Siamcoverage TH


ครั้งแรกของ “วาววา” กับการถ่ายแบบชุดชั้นใน “มอร์แกน” ภายใต้ชื่อ #MorganxWawwa กับ 3 คอลเลคชันสุดพิเศษ สะท้อนคาแรคเตอร์ ผู้หญิงสไตล์มอร์แกน สวย มีเสน่ห์ เซ็กซี่จากภายใน

posted Apr 9, 2021, 11:26 AM by siam coverage   [ updated Apr 9, 2021, 11:28 AM ]

MorganxWawwa_01

MorganxWawwa_02

MorganxWawwa_03


เรียกว่าปังไม่หยุดสำหรับสาว “วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด” ที่มีผลงานต่างๆออกมาให้เราได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านความรักก็กำลังอยู่ในจุดที่ลงตัว และล่าสุดกับการเป็นแบบให้กับชุดชั้นในแบรนด์ “มอร์แกน” ในการพรีเซนต์ 3 คอลเลคชันสุดพิเศษ #MorganxWawwa สะท้อนคาแรคเตอร์ผู้หญิงสไตล์มอร์แกน สวย มีเสน่ห์ เซ็กซี่จากภายใน


 

MorganxWawwa_04


มอร์แกนได้นำชุดชั้นใน 3 คอลเลคชัน ได้แก่ Figure Perfect, Sexy Wireless และ Je Suis Sexy ซึ่งขายดี และเป็นที่นิยมจากลูกค้ามาทำตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยได้ดาราสาวมากความสามารถ “วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด” มาเป็นผู้ถ่ายทอดแบบชุดชั้นใน มอร์แกน ภายใต้ชื่อ #MorganxWawwa ซึ่ง “วาววา” เป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกโดดเด่น สามารถสะท้อนคาแรคเตอร์ผู้หญิงสไตล์มอร์แกน นั่นคือ ผู้หญิงที่มีความ Lively และ truly sexy คือ มีความสวยเซ็กซี่จากภายใน มีเสน่ห์ เป็นคนรักอิสระ รักตัวเอง มีไลฟสไตล์ที่หลากหลาย ที่เข้ากับความพิเศษของชุดชั้นใน 3 คอลเลคชันนี้ คือ




MorganxWawwa_05


Figure Perfect (ฟิกเกอร์ เพอร์เฟกต์) “บราเก็บเรียบทุกมุม สวยครบทุกองศา” เป็นบราตัวช่วยในเรื่องของการเก็บทรง เก็บสรีระส่วนเกินด้านข้าง ให้กระชับ เพื่อให้ได้รูปร่างสวยสมบูรณ์แบบ เป็นบราที่เกาะอกได้จริง ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับทุกการสวมใส่ใส่สวยได้ทุกวัน

Sexy Wireless (เซ็กซี่ ไวร์เลส) “บราที่สวมใส่สบายรอบทิศทาง ลืมไปเลยว่าเคยกดเจ็บรอบลำตัว” เป็นบราไร้โครง ในซีซั่นนี้จะเน้นดีไซน์ ในรูปแบบ sport look ที่กำลังเป็นเทรนด์ความชอบของผู้หญิงคนรุ่นใหม่

Je Suis Sexy (เจอ ซุย เซ็กซี่) คอลเลคชันที่มีความพิเศษ เป็น Exclusive collection ที่น่าสะสม ใช้วัสดุที่พรีเมียม เช่น ไข่มุก คริสตัล ผ้าซาติน รวมทั้งความปราณีตในการตกแต่งลูกไม้ มีดีไซน์ที่เน้นความพิเศษโดดเด่นอย่างชัดเจน เน้นความสวย เซ็กซี่ หรูหรา แตกต่างจากชุดชั้นในทั่วไป สำหรับใส่ในโอกาสพิเศษ



 

