25%

“บริษัทฯยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นในทุกช่องทาง ทั้งจากนโยบายเปิดประเทศ โรงพยาบาลอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว และสถานการณ์โควิด-19 โอมิครอน ที่ยังคงแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ทำให้บริการการตรวจรักษาเพิ่มขึ้น ประกอบกับช่วงฤดูฝนเกิดโรคตามฤดูกาลและโรคระบาดมากขึ้น รวมถึงการเปิดภาคเรียนตามปกติ จึงทำให้คนกลับมาใช้บริการในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้นตามลำดับ”

ทั้งนี้ ในปีนี้ยังคงเน้นการเพิ่มบริการในส่วนของคลินิกโรคเฉพาะทาง รวมถึงการต่อยอดการรักษาโรคมะเร็ง และเพิ่มปริมาณเตียงรักษาในห้องICUมากขึ้น ขณะเดียวกันอาคาร Wellness ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพครบวงจรที่รองรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยโดยเฉพาะ เช่นการทำฟัน การทำกายภาพ เสริมความงามและตรวจสุขภาพ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ามารับบริการไม่ต้องมาปะปนกับผู้ป่วย ปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้บริการมากกว่า 100 คน/วัน ซึ่งสูงกว่าที่บริษัทฯคาดการณ์ไว้ ดังนั้นทำให้มั่นใจว่าในปีนี้ผลงานน่าจะยังมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

อนึ่ง สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2565 มีกำไรสุทธิ 20.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 208% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีขาดทุนสุทธิ 18.9 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 257.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.5% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวม 167.6 ล้านบาท

ส่วนผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 585.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.2% และมีกำไรสุทธิ 77.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 329.3% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลวัฒนแพทย์สมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการดำเนินงานก่อสร้างและคาดว่าจะเสร็จตามแผนที่วางไว้ โดยจะพร้อมเปิดบริการในไตรมาส 1/66 สนับสนับสนุนผลการดำเนินงานสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

PLANET ร่วมแสดงเทคโนโลยีในงาน “นิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ”

posted Sep 13, 2022, 7:43 AM by siam coverage   [ updated Sep 13, 2022, 7:43 AM ]

Photo%20_%20PLANET%20%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E2%80%9C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E2%80%9D

คุณทรีเวอร์ ทอมป์สัน (กลาง) รองประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหาร บมจ.แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย หรือ PLANET นำทีมผู้ผลิตสินค้าและเทคโนโลยีการสื่อสารด้านการทหารระดับโลก ประกอบไปด้วย TASSTA, Cambium Networks, Telenor Maritime และ Will-Burt เข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีในงานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ Defense & Security 2022 งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่ทันสมัยจากนานาประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้

INSET สุดปลื้ม! เข้า FTSE Micro Cap

posted Sep 6, 2022, 6:52 AM by siam coverage   [ updated Sep 6, 2022, 6:53 AM ]


IN05

ขอปรบมือรัวๆ ให้กับ บมจ.อินฟราเซท (INSET) ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมแบบครบวงจร ได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์เข้าคำนวณดัชนี FTSE Micro Cap จะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้ ซึ่งการได้รับการคัดเลือกครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพธุรกิจที่มีความน่าสนใจในการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ บิ๊กบอส "ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต" ฝากบอกว่าครึ่งปีหลังธุรกิจสัญญาณแจ่มอย่าบอกใคร!!! ลุยประมูลงานใหม่อีกเพียบ มั่นใจผลักดันผลงานปีนี้โตทะลุเป้า แบบนี้บรรดาแฟนคลับ และผู้ถือหุ้นสบายใจหายห่วง อนาคตสดใสแน่นอน

MTC เนื้อหอม! ต่างชาติ-สถาบันลุยซื้อ NVDR ทะลัก สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจมีศักยภาพเติบโตสูง มั่นใจนโยบายควบคุมดอกเบี้ยลิสซิ่งไม่กระทบ

posted Sep 6, 2022, 6:51 AM by siam coverage   [ updated Sep 6, 2022, 6:51 AM ]


%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%20%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%9E%205

บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) เผยนักลงทุนต่างชาติและสถาบันเข้ามาลงทุน NVDR หุ้น MTC คึกคัก ดันวอลุ่มซื้อเดือนส.ค.65 ทะยานกว่า 3,387 ล้านบาท ฟากบิ๊กบอส "ชูชาติ เพ็ชรอำไพ" ระบุการลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทฯ และธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่มีแนวโน้มดี มีศักยภาพการเติบโตของกำไรต่อเนื่อง เผยหากแบงก์ชาติประกาศนโยบายคุมดอกเบี้ยธุรกิจลิสซิ่ง มั่นใจไร้ผลกระทบ เพราะมีสัดส่วนเพียง 5%ของพอร์ตสินเชื่อรวม ประเมินระเบียบใหม่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่ทำตามกฎ ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่มากขึ้น

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ผู้นำสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์และนาโนไฟแนนซ์ของเมืองไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีเงินลงทุนของต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะเข้ามาเลือกลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโต และมีความสามารถในการทำกำไรในช่วงที่เหลือของปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง MTC ก็เป็นหนึ่งในหุ้นที่อยู่ในเรดาร์ของกองทุนต่างชาติ ซึ่งได้ให้ความสนใจกันอย่างคึกคัก และทยอยเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

โดยจากข้อมูลของเว็บไซต์ บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด พบว่า เฉพาะเดือนสิงหาคม 2565 เดือนเดียว มีเงินทุนต่างชาติเข้ามาซื้อใน NVDR ของหุ้น MTC มูลค่ารวมกว่า 3,387 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากองทุนและนักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นในธุรกิจ และศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯทั้งในปัจจุบันและอนาคต

“เสียดายที่นักลงทุนรายย่อยเรากลับขายหุ้นทิ้ง ทั้งที่ราคาปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงโดยต่างชาติเข้ามาเก็บทุกวัน”

สำหรับกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมจะประกาศนโยบายการควบคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยในธุรกิจลิสซิ่ง หรือเช่าซื้อนั้น ปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนธุรกิจเช่าซื้อแค่ 5% ของพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาท เท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าจะกำหนดเพดานดอกเบี้ยเท่าใด ก็เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯแต่ประการใด

“ปัจจุบันบริษัทฯ มีการคิดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้ออยู่ในอัตราที่ต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะควบคุมอัตราดอกเบี้ยในอัตราเท่าใด ก็มั่นใจว่าจะไม่มีผลต่อการดำเนินงานธุรกิจของบริษัท แต่ในทางตรงข้ามจะส่งผลดีมากกว่า เนื่องจากระเบียบปฏิบัติใหม่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือดีลเลอร์ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ จะได้รับผลกระทบโดยลูกค้าที่เคยใช้บริการจะหันมาหาผู้ประกอบการรายอื่นแทน ซึ่งส่งผลให้ MTC มีจำนวนลูกค้ามากขึ้น ดังนั้นประเด็นเรื่องการควบคุมดอกเบี้ยของธุรกิจลิสซิ่ง จึงไม่มีผลทางลบต่อบริษัทแต่ประการใด”นายชูชาติกล่าวในที่สุด

เปิดตัวแอป Dime! มุ่งปฏิวัติทุกข้อจำกัดของการออมและการลงทุน ประเดิมด้วยบัญชีเงินฝากดอกเบี้ย 3% และ บัญชีลงทุนหุ้นต่างประเทศขั้นต่ำเพียง 50 บาท

posted Sep 6, 2022, 4:09 AM by siam coverage   [ updated Sep 6, 2022, 4:24 AM ]

(6 กันยายน 2565) บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคืนภัทร โดยนายกัมพล จันทวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดตัว “Dime!” (ไดม์) แอปพลิเคชันที่มุ่งปฏิวัติทุกข้อจำกัดของการออมและการลงทุน ไม่ว่าด้านความรู้หรือรายได้ ประเดิมด้วยบริการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงสุด 3% ไม่มีขั้นต่ำ 2. บัญชีหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่เปิดโอกาสให้ลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้โดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 50 บาท โดยคิดค่าธรรมเนียมตามจริง ไม่มีขั้นต่ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง และ 3. บัญชีกองทุนรวม ที่ซื้อขายกองทุนรวมได้จากทุก บลจ. รวมกว่า 1,700 กอง พร้อมคำแนะนำตรงตามสไตล์ผู้ใช้ ปักหมุดการเป็นบริษัทเทคฯ สตาร์ตอัปที่ใช้เทคโนโลยีและดาต้าขับเคลื่อนการบริการในทุกจุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนของผู้ใช้บริการ หวังช่วยบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น


