Siamcoverage TH


เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวนวัตกรรมพีซีใหม่ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง รองรับกระแส work from anywhere

posted Jul 7, 2021, 10:14 AM by siam coverage   [ updated Jul 7, 2021, 10:20 AM ]


images%2B%25284%2529

Latitude 9520 2-in-1 พีซีสำหรับธุรกิจในระดับอัลตร้า-พรีเมียมขนาด 14 นิ้วที่ชาญฉลาดที่สุดพร้อม AI ภายใน

· Latitude 7320 Detachable ที่โฉบเฉี่ยวและมีน้ำหนักเบา ได้รับการออกแบบมาสำหรับ mobile professionals เพื่อรองรับวันแห่งการทำงานจากที่ใดก็ได้ตามต้องการ (do-from-anywhere)

· Dell UltraSharp Webcam ยกระดับประสบการณ์การประชุมผ่านวิดีโอของคุณ ให้คุณภาพของภาพประหนึ่งถ่ายด้วยกล้อง DSLR ขณะที่มาพร้อมกับมีความชาญฉลาด (intelligent) และใช้งานง่าย

images%2B%25285%2529


เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาพร้อมความเป็นอัจฉริยะ (intelligent) ความสามารถในการทำงานร่วม (collaborative) และชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืน (sustainable) เพื่อให้ผู้ใช้และคนทำงานมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น สามารถทำงาน (work) หรือใช้งานเพื่อการผ่อนคลาย (play) ได้จากในทุกที่

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เชื่อว่าพีซีคือทางเชื่อม หรือประตูที่นำพาผู้คนไปสู่การทำงาน การใช้งานเพื่อพักผ่อน และเพื่อการเรียนรู้ และอย่างที่มีการคาดหวังต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผู้ใช้ที่มีต่อเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเดลล์ได้ก้าวข้ามขอบเขตและอุปสรรคต่างๆ ในการสร้างสรรค์อุปกรณ์ที่สามารถให้ประสบการณ์การทำงานที่ดียิ่งขึ้นและบูรณาการเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนได้มากขึ้น อุปกรณ์ใหม่เหล่านี้ได้รับการสร้างสรรค์และออกแบบด้วยนวัตกรรมด้วยการคำนึงถึงส่วนประกอบสำคัญหลักที่ครอบคลุมทั้ง ความเป็นอัจฉริยะ (Intelligence) การทำงานร่วมกัน (Collaboration) การเชื่อมต่อ (Connectivity) การรักษาความปลอดภัย (Security) และ ความยั่งยืน (Sustainability)

“เป็นที่พิสูจน์แล้วว่าพีซีไม่ได้ตายไปจากตลาดอย่างที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และด้วยรูปแบบของการทำงานได้จากทุกที่ (work from anywhere) และการเรียนรู้ทางไกล (remote learning) ที่กำลังกลายมาเป็นกระแสหลัก จึงเป็นที่ชัดเจนว่าพีซียิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในการช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อ ทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังสามารถทำงานในแบบที่สมาร์ทยิ่งขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ที่เดลล์ เราออกแบบพีซีที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อให้สามารถช่วยให้คุณทำงานได้จากทุกที่และทำงานได้อย่างดีที่สุด”

                                                        



Latitude 9520 2-in-1: เมื่อความชาญฉลาดผสานเข้ากับนวัตกรรม

ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำงานในแบบคอลลาบอเรตได้ง่ายขึ้น เครื่อง Latitude 9520 2-in-1 พีซีธุรกิจระดับพรีเมียมขนาด 15 นิ้ว ที่มาในขนาด 14 นิ้ว พร้อมระบบ AI บิวท์อินภายใน ที่มาพร้อม 11th Gen Intel® Core™ i7 โปรเซสเซอร์ ทั้งนี้ตัวเครื่อง Latitude สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยอะลูมิเนียม CNC พร้อมรายละเอียดที่ดีที่สุดของขอบแบบ diamond-cut และพื้นผิวแบบ hair-line brushed finish มากับคีย์บอร์ดและทัชแพดที่ให้ความรู้สึกดียามใช้งานอย่างที่มองเห็น นอกจากนี้ Latitude 9520 2-in-1 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆ ได้แก่

· ExpressConnect ใหม่ที่จะนำคุณเข้าสู่จุดเชื่อมต่อ (access point) ที่แรงที่สุดในออฟฟิศโดยอัตโนมัติ พร้อมดึงแบนด์วิดธ์เข้าสู่แอปพลิเคชันที่มีความสำคัญต่างๆ ไม่ว่าคุณจะทำงานตรงไหนก็ตาม

· Corning® Gorilla® Glass DX ภายในเครื่อง 2-in-1 มอบนวัตกรรมแผ่นกระจกระดับพรีเมียมที่ช่วยลดการสะท้อนได้ถึง 9% เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้จากทุกที่ไม่ว่าจะจากที่ใดก็ตาม หน้าจอมีความทนทานมากขึ้นสามารถต้านทานการขีดข่วน (scratch resistance) ได้ดีกว่าเดิมถึง 15 เท่า และไวต่อรอยแตกน้อยกว่าเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับ Gorilla Glass 5 ขณะเดียวกัน แผง Super Low Power Panel ยังช่วยประหยัดการใช้งานแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี

· แพลตฟอร์ม Intel Evo™ vPro® ใหม่ ให้ฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่บิวท์อินอยู่ภายในสำหรับการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งความสามารถในการจัดการ และความเสถียรที่ทางฝ่าย IT ต้องการควบคู่ไปกับการตอบสนองที่สม่ำเสมอ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานในโลกแห่งความเป็นจริง และความพร้อมในการทำงานทันทีเพื่อประสบการณ์การทำงานที่ยอดเยี่ยมของคนทำงานในทุกๆ ที่

