Siamcoverage TH‎ > ‎

ฟื้นฟูคูคลอง = คืนชีวิตและรักษาวิถีคนฝั่งธน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.)

posted Jan 18, 2022, 9:26 AM by siam coverage   [ updated Jan 18, 2022, 9:27 AM ]
.com/img/a/

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีเวทีเสวนา “รวมกัลยาณมิตร ชุบชีวิตคลองฝั่งธนบุรี” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดโดยโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน (โครงการ Green Thonburi) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ชุนชนริมฝั่งคลอง บนฐานทรัพยากรและศักยภาพของชุมชน ระหว่างตัวแทนชุมชนริมฝั่งคลอง นักวิจัย และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

.com/img/a/


ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า การที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองด้วยระบบถนน ทำให้คูคลองที่เคยเป็นระบบคมนาคมสำคัญของคนฝั่งธนฯถูกมองข้าม

“ระบบคูคลองคือหนึ่งในต้นทุนด้านทรัพยากร ที่ทำให้ชุมชนในพื้นที่บริเวณนี้มีอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ แต่เมื่อระบบคมนาคมที่เข้ามา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการใช้คลองเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ทำให้คูคลองในฝั่งธนฯ จำนวนมากถูกปล่อยทิ้งให้ตื้นเขิน หรือกลายเป็นแหล่งรับน้ำเสียจากเมือง โดยเราพบว่าการทำระบบขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) ต่อเชื่อมกับระบบถนนหรือระบบราง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเดินทางเข้าสู่เมือง เราจะสามารถทำให้พื้นที่ฝั่งธนฯ ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านกสิกรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิต เหล่านี้ เป็น “พื้นที่เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนได้จริง”


.com/img/a/

คุณรสนา โตสิตระกูล หนึ่งในว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า อยากให้มองว่า คูคลองเป็นมากกว่าเส้นทางระบายน้ำ และต้องมีงบประมาณมาพัฒนาคูคลองอย่างจริงจัง โดยยกตัวอย่าง โครงการขุดอุโมงค์ระบายน้ำเขตภาษีเจริญ บางแค บางบอน บางขุนเทียน ลงสู่แก้มลิงคลองมหาชัย ของ กทม. ที่ใช้งบประมาณถึง 6 พันล้านบาท สามารถนำมาขุดลอกคลองทั้ง กทม. ได้ระยะทางมากกว่า 60,000 กิโลเมตร (ต้นทุนค่าขุดลอกคลอง ประมาณ 1 แสนบาท/กิโลเมตร)

“เมื่อคูคลองได้รับการพัฒนา และมีการเชื่อมโยงกันและเชื่อมกับระบบขนส่งอื่นๆ นอกจากทั้งเส้นทางสัญจรเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะเป็นเส้นทางลำเลียงผลผลิตในสวนออกมาขายที่ตลาด หรือขายให้กับนักท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้จะเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เหล่านี้ได้ และพอเกิดสิ่งนี้ขึ้นมันก็จะย้อนไปทำให้คนในชุมชนหันมาดูแลคูคลองของเขาเองด้วยเช่นกัน”



.com/img/a/

ด้านคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อีกท่านหนึ่งที่มาร่วมในเวทีนี้ กล่าวว่า นอกจากการทำให้คูคลองที่เป็นเสมือนเส้นเลือดฝอย ในการช่วยนำคนเข้าสู่ระบบเส้นเลือดหลักทั้งรถไฟฟ้าและระบบถนนแล้ว การมีหน่วยงานด้าน Creative Economy เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนริมคลองได้

“Creative Economy จะทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่สนใจของคนได้ ทำให้การปลูกผัก การปลูกส้ม เป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ เกิดเป็นเศรษฐกิจสีเขียวที่สามารถรักษาความเป็นชุมชนที่มีอัตลักษณ์ของตนเองได้ ซึ่งอยากให้ กทม. มีสำนักนี้เกิดขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ไปดูแล ไปแนะนำคนกลุ่มนี้”

คุณสัมพันธ์ มีบรรจง หรือน้าแอ๊ว จากชุมชนบางประทุน ที่เข้าร่วมในเวทีเสวนา กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการได้มาทำงานร่วมกับ มจธ. ภายใต้โครงการ Green Thonburi และโครงการอื่นๆมายาวนานก็คือการทำให้คนในชุมชนได้มาร่วมกันคิดร่วมกันทำ

“ที่ผ่านมาก็มีคนในชุมชนขายสวนขายที่ไปไม่น้อย เราก็พยายามรวมกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกันในการรักษาความเป็นชุมชนเกษตรของเรา เป็นกลุ่มรักบางประทุน ที่ได้ มจธ. และอาศรมศิลป์ เข้ามาช่วยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และทำให้พวกเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ เกิดเป็นกลุ่มแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ที่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมีการทำการตลาดออนไลน์ไปพร้อมกัน ที่สำคัญทำให้เราได้รู้จักเพื่อนๆ ในชุมชนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการแชร์ความคิด ประสบการณ์ และเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งในปัจจุบัน”


.com/img/a/

ดร.รัตมณี อ๋องสกุล จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย นักวิจัยโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวชุมชนคลองฝั่งธนบุรี กล่าวสรุปว่า สิ่งที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม. และผู้นำชุมชน สะท้อนออกมาในเวทีนี้ ทั้งเรื่องระบบคมนาคม และศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวระดับพื้นที่ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันคลังสมองของชาติ ชุมชนคลองบางประทุน ย่านตลาดพลู ชุมชนพูนบำเพ็ญ ชุมชนคลองบางมด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โรงเรียนรุ่งอรุณ สถาบันอาศรมศิลป์ และมหาวิทยาลัยสยาม โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยใช้เครื่องมือยุทธศาสตร์ “แผนผังภูมินิเวศ” ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจสีเขียวบนฐานต้นทุนนิเวศวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยดำเนินการร่วมกับ “คลังสมองของพื้นที่” หรือเครือข่ายภาคชุมชน-ภาควิชาการ-ภาครัฐ ในทั้ง 4 พื้นที่คือ ชุมนพูนบำเพ็ญ เขตภาษีเจริญ ชุมชนตลาดพลู เขตธนบุรี ชุมชนคลองบางประทุน เขตจอมทอง และชุมชนคลองบางมด เขตทุ่งครุ-บางขุนเทียน รวมถึงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กทม. เพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวระดับกลุ่มชุมชนที่เชื่อมโยงชุมชนร่วมสายคลองฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเชิงพื้นที่มีความยั่งยืนต่อไป
Comments