 

นายกัมพล จันทวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด กล่าวว่า แอปพลิเคชัน Dime! เกิดจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น เพราะแม้ปัจจุบันมีคนไทยมากกว่า 50 ล้านคนที่มีบัญชีเงินฝาก จากประชากร 70 ล้านคน ซึ่งอาจดูเหมือนสูง แต่การเข้าถึงบริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินฝากยังน้อยมาก เช่น มีคนเพียงแค่ 3 ล้านคนที่มีบัญชีหุ้นไทย และมีเพียง 1.5 ล้านคนเท่านั้นที่มีบัญชีกองทุนรวม แตกต่างจากประชากรในประเทศอย่างสหรัฐฯ หรือสิงคโปร์ที่ประชากรมากกว่า 50% มีบัญชีลงทุนหุ้น หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่เพิ่งเปิดตลาดหุ้นได้ไม่นาน ปัจจุบันก็มีจำนวนคนที่มีบัญชีลงทุนหุ้นมากกว่าประเทศไทย โดยจากข้อมูลของ IMF แสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุมหลากหลายจะมีความเหลื่อมล้ำน้อยกว่าประเทศอื่นอย่างชัดเจน


“คนไทยกว่า 75% เก็บออมความมั่งคั่งในรูปของเงินสด มีเพียง 3% เท่านั้นที่รักษาความมั่งคั่งในรูปของการลงทุน โดยพบว่าสาเหตุหลักที่คนไทยไม่นิยมออมเงินด้วยการลงทุนมาจาก หนึ่งความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุนยังมีช่องว่าง และสอง การให้บริการด้านการลงทุนมีต้นทุนสูง ดังนั้น หากผู้ให้บริการผลักภาระต้นทุนนี้ไปที่ผู้บริโภค ค่าใช้จ่ายที่สูงอาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเลือกที่จะไม่ลงทุน Dime! จึงเกิดขึ้นมาเพื่อขจัดอุปสรรคสองข้อนี้ โดยมุ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจการเงินดิจิทัลที่น่าเชื่อถือที่สุด แต่ในขณะเดียวก็เข้าถึงได้ง่าย ด้วยค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เพื่อที่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงิน โดยไม่ถูกจำกัดด้วยความรู้ ประสบการณ์ ความมั่งคั่ง หรือรายได้ เราเชื่อว่าบริการของ Dime! จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ” นายกัมพลกล่าว

ด้าน ดร.ฉัตริน ลักษณบุญส่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า “ปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่อยากลงทุน คือการเข้าถึงข้อมูล เพราะข้อมูลเบื้องลึกที่ใช้สำหรับตัดสินใจลงทุนมักมาพร้อมค่าใช้จ่าย แต่สำหรับแอปพลิเคชัน Dime! ตั้งแต่วินาทีแรกที่ดาวน์โหลด ลูกค้าทุกคนสามารถดูข้อมูลหุ้นต่างประเทศ ดูข้อมูลกองทุนรวมทุกชนิด รวมถึงอ่านบทความที่ให้ความรู้ทางการเงินได้ฟรีทันที นอกจากนี้ Dime! ยังทำให้การเงินเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับทุกคน โดยลดขั้นตอนการเปิดบัญชีให้ลูกค้าสามารถเปิดทั้งบัญชีด้านการออม และบัญชีด้านการลงทุนพร้อมกันได้ในครั้งเดียว แม้กระทั่งการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ซึ่งปกติสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย มักบังคับจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำที่สูง และมีภาระค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และการทำเอกสารหลายขั้นตอน Dime! ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ด้วยเงินบาท และกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 50 บาทเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในตลาดขณะนี้”