· Intel® Wi-Fi 6 (Gig+) ให้ความเร็วที่สูงขึ้นเกือบ 3 เท่า พร้อมการรักษาความปลอดภัยแบบเน็กซ์เจนสำหรับพีซีและไวร์เลส เน็ตเวิร์ก ในกรณีที่เดินทางโดยปราศจากไวไฟ ผู้ใช้สามารถออนไลน์ได้ด้วยความเร็วของ 5G หรือ 4G LTE



03%2BLatitude%2B7320%2BDetachable


Latitude 7320 Detachable: ทรงพลัง รู้สึกดียามที่ได้สัมผัส

ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งมืออาชีพและผู้บริหารที่ต้องเดินทางเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ทั้งบางและเบา Latitude 7320 Detachable คือแล็ปท็อปที่มีรูปทรงบาง มีน้ำหนักเบา และพร้อมรองรับความต้องการของผู้บริหารในวันที่ต้อง “ทำงานได้จากทุกที่” (do-from-anywhere) อย่างในปัจจุบัน


01%2BLatitude%2B7320%2BDetachable


Latitude 7320 Detachable คือแล็ปท็อปตัวแรกในกลุ่ม detachable ที่ได้รับการรับรองจากแพลตฟอร์ม Intel EVO และด้วยการทำงานที่อยู่บนโพรเซสเซอร์ที่สูงถึง 11th Gen Intel® Core™ i7 vPro® รุ่นล่าสุด เครื่องแล็ปท็อปมอบฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่บิวท์อินมาในตัวอุปกรณ์ ให้ความสามารถด้านการบริหารจัดการ และความเสถียรอย่างที่ฝ่ายไอทีต้องการ อีกทั้งให้ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิมถึง 54 เปอร์เซ็นต์ เหล่านี้ ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าว เป็นอุปกรณ์แบบ detachable ทางธุรกิจที่ทั้งทรงพลัง ทั้งให้ความปลอดภัย และมีการบริการที่ดีที่สุดในโลกสำหรับองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซ

02%2BLatitude%2B7320%2BDetachable%2BTablet%252BStylus


อุปกรณ์ดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีส่วนร่วมในเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนภายในปี 2030 (2030 Sustainability Goals) ของเดลล์ ที่ได้รับการจดทะเบียนจาก EPEAT Gold โดยส่วนประกอบที่มีการทาสีทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้สีสูตรผสมน้ำ ที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม และถาดบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกในมหาสมุทร (25 เปอร์เซ็นต์) พลาสติกรีไซเคิล HDPE (75 เปอร์เซ็นต์)


07%2BDell%2BUltraSharp%2BWebcam_mounted%2Bon%2Bmonitor


กล้อง 4K webcam ที่ให้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุดในโลกของเครื่องในระดับเดียวกัน

เดลล์ตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ของการใช้เว็บแคมใหม่ตั้งแต่ต้นจนสมบูรณ์ทั้งหมด ด้วยการเปิดตัวกล้องเว็บแคมแบบพ่วงต่อ (peripheral) ตั้งแต่ต้นซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับมืออาชีพที่ต้องการประสบการณ์การประชุมทางไกลผ่านวิดีโอที่ยอดเยี่ยมในการทำงาน ทั้งนี้ Dell UltraSharp Webcam ให้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุดของเว็บแคมในระดับ 4K รวมถึงการผลิตวิดีโอพร้อมคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและโดดเด่นไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงแบบใดก็ตาม ด้วยแรงบันดาลใจจากกล้อง DSLR ต่างๆ Dell UltraSharp Webcam มาพร้อมฟีเจอร์ที่เป็น 4K Sony STARVIS™ CMOS เซ็นเซอร์ ขนาดใหญ่ และชิ้นเลนส์จำนวนมาก (multi-element lens) ที่ช่วยให้จับแสงได้มากยิ่งขึ้น เพื่อภาพวิดีโอที่คมชัดสวยงาม


08%2BDell%2BUltraSharp%2BWebcam_Tripod%252BMounted%2Bon%2BMonitor


ไม่ว่าสภาพแสงของคุณจะเป็นแบบไหน ด้วยความสามารถของ Digital Overlap HDR ใน Dell UltraSharp Webcam จะช่วยรักษาสีสันที่สมจริง (true-to-life colors) และความสมดุลของการเปิดรับแสง สปีดชัตเตอร์ (balance exposure) และอื่นๆเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังรวมถึงการลดสัญญาณรบกวนของวิดีโอแบบ 3D/2D เพื่อขจัดภาพที่ลักษณะหยาบ (grainy images) ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคุณจะดูดีแม้ในที่ที่มีแสงน้อย

สร้างมาเพื่อโลก และเพื่อคุณ

สอดคล้องตามแผนงาน Progress Made Real social impact plan ของเดลล์ Latitude 5000 series และ Precision 3560 ใหม่ พัฒนาไปไกลอีกขั้น ด้วยการเป็นพีซีตัวแรกที่ใช้พลาสติกชีวภาพที่ทำจากไม้เหลือทิ้งในการออกแบบ สร้างขึ้นโดยใช้ของเหลือจากกระบวนการผลิตกระดาษ ที่เรียกว่า “tall oil” หรือเคมีอินทรีย์จากกรดไขมัน โดยอุปกรณ์เหล่านี้ จะมีฝาปิดที่ทำจากเนื้อพลาสติกชีวภาพถึง 21 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ หรือ moonshot goal ที่ว่าภายในปี 2030 กว่าครึ่งขององค์ประกอบของผลิตภัณฑ์จะทำจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุหมุนเวียน

ดีไซน์ที่ฉลาดล้ำเพื่อโฉมใหม่ของพื้นที่ทำงาน

เดลล์ ยังคงขัดเกลาดีไซน์ของตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมโฮมออฟฟิศแบบใหม่ได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น มีการขยายการออกแบบฟอร์มแฟคเตอร์ในแบบโมดูลาร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยการซ่อนพีซีไว้ในขาตั้งมอนิเตอร์ ซึ่ง OptiPlex 3090 Ultra ใหม่นับได้ว่าเป็นโซลูชันที่คุ้มค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและบรรดาผู้ใช้ในภาคการศึกษาที่เข้ามาเสริมทัพ OptiPlex 7090 Ultra ที่ชาญฉลาดซึ่งปัจจุบันสามารถรองรับการใช้ร่วมกับมอนิเตอร์ความละเอียด 4K ได้พร้อมกันถึง 4 ตัว