MorganxWawwa_06

“นอกจากงานถ่ายละครหรืองานอีเวนท์ต่างๆ วาววายังมีไลฟ์ไสตล์ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาด้วย ดังนั้นการเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสมกับไลฟ์ไสตล์จึงมีความจำเป็นอย่างมาก ชุดชั้นในที่ต้องใส่ในวันทำงาน ชุดชั้นในที่ต้องใส่ออกงานอีเวนท์ หรือแม้แต่ชุดชั้นในที่สวมใส่เล่นกีฬา ก็จะมีความแตกต่างกัน แต่ทุกแบบสิ่งสำคัญคือต้องสวมใส่สบาย ใส่สวย ตอบโจทย์ไลฟ์ไสตล์ที่หลากหลายของเราได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของวาววากับการได้ร่วมงานถ่ายแบบชุดชั้นในให้กับแบรนด์มอร์แกน จากการได้สวมใส่รู้สึกว่าตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ได้ ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ ทำให้เราสวย มีเสน่ห์ และเซ็กซี่จากภายในได้ โดยไม่ต้องพยายามค่ะ” ดาราสาว วาววา กล่าว

พบกับ #MorganxWawwa ทั้ง 3 คอลเลคชันนี้ได้ที่ https://bit.ly/2PUuS8D และช้อปสินค้าได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทุกสาขา และร้านมอร์แกน สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ และ เทอร์มินอล21 อโศก หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3dHI0Xh และ https://bit.ly/3mQfrK6 #morgandetoi_th #morganthailand

กรมหม่อนไหมร่วมกับบริษัทจุลไหมไทย เร่งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิตไหมอุตสาหกรรม ตาม “นโยบายตลาดนำการผลิต”

posted Apr 6, 2021, 6:36 PM by siam coverage   [ updated Apr 6, 2021, 6:37 PM ]

1617713208625

กรมหม่อนไหมร่วมกับบริษัทจุลไหมไทย เร่งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิตไหมอุตสาหกรรม ตาม “นโยบายตลาดนำการผลิต”

412655


นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมด้วย นายสันติ กลึงกลางดอน และ นางนงลักษณ์ เกตุเวชสุริยา รองอธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมหม่อนไหม เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานบริษัท จุลไหมไทย จำกัด โดยมีนางสุวรรณี คุ้นวงศ์ พร้อมด้วย นายจงสฤษดิ์ คุ้นวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหารบริษัทฯ ให้การต้อนรับ และมอบเส้นไหมแก่กรมหม่อนไหมเพื่อนำไปใช้สนับสนุนกิจกรรมสร้างอาชีพทอผ้าไหมสำหรับผู้ต้องขัง ในทัณฑสถานหญิง

ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมและบริษัทจุลไหมไทย ได้หารือร่วมกันในการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการผลิตไหมอุตสาหกรรม โดยการขยายพื้นที่ รวมทั้งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกรให้ตรงกับความต้องการของตลาด ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งบริษัทจุลไหมไทยมีความต้องการรังไหม จำนวน 5,000 ตัน แต่ปัจจุบันเกษตรกรสามารถผลิตได้ จำนวน 2,000 ตัน โดยจะเร่งดำเนินการสร้างเกษตรกรรายใหม่ให้เข้าสู่ระบบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมมากขึ้น เนื่องจากเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้สูงและสม่ำเสมอตลอดปี รวมทั้งมีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและเป็นธรรม ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนเกษตรกรรายใหม่ 1,000 ราย โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการฝึกอบรม สนับสนุนปัจจัยการผลิต และสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกร

ที่ประชุมยังได้หารือกันในเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในระบบเกษตรพันธสัญญา รูปแบบน่านโมเดลเพื่อผลิตไหมเหลืองอุตสาหกรรม แปลงใหญ่หม่อนไหม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี การอบรมให้ความรู้ในเรื่องการผลิตไหมอุตสาหกรรมครบวงจรทั้งแก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม การพัฒนาเครื่องสาวไหมเด่นชัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสาวไหม งานส่งเสริมผู้ทอผ้าไหม Market Place ในการขายผ้าไหมออนไลน์ การแก้ไขปัญหาไหมลักลอบ ตลอดจนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารกรมหม่อนไหมได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเส้นไหม ตั้งแต่จุดรับซื้อรังไหมที่มีคัดเกรดรังไหม เพื่อตีราคาตามคุณภาพของรังไหม คลังเก็บรังไหม การสาวเส้นไหม การควบตีเกลียวเส้นไหม การตรวจสอบคุณภาพ การฟอกย้อมสี จนถึงการบรรจุเส้นไหมที่พร้อมจำหน่าย โดยเป็นกระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานในการผลิต ตลอดจนการนำงานวิจัยมาใช้ในการพัฒนาสายพันธุ์ไหมที่เกษตรกรเลี้ยงง่าย เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย และให้ผลผลิตสูง