นอกจากนั้น ดร.ฉัตริน ยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับสำหรับการจัดการและการให้บริการของแอปพลิเคชัน Dime! ซึ่งจะดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมด รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในระยะเริ่มต้น บริการหลักซึ่งลูกค้าจะได้ครบทุกบริการในทันทีที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน มีดังนี้
1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ Dime! Save บัญชีเงินฝากซึ่ง Dime! ร่วมมือกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร ให้ดอกเบี้ยสูงสุดถึง 3% ไม่มีขั้นต่ำในการเปิดบัญชี โดยลูกค้าสามารถฝากเงินหรือโอนเงินได้โดยยืดหยุ่น และไม่มีเงื่อนไขมากเหมือนบัญชีฝากประจำ นอกจากนั้น ยังแอปพลิเคชันยังมีลูกเล่นให้ลูกค้าสามารถตกแต่งสลิปยืนยันการโอนเงินได้ ทำให้การใช้งานเป็นเรื่องสนุก และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์

2. บัญชีหลักทรัพย์ต่างประเทศ บัญชีนี้ทำให้การลงทุนในหุ้นต่างประเทศทำได้อย่างง่ายดาย โดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 50 บาทก็สามารถเป็นเจ้าของหุ้นชื่อดังในต่างประเทศได้ นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม เช่น ซื้อหุ้นต่างประเทศด้วยเงินบาทได้ หรือถ้าลูกค้าอยากแลกเงินบาทเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐเอง Dime! ก็จะแลกให้ทันที ไม่ต้องรอถึง 2 วันทำการ ผู้ลงทุนยังได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นค่าคอมมิชชันเดือนละหนึ่งครั้งสำหรับการซื้อหรือขายครั้งแรกของทุกเดือน และรายการซื้อขายต่อไป ก็จะเก็บตามจริงที่ 0.15% ของมูลค่าซื้อหรือขาย ไม่มีค่าคอมมิชชันขั้นต่ำ และไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เช่น ค่าธรรมเนียมโอนเงิน แลกเงิน หรือค่าธรรมเนียมยื่นแบบภาษี W-8BEN และที่พิเศษยิ่งกว่า คือ ลูกค้าที่เปิดบัญชีลงทุนภายในปี 2565 นี้ Dime! จะยกเว้นค่าคอมมิชชันให้ถึง 30 มิถุนายน 2566

3. บัญชีกองทุนรวม ซื้อขายกองทุนรวมได้ทุก บลจ. บัญชีกองทุนรวมของ Dime! สามารถลงทุนได้ทุกที่แบบไม่จำกัดค่าย โดยปัจจุบัน Dime! รวบรวมกองทุนรวมในไทยมากกว่า 1,700 กองทุน จาก 21 บลจ. ภายในปี 2565 ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุน แต่ไม่มีเวลาติดตามหุ้นรายตัวและผู้ที่ต้องการซื้อกองทุนรวมเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีนอกจากนี้ Dime! ยังมีการจัดหมวดหมู่รายชื่อกองทุนรวมที่น่าสนใจ ภายใต้ธีมต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ลงทุนเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีบริการ Dime! Fast ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนจะได้รับเงินคืนภายใน 2 วันทำการ หลังส่งคำสั่งขายหน่วยลงทุน รวดเร็วกว่าแบบปกติที่อาจต้องรอนานถึง 7 วันทำการ


คุณเฉลิมวุฒิ ชมะนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยีกล่าวว่า “จุดแข็งหนึ่งของ Dime! คือ แม้ว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันการเงิน แต่เรามีวัฒนธรรมองค์กรและกระบวนการทำงานแบบบริษัทเทคฯ สตาร์ตอัป เราได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั้งในและนอกวงการการเงิน มาร่วมกันออกแบบโครงสร้างเทคโนโลยี โดยใช้สถาปัตยกรรมที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน และวางโครงสร้างทีมให้ทำงานได้อย่างคล่องตัว เราจึงสามารถออกแบบ สร้าง และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานของระบบ เพื่อรองรับปริมาณรายการธุรกรรมของผู้ใช้งานที่จะเติบโตต่อไปได้ตามที่เราตั้งเป้าไว้”


ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Dime! เพื่อสัมผัสบริการทางการเงินที่ทลายทุกข้อจำกัดได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Play Store และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน Dime! ได้ที่ www.dime.co.th หรือ Facebook: @dimeinvest

เกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime)

บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime) เป็นบริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และเริ่มประกอบธุรกิจในเดือนสิงหาคม 2565 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติธุรกิจการเงินและการลงทุน ทำให้การเงินและการลงทุนเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และวัฒนธรรมการทำงานแบบยึดลูกค้าเป็นหลัก

KKP Dime เชื่อว่าทุกคนต้องสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และไม่ถูกจำกัดด้วยความรู้ ประสบการณ์ ความมั่งคั่ง หรือรายได้

GSC ไม่ธรรมดา !

posted Aug 29, 2022, 7:11 AM by siam coverage   [ updated Aug 29, 2022, 7:11 AM ]

%E0%B8%99.%E0%B8%AA.%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%8C%20%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3%20%E0%B8%93%20%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2%20%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20GSC

ปรมมือรัวๆๆ ให้กับ CEO หญิงคนเก่ง " ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา" บมจ. โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC) …ล่าสุด! ประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2565 พลิกเป็นกำไร 2.86 ล้านบาท หรือคิดเป็นเติบโต 146.85 % จากช่วงปีก่อนขาดทุน หลังจากการปรับกลยุทธ์ การปรับโครงสร้างธุรกิจ ควบคู่ไปกับการขยายฐานธุรกิจใหม่ เพื่อต่อยอดธุรกิจ Call Center มุ่งเน้นงานมาร์จิ้นดี....งานนี้เห็นแล้วชื่นจาย….. แววๆว่ายังมีข่าวดีให้ติดตามอีกเพียบ … และงานที่บริษัทขยายไลน์ ธุรกิจติดตามหนี้ - AMC และซอฟต์แวร์ด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม” Wow Wowใครยังไม่หุ้น GSC ติดพอร์ตไว้ อย่าช้า จะได้ไม่พลาดโอกาสเฮงๆ รวยๆ

“E.SUN BANK” ธนาคารไต้หวันฉลองยิ่งใหญ่ เปิดสำนักงานแห่งแรกในกรุงเทพฯ

posted Aug 29, 2022, 7:09 AM by siam coverage   [ updated Aug 29, 2022, 7:10 AM ]

Grand%20Opening%20E.SUN%20BANK%20at%20BANGKOK%20OFFICE_24%20Aug%202022

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – เมื่อเร็ว ๆ นี้ “ธนาคารอีซัน” (E.SUN Bank) ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในธนาคารที่ดีที่สุดในไต้หวัน จัดงานเปิดตัว “สำนักงานผู้แทนประจำกรุงเทพมหานคร” (Bangkok Office) อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ นำโดย นายหวง หยาง เจน (Mr. Yung-Jen Huang) ประธานกรรมการ E.SUN FHC และผู้ก่อตั้งธนาคารอีซัน และ นายหวง หนาน โจว (Mr. Joseph N.C. Huang) ประธานกรรมการธนาคารอีซัน สองหัวเรือใหญ่ที่ได้เผยถึงก้าวสำคัญของ E.SUN ในการขยายสาขาสู่ประเทศไทย และความเชื่อมั่นต่อศักยภาพธุรกิจการธนาคารของไทยที่แข็งแกร่ง รวมทั้งได้แสดงความขอบคุณชาวไทยและผู้ร่วมงานอย่างน่าประทับใจ ผ่านการบรรเลงบทเพลงอันไพเราะในพิธีเปิด โดย “E.SUN Choir” วงดนตรีประสานเสียงของ E.SUN ทั้งนี้ งานเลี้ยงฉลองยังได้รับเกียรติจากผู้มีชื่อเสียงในประเทศมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร Dr. Suo-Hang Chuang ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และ Mr. Sheng-Ching Yu ประธานสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย ประธานผู้ก่อตั้งสมาคมธุรกิจไทย-ไต้หวัน และผู้แทนบริษัทที่สำคัญของไต้หวันและไทย ฯลฯ