“มนัญญา”หนุนผลักดัน“ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง”

posted Jul 6, 2021, 6:11 AM by siam coverage   [ updated Jul 6, 2021, 6:13 AM ]

1625576135878

หลังจากเร่งรัดให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งสูง (Thai-Denmark Smart Dairy Farm)ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีนั้น ล่าสุดโครงการดังกล่าวเตรียมเปิดบริการให้เกษตรกร นักวิชาการและประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้และพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในเดือนมิถุนายน 2564 นี้

ล่าสุด อ.ส.ค.ดีเดย์เตรียมเปิด“ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง”ชูเป็นฟาร์มสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการฟาร์มที่ทันสมัยแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมเปิดให้เกษตรกร นักวิชาการเข้ามาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการลดต้นทุนการผลิตและเสริมเขี้ยวเล็บความสามารถด้านการแข่งขันการเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์ในประเทศและการแข่งขันได้ในกรอบการค้าเสรีในอนาคต
1625576125580

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้อนุมัติงบประมาณ อ.ส.ค.ยืมเงินจำนวน 51.7 ล้านบาทจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สำหรับลงทุนในการจัดตั้งฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูงขึ้นในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เมื่อปี 2562 ซึ่งฟาร์มดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมของประเทศในอนาคต


 

1625576130484

“อ.ส.ค.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม มีความจำเป็นต้องพัฒนากิจการโคนมของประเทศ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านกิจการโคนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการฟาร์ม ที่จะทำให้โคนมให้ผลผลิตเป็นไปตามความสามารถทางพันธุกรรมสามารถลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์รวมถึงสามารถแข่งขันได้ในกรอบการค้าเสรีในอนาคต “นางสาวมนัญญา กล่าว

ด้าน นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูงที่กำลังเตรียมเปิดใช้ นั้น อ.ส.ค.จะพัฒนาให้เป็นฟาร์มสาธิตเชิงธุรกิจในพื้นที่ของอ.ส.ค. ให้เป็น Smart Dairy Farm ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการฟาร์ม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สาหรับเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติและการสร้างบุคลากรมืออาชีพด้านการเลี้ยงโคนม รวมทั้งเป็นฟาร์มสำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์ม ให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรยุคใหม่ที่สอดคล้องกับหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) แหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีและรูปแบบการจัดการฟาร์มที่มีการแบ่งกลุ่มโคนมตามการให้ ผลผลิตน้ำนม การเรียนรู้รูปแบบการให้อาหารผสมสำเร็จ (Total Mixed Ration, TMR) ที่มีมาตรฐาน ตรงตามความต้องการของโคแต่ละกลุ่ม เป็นต้น
1625576145311

โดยฟาร์มดังกล่าว กำหนดการให้มีการจัดตั้งฟาร์มโคนมสาธิตในพื้นที่ของอ.ส.ค.ที่มีจำนวนแม่โครีดนมไม่น้อยกว่า 100 ตัว โดยแม่โคนม ให้ผลผลิตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัม/ตัว/วัน และมีองค์ประกอบน้ำนมสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานการรับซื้อและการจัดฝึกอบรม รวมถึงการศึกษาดูงานในฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง สำหรับนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ส่งเสริม และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ปีละไม่น้อยกว่า680คน และมีการเข้าเยี่ยมชมกิจการฟาร์มสำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ10 จากจำนวนนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่ 60,000 คนต่อปี ซึ่งฟาร์มดังกล่าวถือเป็นฟาร์มสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการฟาร์มที่ทันสมัย นำร่องแห่งแรกของประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นำไปปรับใช้สาหรับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตโคนม

ทั้งนี้ ถึงแม้ปัจจุบัน อ.ส.ค.จะมีฟาร์มโคนมอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนไปเป็นฟาร์มโคนมอินทรีย์ทั้งหมดแล้ว เพื่อให้มีผลผลิตนมอินทรีย์เพียงพอสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นมมอร์แกนิค ทำให้ อ.ส.ค.ไม่มีฟาร์มโคนมที่มีการจัดการแบบทั่วไป สำหรับเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกร นอกจากนั้นโรงเรือนคอกพักโคและเครื่องจักรอุปกรณ์ก็มีอายุการใช้มาอย่างยาวนานไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการจัดการฟาร์มโคนมในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ประกอบกับ อ.ส.ค. ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดฟาร์มที่มีเครื่องจักรอุปกรณ์และการจัดการฟาร์มด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้เข้าอบรม


1625576139009


ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการเปิดเขตการค้าเสรี (Free Trade Area, FTA) ในหลายกรอบการค้า ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรีโดยรวมแล้วประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์แต่ในอีกด้านหนึ่งพบว่าจะมีสินค้าเกษตรบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรวมถึงโคนมและผลิตภัณฑ์นมด้วยโดยเฉพาะการเปิดเขตการค้าเสรีกรอบทวิภาคีไทย-ออสเตรเลียและไทย–นิวซีแลนด์ซึ่งประเทศดังกล่าวนี้มีพัฒนาการความก้าวหน้า ในอุตสาหกรรมโคนมมากกว่าประเทศไทยมาก ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม แต่ยังมีความจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันได้

Autodesk Revit® จับมือ CPAC BIM ปรับ UI-UX รองรับภาษาไทยครั้งแรกของอาเซียน หนุน BIM ยกระดับวงการสถาปัตยกรรม – ก่อสร้าง ดีเดย์ 25 มิถุนายนนี้ เปิดประสบการณ์ Thai Pack for Revit® เวอร์ชัน 2021 พร้อมให้ดาวน์โหลด ฟรี!