หนุนไทยก้าวสู่ความผู้นำในการผลิตน้ำนมคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน

posted Apr 4, 2021, 11:23 PM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:24 PM ]

412021


นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. และ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้เกียรติร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการด้านการวิจัยและพัฒนาโคนมและอุตสาหกรรม ระหว่าง อ.ส.ค.และม.เกษตรศาสตร์ มุ่งเน้นให้เกิดความต่อเนื่องในการผลิตและพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี และสนับสนุนการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตน้ำนมคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์เมื่อเร็วนี้

อ.ส.ค.หนุนเยาวชนใฝ่ธรรมะ ถวายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คแด่พระภิกษุ และสามเณร

posted Apr 4, 2021, 11:18 PM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:20 PM ]

416801_0

อ.ส.ค. หนุนเยาวชนใฝ่ธรรมะ ถวายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คโรงเรียนพระปริยัติธรรม ณ วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระภิกษุและสามเณรวัด ตอกย้ำการเป็นผู้นำแบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคม

 

416830_0

นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ตรานมไทย-เดนมาร์ค กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR) อ.ส.ค. ได้มีนโยบายในการส่งเสริมและช่วยเหลือสังคมในทุกมิติรวมถึงการทำคุณประโยชน์ความดีให้กับสังคมและพระพุทธศาสนาโดยล่าสุดได้ร่วมกับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาตินำผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คถวายแด่พระภิกษุและสามเณรวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ จำนวน 550 รูป เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันเยาวชนที่ได้มาบวชเป็นสามเณร เป็นการสนใจในการศึกษาพระธรรมในวัดและให้ความสำคัญกับพุทธศาสนามากขึ้น โดยเฉพาะในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม การมอบผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คแก่ทางวัดน่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของพระภิกษุ และสามเณรไทยให้เติบโตแข็งแรงเช่นเดียวกับเยาวชนทั่วไป   

 

416829


สำหรับกิจกรรมดังกล่าว อ.ส.ค. ได้จัดขึ้นเป็นที่2 โดยครั้งแรกได้นำผลิตภัณฑ์ร่วมกิจกรรมถวายผลิตภัณฑ์นม ยูเอชที ภายใต้ “โครงการสายใยนมไทย-เดนมาร์ค ส่งกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” ร่วมกับสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติถวาย ให้แก่พระภิกษุสามเณรสำนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา 140 รูป ทั้งนี้ อ.ส.ค. มีนโยบายในการสานต่อกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี ให้กว้างขวางมากที่สุด หรือหากทางวัดต้องการซื้อผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คให้พระภิกษุและสามเณรที่เรียน ปริยัติธรรมทางด้านภาษาบาลีบริโภคในช่วงเรียน ทาง อ.ส.ค. ก็พร้อมจะจำหน่ายให้ในราคาพิเศษ เนื่องจากเชื่อมั่นว่านมดีนำมาสู่สังคมและสุขภาพที่ดี

อ.ส.ค. รุกหนักจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “Understanding of ISO 26000” รุกปฎิวัติองค์กรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพสู่ความเป็นเลิศ

posted Apr 4, 2021, 11:14 PM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:15 PM ]

416836

อ.ส.ค. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “Understanding of ISO 26000” และหลักสูตรหลักกำกับดูแลกิจการที่ดีและการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐาน ISO 26000” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและเสริมเขี้ยวเล็บอ.ส.ค. สู่การพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆที่ยั่งยืน


416834


นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการ โคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้อ.ส.ค.ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “Understanding of ISO 26000 Guidance on Social Responsibility” และหลักสูตร “การดำเนินกิจการโดยใช้หลักกำกับดูแลกิจการที่ดีและการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐาน ISO 26000” ขึ้น ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายพีระพงษ์ กลิ่นละออ อนุกรรมการ CG/CSR และ