E.SUN Bank หรือ ธนาคารอีซัน ได้เดินหน้าขยายสาขาทั่วภูมิภาคเอเชียมาอย่างต่อเนือง โดยล่าสุดได้ปักหมุด “สำนักงานผู้แทนประจำกรุงเทพมหานคร” (Bangkok Office) แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของธุรกิจการธนาคารของไต้หวันสู่อาเซียน (ASEAN) โดย E.SUN ได้เล็งเห็นว่า ด้วยศักยภาพของไทยนั้น จะช่วยให้บรรลุแผนยุทธศาสตร์การบริการที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในคาบสมุทรอินโดจีน และอยู่ในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) รวมถึงเป็นสมาชิกที่สำคัญของสมาคมอาเซียนที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง

ด้านความเชื่อมั่นต่อนโยบายการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างแข็งขันของไทย อาทิ "Thailand 4.0" การพัฒนาอุตสาหกรรมนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และการผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ที่มุ่งเน้นในการดึงดูดต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย ต่างส่งผลให้ประเทศไทยเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ มีแนวโน้มจากต่างชาติเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สำนักงาน E.SUN ในกรุงเทพฯ จะช่วยให้นักลงทุนไต้หวันและไทยสะดวกมากขึ้น นอกจากจะช่วยบริการด้านธุรกรรมแล้ว ยังรวมถึงการช่วยเหลือเรื่องข้อกำหนดต่าง ๆ ระหว่างประเทศอีกด้วย

“กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่ใหญ่ มีความเป็นสากลสูง ธนาคารต่าง ๆ จึงเลือกที่จะตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี่ เมื่อพิจารณาถึงแผนการพัฒนาในระยะยาวของ E.SUN ที่มุ่งขยายสาขาเพื่อให้บริการครอบคลุมทั่วเอเชียแล้ว เราจึงเลือกกรุงเทพฯ เพื่อตอบสนองต่อตลาดเอเชียและแผนการขยายตัวของเราสู่ต่างประเทศ การจัดตั้งสำนักงานที่กรุงเทพฯ นั้น จะช่วยให้ E.SUN เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้น และยังทำให้เรารับรู้ถึงข้อมูลเกี่ยวกับตลาดและอุตสาหกรรมได้อย่างทันท่วงที สามารถนำมาปรับใช้ให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น” นายหวง หนาน โจว กล่าว

E.SUN Bank ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 เป็นหนึ่งในธนาคารที่ดีที่สุดในไต้หวัน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมการธนาคารในด้าน SMEs การธนาคารข้ามพรมแดน การบริหารความมั่งคั่ง ธนาคารเพื่อผู้บริโภค บริการบริหารการเงิน บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล ปัจจุบัน มีสาขาถึง 30 แห่งใน 10 ประเทศและภูมิภาค ได้แก่ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา พม่า ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา E.SUN ได้รับรางวัลจากสภาบริหารไต้หวัน (National Quality Award) ด้านคุณภาพการบริหาร 4 ปีติดต่อกัน จาก S&P Global Ratings สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ได้ปรับอันดับขึ้นเป็น A ในปี 2022 และที่สำคัญยังได้รับการจดทะเบียนในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI Sustainability Index) 8 ปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมทางการเงิน

สำหรับแผนยุทธศาสตร์หลักของ E.SUN Bank คือพัฒนาการบริหารทั้งในและต่างประเทศให้แข็งแกร่ง เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีด้านการเงิน และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาที่ยั่งยืนของ FinTech และ ESG ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทั้ง Environment, Social, และ Governance ในด้าน ESG นั้น ในปีนี้ E.SUN ได้รับการจดทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก RE100 ผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง สู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ในอนาคต E.SUN จะยังคงพัฒนาศักยภาพของเราทั้งในไต้หวันและต่างประเทศ โดยมีเอเชียเป็นศูนย์กลาง บริหารความเสี่ยงและให้บริการกับลูกค้า และมุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารที่มีมาตรฐานและมีเอกลัษณ์ในระดับเอเชียต่อไป ทั้งนี้ ปีนี้เป็นปีที่ 30 ย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ของ E.SUN Bangkok