posted Jun 28, 2021, 9:57 AM by siam coverage   [ updated Jun 28, 2021, 10:00 AM ]


 
Autodesk Revit® ร่วมกับ CPAC BIM เปิดตัว User Interface (UI) เวอร์ชันภาษาไทยอย่างเป็นทางการนับเป็นครั้งแรกของอาเซียนที่มี Pack Revit® ที่เป็นภาษาประจำชาติ จากการพัฒนา User Experience (UX) ด้วยฝีมือคนไทย เพิ่มความสะดวก-ง่ายในการใช้งานสำหรับ BIM Modeler ไทย ยกระดับ Building Information Modeling (BIM) สร้างแบบจำลองเสมือนของอาคารที่แม่นยำมีประสิทธิภาพ ประกาศพร้อมให้ดาวน์โหลด Thai Pack for Revit® เวอร์ชัน 2021 ฟรี 25 มิถุนายนนี้ มั่นใจจะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานผู้ใช้โปรแกรมและเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย

 
วีรกร สายเทพ CPAC BIM Director บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC) เผยว่า Autodesk Revit® (ออโตเดสก์ เรฟวิต) ถือเป็นต้นแบบของกระบวนการทำงานในรูปแบบ BIM ที่เป็นที่นิยมที่สุดทั้งในประเทศและระดับสากล ด้วยเทคโนโลยี BIM ระบบจะสร้างแบบจำลองเสมือนของอาคารที่แม่นยำ โดยแบบจำลองจะรองรับการออกแบบในแต่ละขั้น ทำให้วิเคราะห์และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ากระบวนการที่ทำด้วยตนเองเมื่อเสร็จสมบูรณ์ สำหรับ Thai Pack for Revit® เวอร์ชัน 2021 คือ Software Revit® ที่แปล UX/UI เป็นภาษาไทย เปิดให้ผู้มี License Revit® อยู่แล้วดาวน์โหลดได้ฟรี โดยเราได้รับความร่วมมือจาก Thai BIM Community และ Official Autodesk partners ในการแปลและตรวจสอบ UX/UI ภาษาไทย นอกจากนี้ ยังมี BIM object ที่เป็นสินค้าจากผู้ผลิตชั้นนำที่มีขายจริงในไทยฝังไว้ในแถบเครื่องมือ ครอบคลุมทุกหมวดสินค้าในการออกแบบ ภายใต้ แบรนด์ชั้นนำที่เข้าร่วม อาทิ SCG, COTTO, CPAC, ตราเสือ, L&E, JARTON, Nippon Paint, RTB, เงินมา, Hafele, Windsor, Mitsubishi Electric, Eminent,วนชัย, Modernform, Prestige Paving และ STIEBEL ELTRON โดย Thai Pack for Revit® ตัวแรกที่ออกจะเป็นเวอร์ชัน 2021 ซึ่งมีการแปลคำสั่งหลักๆเป็นภาษาไทย และจะมีการแปลให้ครบถ้วนในversionถัดๆ ไป สำหรับ Thai Pack for Revit® เวอร์ชัน 2021 พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป นับเป็นโปรแกรม BIM สำหรับคนไทยที่ร่วมพัฒนาโดยคนไทยครั้งแรก สร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทยเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือครั้งนี้

“สำหรับความร่วมมือในอนาคตระหว่าง Autodesk และ CPAC BIM นั้น เป็นการทำการตลาดร่วมกัน (Co-Marketing) เพื่อทำให้เกิดกลุ่มผู้ใช้งาน BIM ที่กว้างขวางขึ้นในเมืองไทย สนับสนุนเทคโนโลยีจาก Autodesk เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และความร่วมมือด้านการให้ความรู้เรื่อง BIM แก่ผู้ใช้งานในประเทศไทย รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการสร้างกลุ่มผู้ใช้งาน Revit® ในประเทศไทยเพื่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้การใช้งาน” วีรกร สายเทพ กล่าว

 
ซีรีน เซีย กรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ออโตเดสก์ กล่าวว่า “ออโตเดสก์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง จำกัด เพื่อขับเคลื่อนการนำเอาระบบการสร้างแบบจำลองเสมือนอาคาร (BIM) ที่มีชุดภาษาท้องถิ่นมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งระบบนี้จะสร้างแบบจำลองในทุกกระบวนการเพื่อให้ผู้ใช้งานนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์โครงการ โดยมีนวัตกรรมบริหารจัดการในแต่ละขั้นตอน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แม่นยำ อีกทั้งประมวลผลบนระบบคลาวน์ทำให้ฝ่ายต่างๆ ทำความเข้าใจและทำงานร่วมกันด้วยมาตรฐานการทำงานที่ถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น สามารถส่งต่อผลลัพธ์ของโครงการหรือองค์การต่างๆ ไปพัฒนาให้ดีขึ้นได้ และเชื่อว่าการออกแบบชุดภาษาท้องถิ่นเป็นภาษาไทย จะทำให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์การใช้งานโปรแกรมที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้งานโปรแกรม ซึ่งดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมากกับการเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทย และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้” ซีรีน เซีย กล่าว

ทั้งนี้ Thai Pack for Revit® เวอร์ชัน 2021 ได้มีการวางแผนรองรับข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนา Language add-on นี้ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงการแปลภาษาและอัปเดตตลอดด้วยทีมงานมืออาชีพ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด Thai Pack for Revit® เวอร์ชัน 2021 ได้ที่ www.cpacbimsoftwaredownload.com

ผู้บัญชาการทหารเรือ ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ย้ำทุกหน่วยระวังป้องกันอย่างเข้มงวด ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ ...... "อย่าให้การทำหน้าที่ของพวกเรา ต้องกลายเป็นจำเลยอีกต่อไป"

posted Jun 28, 2021, 9:04 AM by siam coverage   [ updated Jun 28, 2021, 9:05 AM ]


