Siamcoverage TH‎ > ‎

มกอช.ควงแขนผู้บริโภค พาชมฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นออร์แกนิคใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

posted Nov 17, 2017, 3:15 AM by siam coverage
มกอช. จัดกิจกรรมเส้นทางอาหารปลอดภัย พาผู้บริโภค “ชม” การเลี่ยงสาหร่ายพวงองุ่นออร์แกนิค พืชน้ำเค็มที่กำลังได้รับความนิยมสูง “ชิม” อาหารอร่อย ปลอดภัย มาตรฐานคิว เรสเตอรองค์ จังหวัดเพชรบุรี สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ผู้บริโภค

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่าปีนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย สร้างความปลอดภัยให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มกอช.จึงสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยจัดกิจกรรมเส้นทางอาหารปลอดภัย พาผู้บริโภคเยี่ยมชมโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสาหร่ายพวงองุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์กำลังได้รับความนิยมสูงมากในขณะนี้

เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า สาหร่ายพวงองุ่น หรือ กรีนคาเวียร์ หรือ สาหร่ายเม็ดพริก เป็นสาหร่ายทะเลสีเขียวที่มีเม็ดกลมเล็กรวมกันเป็นช่อคล้ายพวงองุ่น หรือไข่ปลาคาเวียร์ มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยแมกเนเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อและประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แคลเซี่ยมบำรุงกระดูก ไอโอดีน ป้องกันและรักษาโรคคอหอยพอก สังกะสี ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เบต้าแคโรทีน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นหลายอย่าง และสารพลีแซคคาไรด์ ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดี สามารถต้านมะเร็งเต้านม ไขมันในสาหร่ายมีอยู่ในปริมาณต่ำ ให้พลังงานเพียงเล็กน้อย แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ดรคหัวใจและเบาหวาน นอกจากคุณประโยชน์ด้านโภชนาการแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิว ให้ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ลดการทำลายคอลลาเจนชั้นผิว และช่วยยับยั้งฝ้า กระ ได้ดีอีกด้วย

อีกทั้งการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแบบอินทรีย์ ยังเป็นอาชีพที่น่าสนใจเนื่องจากขายได้ราคาดีและมีวิธีการเพาะเลี้ยงไม่ยาก เพียงเลือกทำเล พื้นที่ที่มีสิทธิ์ครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย มีแหล่งน้ำและดินไม่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารเคมี ตลอดจนมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีที่อาจมาทางดิน น้ำ และอากาศ โดยเตรียมเพาะเลี้ยงต้นสาหร่ายที่เป็นแม่พันธุ์ในแผงเพาะสาหร่าย ในบ่อดินหรือบ่อปูนด้วยน้ำเค็มที่มีความเค็ม และสารต่างๆ ตามที่กำหนด ก็จะมีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้ แผงละ 6-14 กิโลกรัม ภายในเวลา 1-2 เดือน แล้วแต่ฤดูกาล ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 200-250 บาท แต่สาหร่ายที่ตัดแต่งช่อสวยงาม จะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 400-500 บาท

เลขาธิการ มกอช. กล่าวเสริมว่า การทำเกษตรอินทรีย์ หรือ ออร์แกนิค (Organic) เป็นขบวนการผลิตทางการเกษตรที่ในฟาร์มไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิด เช่นยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า วัคซีน ปุ๋ยเคมี และฮอร์โมน ในทุกขั้นตอนการผลิตจนถึงเก็บเกี่ยว โดยต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รักษาสมดุลของระบบนิเวศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ผลผลิตที่ได้จึงปลอดภัยต่อเกษตรกรผู้ผลิต อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาวและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่วนผู้บริโภคมีทางเลือกในการบริโภคอาหารปลอดภัยมากขึ้น มีสุขภาพอนามัยที่ดีและลดอัตราการเจ็บป่วยลง เนื่องจากเป็นระบบที่ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์

นอกจากการชมฟาร์มเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแล้ว กิจกรรมเส้นทางอาหารปลอดภัยยังพาไปรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย หรือ คิว เรสเตอรองค์ (Q restaurant) ที่ครัวริมอ่าว บางตะพูน ซึ่งเป็นร้านที่ใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้ทานกันอย่างมั่นใจอีกด้วย

“การจัดกิจกรรมเส้นทางอาหารปลอดภัยในลักษณะท่องเที่ยวเชิงเกษตรนี้ ถือเป็นนิมิตใหม่ในการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการเกษตรให้กับผู้บริโภค เป็นกลไกในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรมีกำลังใจในการทำงาน ผู้บริโภคเกิดความรู้ความเข้าใจในระบบการผลิตสินค้าเกษตรและการทำงานของเกษตรกร เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานได้เป็นอย่างดี” เลขาธิการ มอกช.กล่าว
Comments