สำนักงานผู้แทนประจำกรุงเทพมหานคาร ธนาคารอีซัน ตั้งอยู่บนชั้น 29 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (Empire Tower) ถนนสาทรใต้ เขตสาทร โดยจะให้บริการด้านข้อมูลทางธุรกิจและคำแนะนำแก่ลูกค้าในประเทศไทย รวมถึงเชื่อมต่อกับสาขาในไต้หวัน สิงคโปร์ กัมพูชา และเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ที่มีตลาดการเงินที่แข็งแรง เพื่อให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแก่ลูกค้ากลุ่มองค์กรและกลุ่มผู้ประกอบการเป็นหลัก ผ่านนวัตกรรม FinTech และ ESG ของ E.SUN BANK ที่เป็นจุดแข็งของธนาคารและมีความโดดเด่นอย่างมากในเอเชีย

สำนักงานผู้แทนประจำกรุงเทพมหานคาร ธนาคารอีซัน

เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น 29 ห้อง 2905 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ

โทร. 02 286 1313

SUPER ออร่าจับ!โชว์ศักยภาพในงาน“ THAILAND FOCUS 2022 ” หนุนนักลงทุนสถาบันทั้งใน-ต่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่น ปักหมุดผู้นำพลังงานหมุนเวียนภูมิภาคอาเซียน

posted Aug 29, 2022, 7:01 AM by siam coverage   [ updated Aug 29, 2022, 7:02 AM ]


%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%20%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B0%20%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20SUPER

SUPER เข้าร่วมงาน“Thailand Focus 2022 ระหว่าง 24-26 สิงหาคมนี้ โชว์ศักยภาพการเติบโต และแผนการดำเนินงานธุรกิจให้กับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ฟากซีอีโอ “จอมทรัพย์ โลจายะ” ระบุการเข้าร่วมงานในครั้งนี้สนับสนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ หวังเพิ่มสัดส่วนการลงทุน เดินหน้าเตรียมความพร้อมเข้าประมูลโครงการทั้งในประเทศและประเทศเวียดนาม ดันกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือแตะ 2,500 เมกะวัตต์ ภายในปี2566 ขึ้นแท่นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนแถบภูมิภาคอาเซียน

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เข้าร่วมในการนำเสนอข้อมูลในงาน “Thailand Focus 2022 ระหว่าง 24-26 สิงหาคม 2565 โดยจะมีผู้เข้าร่วมรับฟังข้อมูลเป็นกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน ทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทฯจะนำข้อมูลในส่วนของแผนการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

“ การนำเสนอข้อมูลครั้งนี้เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศ รวมทั้งสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้เพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯจะนำข้อมูลการดำเนินธุรกิจ แผนงานและโครงการในอนาคต ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ SUPER และมีศักยภาพที่จะผลักดันการเติบโตตามแผนงานได้อย่างเป็นอย่างดี ” นายจอมทรัพย์ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทฯมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 1,586.32 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้ว แบ่งเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์มฯ – วินด์ฟาร์ม ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 886.72 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือ 699.60 เมกะวัตต์ เป็นโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานขยะในประเทศไทย

บริษัทฯมีความพร้อมที่จะเดินหน้ารุกขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถCOD ภายหลังจากที่หน่วยงานของเวียดนามประกาศนโยบายที่ชัดเจน รวมทั้งมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP Hybrid อีก 16 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขยะ จังหวัดหนองคาย 6 เมกะวัตต์ โดยจะทยอย COD ได้ในช่วงปลายนี้

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯมั่นใจว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยรายได้เติบโตระดับ 30-35% จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นไปแตะ 1,900–2,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันได้ตั้งป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มเป็น 2,500 เมกะวัตต์ภายในปี 2566 ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในแถบภูมิภาคอาเซียน

EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณชะลอตัวชัดเจนขึ้น จาก เงินเฟ้อและภาวะการเงินตึงตัว คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยในอัตรา ชะลอลง

posted Aug 22, 2022, 9:39 AM by siam coverage   [ updated Aug 22, 2022, 9:40 AM ]

Monthly%20AUG


EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณ ชะลอตัวชัดเจนขึ้น จากเงินเฟ้อและภาวะการเงินตึงตัวคาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยในอัตราชะลอลง ตามความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยที่เพิ่มสูงขึ้นมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศ-ภาคบริการหลังเปิดประเทศคาดดอกเบี้ยนโยบายแตะ 1.25% ณ สิ้นปี