วันนี้ (28 มิถุนายน 2564) เวลา 09.30 น. พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Tele Conference : VTC)

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญคือ การเตรียมความพร้อมในการรับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2564 รวมถึงการฝึกภาคสาธารณะ ของนักเรียนจ่าทหารเรือ ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะดำเนินการ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ของ COVID - 19สำหรับเรื่องสั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงและหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือในวันนี้ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการหน่วยต่างๆในกองทัพเรือ เฝ้าระวังป้องกัน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID - 19 อย่างเข้มงวดนอกจากนั้น ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จะมีการรับทหารกองประจำการผลัดใหม่เข้าทำการฝึกภาคสาธารณะ ซึ่งจะเป็นการรวมกำลังพลจำนวนมาก ที่เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แสดงความห่วงใย พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ด้วยมาตรการที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งได้เตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางปฏิบัติตั้งแต่เริ่มขึ้นรถ เพื่อเดินทางมายังหน่วยฝึก ซึ่งเป็นไปตามกรอบและมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยมี กรมแพทย์ทหารเรือเป็นหน่วยกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้ดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ โดยมุ่งหวัง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น มั่นใจในมาตรการ และเป็นการแสดงออกซึ่งความตั้งใจจริงในการดูแลบุตรหลานของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนกำลังพลที่ต้องสูญเสียรายได้จากอาชีพเสริม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูครอบครัว ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงและหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ ของกองทัพเรือทุกนาย เอาใจใส่ดูแลกำลังพลโดยใกล้ชิด รวมทั้งช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อน และขอให้กำลังพลและครอบครัว ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ บนพื้นฐานการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท และมีความพอเพียง

ในช่วงท้าย โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ ขอให้ทุกหน่วยร่วมขยายผลการสร้างการรับรู้สนับสนุน ในโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ว่าการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้น เป็นการทำเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ มิใช่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้หนึ่งผู้ใด โดยเน้นย้ำว่า “อย่าให้การทำหน้าที่ของพวกเรา ต้องกลายเป็นจำเลยอีกต่อไป”

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

"บวชฟรี..ไม่มีค่าใช้จ่าย" ขอเชิญร่วมบรรพชาอุปสมบทหมู่ ประจำปี2564

posted Jun 28, 2021, 2:43 AM by siam coverage   [ updated Jun 28, 2021, 2:44 AM ]

76907

"บวชฟรี..ไม่มีค่าใช้จ่าย" ขอเชิญร่วมบรรพชาอุปสมบทหมู่ ประจำปี2564 โครงการสืบสานปฏิปทา พระกรรมฐานพ่อเเม่ครูอาจารย์ ใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนา ระหว่าง 3 กรกฏาคม-24 ตุลาคม 2564 ณ วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย

ฝ่าดงพงพลีชีพไปกับเหล่าวายร้ายในตัวอย่างและใบปิดใหม่ The Suicide Squad ป่วนหนักปั่นจัด 5 ส.ค.นี้!

posted Jun 26, 2021, 11:00 AM by siam coverage   [ updated Jun 26, 2021, 11:01 AM ]

TH_THAILAND_SUISQ2_VERT_MAIN_2764x4096_INTL%2B%25281%2529

เมื่อภารกิจของพวกเขาคือการทำลายทุกอย่างเพื่อพิทักษ์ปกปักษ์โลกใบนี้! พบกับผลงานหฤโหดสุดวิจิตรอลังการของผู้กำกับฯ เจมส์ กันน์ ในตัวอย่างและใบปิดโฉมใหม่จาก "The Suicide Squad - เดอะ ซุยไซด์ สควอด" พร้อมผนึกกำลังสมาชิกทีมวายร้ายจำเป็น นำโดย บลัดสปอร์ต, ฮาร์ลีย์ ควินน์, พีซเมกเกอร์, โพลก้า-ดอทแมน, กัปตันบูมเมอแรง, แรตแคชเชอร์ 2, ซาแวนท์, คิงชาร์ก, ธิงเกอร์, จาเวลิน พร้อมเปิดความเข้มถึงใจของสองตัวละครผู้นำพาให้พวกเขาเหล่านี้มารวมตัวกันอย่าง อแมนด้า วอลเลอร์ และ ผู้พันริค แฟล็ค

                                           


ขอต้อนรับสู่นรกที่รู้จักกันในนามว่า เบลล์ รีฟ คุกที่ขึ้นชื่อว่ามีมาตรฐานคุณธรรมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา สถานสำหรับคุมขังสุดยอดวายร้ายที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อได้ออกมาจากอเวจีนั้น แม้ต้องเข้าร่วมทีมลึกลับขั้นสุดยอดอย่าง Task Force X กับภารกิจที่ให้เลือกว่า จะลงมือทำ? หรือจะตาย? พวกเขาถูกคุมตัวไปปล่อยไว้ที่เกาะห่างไกลของฝ่ายศัตรู คอร์โต มัลทีซ แล้วต้องลัดเลาะไปตามป่าเขากับกองทัพทหารและกองกำลังพิเศษเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาและทำลาย โดยมีผู้พันริค แฟล็คเป็นคนคอยคุมความประพฤติของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ทั้งยังต้องใส่อุปกรณ์ของ อแมนด้า วอลเลอร์ ในหูเพื่อติดตามพวกเขาทุกย่างก้าว ถ้าคิดตุกติกคือตายสถานเดียว ไม่ว่าจะด้วยมือของศัตรู เพื่อนร่วมทีม หรือแม้แต่มือของ วอลเลอร์ เอง แต่ถ้าใครยินยอมวางเดิมพัน กำไรต้องตกไปถึงมือของพวกเขาทุกคนแน่นอน