416835

นายฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์ กรรมการ สถาบันไทยพัฒน์ เป็นวิทยากรในการบรรยาย โดยการจัดอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของอ.ส.ค.ผู้มีความรู้พื้นฐานของมาตรฐาน ISO 26000 ในการนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของ อ.ส.ค. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนเกิดความเข้าใจในองค์ประกอบ, หลักการและแนวปฏิบัติ ของมาตรฐานISO 26000 รวมถึงสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาเป็นแนวทางในการทำงานอย่างมีแบบแผน และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร รวมทั้งต้องการให้มีการบูรณาการการทำงาน ที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ ให้เกิดการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของการทำงานที่เป็นเลิศและเกิดความยั่งยืน ให้มีความสอดคล้อง และเป็นไปตามแนวปฏิบัติของมาตรฐาน ISO 26000 อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

 

416837


416838

นายพีระพงษ์ กล่าวว่า “สำหรับเนื้อหาสำคัญของหลักสูตร การดำเนินกิจการ โดยใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐาน ISO 26000 เพื่อเป้าหมายโลกด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs” จะเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำ CG&CSR ขององค์กร การติดตามผล และการพัฒนาโครงการ การค้นหาตนเอง การอยู่ร่วมของกลุ่มหรือชุมชน การแบ่งปันด้วยความสมดุล เพื่อความสุขที่ยั่งยืน ภายใต้กรอบของ ISO 26000 และนำเสนอให้ได้รับรู้ ในมาตรฐานสากลอื่นที่มีอยู่ในปัจจุบันสำหรับการพัฒนาที่ต่อเนื่อง วิถีการสร้างนวัตกรรมเบื้องต้นในเรื่องของ CSR ด้วยการสรุปภาพรวมของ CSR, CSV, SD และเป้าหมายโลกด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs รวมไปถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการการดำเนินกิจการ โดยใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance: CG) และการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility: CSR) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) และเทคนิค และขั้นตอน การจัดทำโครงการ CG&CSR ให้เกิดผลต่อภาพลักษณ์องค์กร (image) ที่ได้ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล”

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ อ.ส.ค. มีเป้าหมายโลกด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยต้องการให้พนักงานเพื่อให้เกิดการรับรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วม ด้วยทิศทางการปฏิบัติงาน ด้าน CG&CSR ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 26000 อย่างชัดเจนทั้งรูปธรรม และนามธรรม ตลอดจนสามารถพัฒนาสร้างสรรค์แนวทางปรับปรุงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรให้เกิดความยั่งยืนด้วยมาตรฐาน ISO 26000 และสามารถนำไปพัฒนาหลักการตลาด การสื่อสาร เข้าประยุกต์ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับกระบวนการ CG&CSR in Process และ after Process ร่วมกันในทุกสายงานที่เกี่ยวข้อง เกิดเป็นพลังของมติร่วมที่สร้างนวัตกรรมและให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต”

“พีทีจี”สนับสนุนมอบน้ำดื่มให้แก่ รพ.สนามชั่วคราว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

posted Apr 4, 2021, 11:03 PM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:04 PM ]

S__115384340


นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เป็นตัวแทนบริษัท ส่งมอบน้ำดื่มให้กับ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสนามชั่วคราว สตม. ณ อาคารโรงยิมกองสวัสดิการตำรวจ ในพื้นที่สโมสรตำรวจ เมื่อเร็วๆ นี้

รับมือการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจยุคใหม่

posted Apr 4, 2021, 11:46 AM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:48 AM ]

416797

นายสมพร ศรีเมือง รองผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นประธานการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การพัฒนาสู่องค์กรคุณธรรมและองค์กรสมรรถนะสูง”ให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่อ.ส.ค. เพื่อยกระดับการเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบอย่างยั่งยืน โดยมีนายนิพัทธ์ กานตอัมพร ผู้อำนวยการสถาบันเมธาฟอรัม (Meta Forum) ทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้ ณ ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เมื่อเร็วๆนี้

จัดอบรมเสริมเขี้ยวเล็บผู้บริหาร และพนักงาน ก้าวสู่องค์กรคุณธรรมและสมรรถนะสูงในยุคเศรษฐกิจใหม่

posted Apr 4, 2021, 11:43 AM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:45 AM ]