19 สิงหาคม 2565: เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณชะลอตัวลงและหลายตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical recession) ในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา แม้การจ้างงานยังอยู่ในระดับดี ขณะที่ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานในยุโรปจากการลดปริมาณการส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียและภาวะเงินเฟ้ออาจส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปหดตัวในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลกที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามเงินเฟ้อที่เร่งตัว ซึ่งลดทอนอำนาจซื้อ และการตึงตัวของนโยบายการเงิน ด้านปัญหาการชะงักงันของอุปทานโลกแม้เริ่มคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะท่าทีที่แข็งกร้าวระหว่างจีนและสหรัฐฯ ต่อกรณีไต้หวัน ยังตอกย้ำแนวโน้มของการแบ่งแยกอุปทานโลก (Global supply chain decoupling) ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในโลกหลังโควิด ความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ (Recession) ที่เพิ่มสูงขึ้น กอปรกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจผ่านพ้นจุดสูงสุดในไตรมาสที่ 3 และจะเริ่มชะลอตัวตามราคาพลังงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงทั้งในภาคการผลิตตามการชะลอตัวของอุปสงค์โลก และในภาคบริการตามแรงส่งของอุปสงค์คงค้างที่ทยอยหมดลงและปัจจัยทางฤดูกาล จะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอัตราที่ช้าลงในระยะต่อไป ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดเงินโลกลดลงและผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มฟื้นตัว

เศรษฐกิจไทยมีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องหลังเปิดประเทศ แม้เงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยกดดันและจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างกว้างขวางมากขึ้น เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาขยายตัวได้ 2.5% จากการเร่งตัวของการบริโภคในประเทศ การฟื้นตัวของภาคบริการโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและการค้าส่งและค้าปลีก และรายได้ในภาคเกษตรที่ขยายตัวในเกณฑ์ดี ในระยะต่อไป การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะส่งผลให้ภาคท่องเที่ยวและภาคบริการกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญมากขึ้น โดย EIC ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้แตะ 10 ล้านคน (เดิม 7.4 ล้านคน) และประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้าอาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้เคียงระดับ 28 ล้านคนตามแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นมากในปีหน้าหากรัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการด้านพรมแดน ด้านการบริโภคมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาใกล้เคียงปกติ แต่ยังมีความเสี่ยงในระยะข้างหน้าจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง (7.6% ในเดือน ก.ค.) โดยเริ่มเห็นการเร่งตัวของราคาสินค้าทั่วไป (สินค้าหมวดพื้นฐาน) จากการส่งผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจไปยังผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนแรงงานในภาคธุรกิจและการปรับขึ้นของราคาสินค้า ทั้งนี้จากผลสำรวจของ EIC (EIC Consumer Survey 2565) พบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ และกว่าครึ่งหนึ่งมีปัญหาด้านการชำระหนี้ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

EIC คาดว่า กนง. จะทยอยขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการประชุมที่เหลืออีก 2 ครั้งของปีนี้ โดยดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปีจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.25% จากสถานการณ์เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มใกล้ผ่านจุดสูงสุด เงินบาทที่กลับมาแข็งค่า และภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มเปราะบางที่ยังฟื้นตัวช้า โดย EIC ประเมินว่า กนง. เล็งเห็นความจำเป็นต้องเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อคาดการณ์ให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย และเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจนขี้น อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปรับขึ้นรอบละ 0.25% ในการประชุม 2 รอบที่เหลือของปี เพื่อประคองสถานะทางเศรษฐกิจในกลุ่มเปราะบางไม่ให้ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อนทั้งจากเงินเฟ้อ และภาระหนี้ที่จะเพิ่มขึ้นรวมถึงโอกาสทางรายได้ที่อาจถูกกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่... https://www.scbeic.com/th/detail/product/eic-monthly-0822

โดย : Economic Intelligence Center (EIC)
ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน
EIC Online: www.scbeic.com
Line : @scbeic

1-10 of 270

Comments