นำแสดงโดย มาร์โกต์ ร็อบบี้, ไอดริส เอลบา, จอห์น ซีน่า, โจเอล คินนาแมน, ไจ คอร์ทนีย์, ปีเตอร์ คาพัลดี้, เดวิด แดสท์มัลแชน, แดเนียลา เมลชอร์, ไมเคิล รูกเกอร์, อลิซ บราก้า, พีท เดวิดสัน, วาคีน โคซิโอ, ฮวน ดิเอโก้ บ็อตโต้, สตอร์ม รี้ด, นาธาน ฟิลเลียน, สตีฟ อาจี, ฌอน กันน์, เมย์ลิง อึง, ฟลูลา บอร์ก, เจนนิเฟอร์ ฮอลแลนด์ และ ตินาเช คาเจเซ่ ร่วมกับ ซิลเวลเตอร์ สตอลโลน และ วิโอล่า เดวิส

เพราะพวกเขาคือความหวังเดียวที่เหลืออยู่

"The Suicide Squad - เดอะ ซุยไซด์ สควอด" 5 สิงหาคม ในโรงภาพยนตร์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/SuicideSquadThailand

#TheSuicideSquad #เดอะซุยไซด์สควอด

อ.ส.ค. จัดทำโครงการ“สายบุญนมไทย-เดนมาร์คช่วยเด็กอ่อนในชุมชน ทูลเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลกรมสมเด็จพระเทพฯ”

posted Jun 18, 2021, 3:47 AM by siam coverage   [ updated Jun 18, 2021, 3:48 AM ]


อ.ส.ค.จัดทำโครงการ “สายบุญนมไทย-เดนมาร์คส่งกำลังใจสู้ภัยCOVID-19” เพื่อช่วยเหลือเด็กอ่อนในชุมชนแออัด ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อCOVID-19 ทูลเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลกรมสมเด็จพระเทพฯ พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค. 64 พร้อมส่งมอบนมพระราชทานชุดแรกให้บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 17 มิ.ย. 2564


นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) เปิดเผยว่าเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีความห่วงใยเด็กอ่อนที่ประสบผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อCOVID-19 โดยพระองค์ได้ทรงพระราชทานนมกล่องเพื่อช่วยเหลือเด็กอ่อนในชุมชนแออัดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อCOVID-19


เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เด็กๆมีโอกาสได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี และเจริญเติบโตตามวัยให้กับเด็กที่อาศัยในชุมชนต่างๆ อาทิ บ้านสมวัย (ชุมชนคลองเตย) บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ (ชุมชนเสือใหญ่ประชาอุทิศ) บ้านแห่งความหวัง (ชุมชนอ่อนนุช ๘๘ แยก ๑๐) และบ้านศรีนครินทร์ (ชุมชนกองขยะหนองแขม) ซึ่งทั้ง 4 แห่งขณะนี้ได้ปิดการรับเลี้ยงเด็กตามประกาศของกรุงเทพมหานครทำให้เด็กขาดแคลนนมและมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก

            
ดังนั้น อ.ส.ค.จึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาติ จัดทำโครงการ“สายบุญนมไทย-เดนมาร์คส่งกำลังใจสู้ภัย COVID-19”ขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ฯ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค UHT รสจืดร่วมสมทบในโครงการ ได้ด้วยเพื่อจะได้ร่วมทำกิจกรรมดีๆด้วยกัน

    
ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คผู้ที่มีจิตศรัทธาที่ได้ร่วมสมทบตามโครงการฯดังกล่าว ทางอ.ส.ค.จะดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเทพฯ’ สำหรับพระราชทานช่วยเหลือเด็กอ่อนในชุมชนแออัดหรือกิจกรรมโดยเสด็จพระราชกุศลอื่นๆตามพระราชทานตามพระราชอัธยาศัยลำดับต่อไปและอ.ส.ค.ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาติจัดทำรายชื่อผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสมทบโครงการฯ ทูลเกล้าฯถวาย เพื่อทรงทราบในงาน “เทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2565 หรือในโอกาสอื่นที่เหมาะสมต่อไป

               
โดยนายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันที่15 มิถุนายนที่ผ่านมาอ.ส.ค.ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คที่ผู้จิตศรัทธา อาทิ พนักงานอ.ส.ค. เกษตรกร สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการสั่งซื้อที่มีความประสงค์ร่วมบริจาคสมทบ โครงการสายบุญนมไทย-เดนมาร์ค ส่งกำลังใจสู้ภัยโควิด-19 ทูลเกล้าถวายเป็นล็อตแรก แบ่งเป็นนมยูเอชทีรสจืด ขนาด200 มล.จำนวน 200หีบและนมยูเอชทีรสจืดขนาด 250 มล.จำนวน 200 โหลคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 82,000 บาทและสำนักพระราชวังได้ทำหนังสือมอบหมายให้อ.ส.ค.เป็นตัวแทนนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมบ้านเสือใหญ่ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564 โดยมีรศ.คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯเป็นผู้รับพระราชทานผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คในครั้งนี้ ซึ่ง อ.ส.ค.ได้วางแผนในการส่งมอบผลิตภัณฑ์เดือนละ 2 ครั้ง

 
สำหรับ ผู้จิตศรัทธาที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ“สายบุญนมไทย-เดนมาร์คส่งกำลังใจสู้ภัยCOVID-19”อ.ส.ค.ได้กำหนดระยะเวลาสั่งซื้อและทูลเกล้าถวายฯ ตั้งวันนี้ไปจนถึงวันที่31 สิงหาคม 2564 โดยผู้ที่สนใจสามารถเลือกสั่งซื้อผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค รสจืดจำนวน 5 รายการดังต่อไปนี้   

         
-รายการที่ 1 นม 200 มล. ( 1×36 ก.) จำนวน 1 หีบ และ นม 250 มล. (1×12 ก.) 1 โหล รวมเป็นเงิน 410 บาท    

-รายการที่ 2 นม 200 มล. ( 1×36 ก.) จำนวน 5 หีบ และ นม 250 มล. ( 1×12 ก.) 5 โหล รวมเป็นเงิน 2,050 บาท  