416797_0

อ.ส.ค.ก้าวล้ำ จัดอบรมหลักสูตร“การพัฒนาสู่องค์กรคุณธรรมและองค์กรสมรรถนะสูง” เสริมเขี้ยวเล็บองค์กร รองรับการเปลี่ยนแปลงยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่

416842


นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่แบบ Digital Economy & Disruptive Changes ส่งผลให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวให้มีสมรรถนะสูง เพื่อให้องค์กรเข้มแข็งและยั่งยืน ดังนั้น อ.ส.ค.ในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจชั้นนำภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดโครงการการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การพัฒนาสู่องค์กรคุณธรรมและองค์กรสมรรถนะสูง” ขึ้น

โดยเนื้อหาสำคัญของหลักสูตร มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย มุ่งเน้นทำความเข้าใจในหลัก ธรรมาภิบาลและองค์กรคุณธรรม เพื่อเป็นพื้นฐานขององค์กร สมรรถนะสูง รวมถึงการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาตนเอง พัฒนาทีม พัฒนาการทำงานไปพร้อมกัน ผนวกกับเสริมหลักการสร้างกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ที่จะช่วยให้ปรับตัว บนความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้ รวมไปถึงเสริมความเข้าใจในการคิดริเริ่มให้พัฒนาประสิทธิภาพและพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพเพื่อไปบรรลุเป้าหมาย วิสัยทัศน์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล ตลอดจนให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่อ.ส.ค. มีความเข้าใจหลักการบูรณาการความรู้ที่ได้เรียนรู้แล้วนำไปสู่การปรับใช้ ในการทำงานและปรับตัวร่วมมือร่วมใจกันสร้างองค์กรอย่างเข้มแข็งและประสบความสำเร็จ

ดังนั้น ผู้นำและทีมงานในส่วนงานต่างๆ ต้องมีหน้าที่ร่วมมือกันสร้างผลงานให้บรรลุ ตามเป้าหมาย และวิสัยทัศน์บนพื้นฐานของการสร้างองค์กรแห่งคุณธรรม ซึ่งผู้นำและทีมงานทุกคนต้องพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพัฒนา ด้วยหลักการขององค์กรคุณธรรมเพื่อพัฒนาสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง รวมไปถึง การปรับตัวร่วมมือกันคิดริเริ่ม แก้ปัญหางาน ปรับปรุงงานและสร้างกระบวนการทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล อย่างเข้มแข็ง เพื่อจะสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิผลและเสริมสร้างความสำเร็จขององค์กรในภาพรวมได้

“อ.ส.ค. มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะผลักดันให้มีการการพัฒนาองค์กรสู่องค์กรคุณธรรมและเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง (HPO) ในยุคเศรษฐกิจใหม่และผู้บริหารสามารถการก้าวข้าม Comfort Zone เพื่อเรียนรู้สู่การสร้างกรอบความคิดใหม่ๆในอนาคต รองรับการเปลี่ยนแปลงยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงยคใหม่” นายสุชาติ กล่าว

เร่งยกระดับคุณภาพน้ำนมและอุตสาหกรรมโคนมไทย ขึ้นแท่นผู้นำการผลิตคุณภาพพรีเมี่ยมในภูมิภาคอาเซียนและสากล

posted Apr 4, 2021, 11:39 AM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:40 AM ]

412021_0

อ.ส.ค. ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ ม.เกษตรศาสตร์สานต่อความร่วมมือ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคนมและนมโคไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมเร่งดันไทยสู่ผู้นำในการผลิตน้ำนมคุณภาพพรีเมี่ยม ในภูมิภาคอาเซียนและสากล