-รายการที่ 3 นม 200 มล. ( 1×36 ก.) จำนวน 25 หีบ และ นม 250 มล. ( 1×12 ก.) 25 โหล รวมเป็นเงิน 10,250 บาท  

-รายการที่ 4 นม 200 มล. ( 1×36 ก.) จำนวน 50 หีบ และ นม 250 มล. ( 1×12 ก.) 50 โหล รวมเป็นเงิน20,500บาท  
       
- รายการที่ 5 นม 200 มล. ( 1×36 ก.) จำนวน 100 หีบ และ นม 250 มล. ( 1×12 ก.) 100 โหล รวมเป็นเงิน 41,000 บาท   

        
โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถส่งใบสั่งซื้อชำระเงินได้ที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน สำนักงานใหญ่อ.ส.ค. อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ทั้งในรูปแบบเงินสดและผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขามวกเหล็ก ประเภทออมทรัพย์ “เงินฝากโครงการสายบุญนมไทย-เดนมาร์ค” เลขบัญชี 660-6-38093-6 หรือกดผ่านLink ต่อไปนี้https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfVnPovelk6DdSKE1mVfq4qfboGcOTRE6v1X1jqvjFBajj9IA/viewform หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่​ 0-3690-9683

“ซิปเม็กซ์” เดินหน้าตอบแทนสังคม ขอเป็นอีกหนึ่งพลังกู้วิกฤติ โควิด-19 มอบรถพยาบาล พร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน ให้อาสากู้ภัย

posted Jun 18, 2021, 3:26 AM by siam coverage   [ updated Jun 18, 2021, 3:27 AM ]


Zipmex (ซิปเม็กซ์) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำในประเทศไทย ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และได้มีการพัฒนาธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมสี่ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และไทย เดินหน้าตอบแทนสังคม ขอเป็นอีกหนึ่งพลังร่วมกู้วิกฤติโควิด-19 โดยบริจาครถพยาบาล (Ambulance) มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครันให้อาสากู้ภัย เพื่อนำไปใช้ในการรับส่งผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์ อย่างเร่งด่วน

ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ขณะนี้ ซิปเม็กซ์ ได้ให้เปิดให้บริการแก่นักลงทุนมาเป็นเวลาเกือบปีและมุ่งเน้นที่จะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันผ่านโครงการต่าง ๆ ได้เทียบเท่าสกุลเงินหลัก แม้เราจะมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจจนเป็นที่ยอมรับและเติบโต อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะแบ่งปันน้ำใจ โดยเริ่มจากมองว่ามีสิ่งไหนที่เราจะสามารถตอบแทนสังคมได้บ้าง เราจึงได้เริ่มต้นโครงการตอบแทนสังคม (ZSR ที่มาจากคำว่า Zipmex Social Responsibility) ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโครงการ ZipCare (ซิปแคร์) โดยที่ผ่านมาเราได้มีการจัดโครงการมากมาย อาทิ โครงการการกุศล Dream Big ในปี 2563 พร้อมประติมากรรมจากศิลปินชื่อดัง BloodyHellBigHead, การร่วมมือกับศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เทใจดอตคอม (Taejai.com) แพลตฟอร์มการระดมทุนออนไลน์ ผ่านการระดมทุนสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย Zipmex Token (ZMT) และ Tether USD (USDT) โดยสินทรัพย์ที่ได้รับจากการบริจาคทั้งหมด ได้ส่งมอบให้กับ Unicef เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กๆ ทั่วโลก และสร้างโอกาสในการทำตาความฝันของพวกเขาให้เป็นความจริง นี่จึงทำให้เห็นแล้วว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ได้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมมากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

สถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการแพร่ระบาดระลอกเมษายน 2564 พบว่ามีผู้ติดเชื้อจากรายวันอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการนำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาลอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และรวดเร็ว จำเป็นต้องใช้รถพยาบาลของสถานพยาบาล และรถพยาบาลของหน่วยงานจิตอาสากู้ภัย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาอย่างเร็วที่สุด ด้วยเหตุนี้ ซิปเม็กซ์จึงได้ดำเนินการสั่งทำรถพยาบาล จำนวน 1 คัน มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท ซึ่งภายในรถได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานสากลอย่างครบครันเพียบพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับอาสากู้ภัยฐานโลตัสพระราม 3 นำไปใช้ในการรับส่งผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ให้ถึงมือแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

ทางด้าน คุณพราว ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาด บริษัท ซิปเม็กซ์ เอเชีย จำกัด เผยว่า “ก่อนหน้านี้ ซิปเม็กซ์มีแผนที่จะร่วมมือกับพันธมิตรของเรา ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ระดับลักซ์ชัวรีได้แก่ รถยนต์เทสล่า และลัมโบร์กินี เพื่อที่จะมอบให้แก่ผู้ใช้งาน Zipmex แต่เนื่องจากเรากำลังเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด COVID-19 เราจึงตัดสินใจชะลอความร่วมมือดังกล่าว และให้ความสำคัญกับโครงการมอบรถพยาบาลให้อาสากู้ภัยก่อน เพราะไม่นานมานี้พนักงานของเราได้รับข้อความของ จิตอาสา สังกัดอาสากู้ภัย ฐานโลตัส พระราม 3 ได้โพสต์ขอรับบริจาครถพยาบาล เนื่องจากเคสผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นรวดเร็ว และต่อเนื่อง พนักงานของเราจึงได้นำเรื่องมาปรึกษากับทีมผู้บริหาร ซึ่งเราต่างมีความเห็นตรงกันว่า เป็นโครงการที่น่าสนใจมาก และจะต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังที่สามารถช่วยเหลือสังคม ในยามยากลำบากเช่นนี้ ทีมผู้บริหารจึงอนุมัติ และดำเนินการสั่งซื้อทันที โดยใช้งบประมาณจากการปรับอัตราโบนัสของ ZMT ในโปรแกรม ZipUp ในเดือนมิถุนายน 2564 เพื่อนำมาใช้ในการจัดซื้อรถพยาบาล และส่งมอบให้กับอาสากู้ภัย”

ดร.เอกลาภ ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า “ซิปเม็กซ์เชื่อในเรื่องการแบ่งปัน เชื่อในให้สามารถสร้างความสุขได้มากยิ่งกว่าการรับ และเชื่อในความมั่งคั่งที่แท้จริง คือ ชีวิตที่มีความสุข เราจึงขอเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะยืนเคียงข้างคนไทย สร้างฐานคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมขอส่งแรงใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ พี่น้องจิตอาสา และพี่น้องคนไทยทุกคน เพื่อที่พวกเราทุกคนจะได้ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ซิปเม็กซ์ ได้ทำพิธีมอบรถพยาบาล ให้กับอาสากู้ภัย ฐานโลตัส พระราม 3 โดยมี นายปรีชญ ตันติคมน์ พร้อมด้วยคณะ รับมอบ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการน่าชื่นชม ที่ทำให้เราได้เห็นภาพของทุกภาคส่วน ร่วมแรงร่วมใจ แบ่งปันให้กับสังคมในยามยากลำบาก ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังความหวัง กำลังใจ อันยิ่งใหญ่ เพื่อนำทางให้เราก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ในเร็ววัน

VDO Link : https://drive.google.com/file/d/1-CE2CpveckVvYC07CS1BVHA1daMwBscU/view?usp=sharing

เกี่ยวกับ Zipmex (ซิปเม็กซ์)

“ซิปเม็กซ์” เป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่เดียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐถึง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยมุ่งเน้นมุ่งเน้นการให้บริการนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน และมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้ และเพิ่มคุณค่าให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมสร้างความมั่งคั่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์ที่นอกเหนือจากการเงิน
ติดตามความเคลื่อนไหว ของ “ซิปเม็กซ์” ได้ที่

www.zipmex.com
FB: https://www.facebook.com/ZipmexThailand/
#Zipmex #ZipmexThailand #ZipCare
#Zipmexห่วงใยสู้ภัยโควิด19 #อาสากู้ภัย

ททท. เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering Tech Tourism)

posted Jun 18, 2021, 3:15 AM by siam coverage   [ updated Jun 18, 2021, 3:17 AM ]


กรุงเทพฯ 18 มิ.ย. 2564 – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เปิดตัว “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering Tech Tourism)” โครงการที่จะช่วยฟื้นฟู ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยความร่วมมือจาก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้พัฒนานวัตกรรม และนักลงทุน ที่เป็น 3 ภาคส่วนสำคัญที่จะร่วมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป


ภายในงานแถลงข่าวพิธีเปิด “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering Tech Tourism)” ได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และการจัดเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล” โดยมี นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรมสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TEDFund) และ ดร.เปาว์ ศรีประเสริฐสุข SVP ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรม ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนาผ่านการถ่ายทอดสดจากโรงแรม Lancaster Bangkok ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเทคโนโลยี หรือ Technology Disruption ซึ่งส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผนวกกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เช่นในปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งเร่งรัดให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ และเราจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยมีภูมิต้านทานต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราจึงต้องสร้างเครื่องมือหรือระบบนิเวศที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้เข้าสู่ชีวิตปกติใหม่ วิถีการท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อลด ต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering Tech Tourism) นี้จึงถือเป็นอีกโครงการที่ช่วยฟื้นฟูผู้ประกอบการการท่องเที่ยวให้พัฒนาศักยภาพของธุรกิจโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้ทันที ในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความแข็งแรงให้แก่ผู้พัฒนานวัตกรรมที่เข้าร่วมโครงการและเชิญชวนนักลงทุนเข้าร่วมโครงการเพื่อจับคู่ทางธุรกิจกับนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างระบบนิเวศของการท่องเที่ยวในยุคปกติใหม่ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะช่วยระดมกำลังกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พร้อมสู่ยุคดิจิทัล เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนพร้อมรับมือกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ”


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถึง 3 ระลอก ผู้ประกอบการบางรายต้องหยุดกิจการชั่วคราว บางรายต้องเลิกกิจการไป และอีกจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องหยุดชะงัก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ ททท. ต้องเร่งฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มคุณค่าและมูลค่าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ รองรับการเปลี่ยนแปลงภายใต้วิถีใหม่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมบนพื้นฐานของปลอดภัยและความยั่งยืน


โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล Empowering Tech Tourism จึงเป็นความ ร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผู้พัฒนาด้านนวัตกรรม และนักลงทุนที่จะช่วยกันเสริมศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลในยุคดิจิทัล โดยการพัฒนา Digital Platform ภายใต้ชื่อ www.empoweringtechtourism.com ที่รวบรวมผู้พัฒนานวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านนวัตกรรมของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว นำเสนอให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนำนวัตกรรมไปใช้งานเพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของตนเองให้เข้ากับยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ใช้เป็นช่องทางในการเลือกลงทุนในนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยว อันจะเป็นการสร้างการเติบโตให้แก่ผู้พัฒนานวัตกรรมต่อไป


โครงการนี้เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ , ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai), กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TEDFund), กลุ่มธนาคาร อาทิ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank), ธนาคารกรุงเทพ รวมถึงนักลงทุนจากสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนส่วนบุคคล ทาง ททท. ต้องขอขอบคุณทุก ๆ หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลในครั้งนี้”

พร้อมกันนี้โครงการฯ ยังมีการจัดงานนวัตกรรมไทยพบผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ ภายในงานประกอบไปด้วยการสัมมนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ คลีนิกให้คำปรึกษาเพื่อผู้ประกอบการ และการจับคู่ทางธุรกิจ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ www.empoweringtechtourism.com และ www.facebook.com/empoweringtechtourism

1-10 of 695