412023


นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคนมและนมโคไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านโคนมและอุตสาหกรรม โดยมีแผนดำเนินการเป็นระยะเวลา 5 ปี (ระหว่างปี พ.ศ. 2564–2569) โดยความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าประเทศไทยสู่ผู้นำในการผลิตน้ำนมคุณภาพสูง หรือ นมพรีเมี่ยม ในภูมิภาคอาเซียนและสากล ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ อ.ส.ค. ได้มีความร่วมมือทางวิชาการด้านโคนมและอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549–2564 สร้างผลงานโดดเด่นหลายเรื่อง โดยระยะเริ่มต้น ในปี พ.ศ. 2549–2554 ความร่วมมือมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพทางพันธุกรรมและความสามารถในการให้ผลผลิตของโคนมไทย ระยะที่สอง ปี พ.ศ. 2554–2559 เน้นเรื่องการพัฒนาระบบการประเมินความสามารถทางพันธุกรรมจีโนมของโคนม การพัฒนาการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่พัฒนาและนำเทคโนโลยีจีโนมมาใช้ในเชิงปฏิบัติเพื่อการพัฒนาโคนมของเกษตรกร ระยะที่สาม ปี พ.ศ. 2559–2564 ขยายขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมวิชาการทุกสาขาด้านโคนมและอุตสาหกรรม โดยขยายตลาดน้ำนมและน้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนมที่ผลิตโดยคนไทยให้ไปสู่การยอมรับและใช้ประโยชน์ในระดับสากล รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาบุคลากรและแนะนำเชิงเทคนิคในการผลิตโคนมเชิงการค้า ให้กับราชอาณาจักรภูฏานและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา


412022

412026


สำหรับระยะที่สี่ ปี พ.ศ. 2564–2569 ที่ได้ลงนามความร่วมมือต่ออีกวาระหนึ่ง เป็นระยะเวลา 5 ปี ในครั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ อ.ส.ค. จะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร ได้แก่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิชาการ นิสิต และผู้สนใจ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีร่วมสมัย สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตน้ำนมคุณภาพ หรือ นมพรีเมี่ยมในภูมิภาคอาเซียนและสากล


412024

“สำหรับความสำเร็จในหลายด้าน ที่ได้รับการยอมรับจากประเทศสมาชิกของ Dairy Asia (FAO, UN) ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบการปรับปรุงพันธุ์โคนมสมัยใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ และขอความร่วมมือทางเทคนิคระดับนานาชาติด้านการปรับปรุงพันธุ์โคนม ข้อมูลและความรู้ที่ได้ยังถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่น พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของเกษตรกร และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดโยบายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เศรษฐกิจของรัฐบาลไทย” นายสุชาติ กล่าว


412027

412025


ด้าน ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ อ.ส.ค. มีผลงานล่าสุด คือ การพัฒนาระบบการประเมินความสามารถทางพันธุกรรมจีโนมของโคนมรายตัว ซึ่งทำให้เกิดความแม่นยำในการคัดเลือกโคนมเพิ่มขึ้น เกษตรกรได้โคนมทดแทนรุ่นใหม่ที่มีพันธุกรรมดี ตรงตามความต้องการ ทำให้ลดต้นทุนและได้ผลกำไรจากการผลิตโคนมมากยิ่งขึ้น โดยผลงานนี้ได้รับการยอมรับให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาโคนมในเอเชีย ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายละเอียด เช่น การพัฒนาระบบการประเมินความสามารถทางพันธุกรรมจีโนมของโคนมรายตัว สำหรับลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ที่มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีการที่ใช้อยู่เดิม และถูกนำไปใช้ในการพิสูจน์และผลิตน้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนมแช่แข็งของ อ.ส.ค. เพื่อการจำหน่ายและบริการให้กับเกษตรกร ผลการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาร่วมระหว่างสองหน่วยงานดังกล่าว มีผลทำให้ความแม่นยำในการคัดเลือกพ่อพันธุ์โคนมสำหรับลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรมีโอกาสได้โคนมทดแทนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ตรงกับที่ตนคัดเลือกได้เร็วขึ้น ร้อยละ 14.8 (7.4 เดือน) ของระยะห่างระหว่างรุ่น (50 เดือน) คิดเป็นต้นทุนลดลงมูลค่า 12,580 บาท/ตัว (ต้นทุนการเลี้ยงโคนมเฉลี่ย 1,700 บาทต่อเดือน) ได้โคนมทดแทนรุ่นใหม่มีความสามารถในการให้ผลผลิตเพิ่ม 31.54 กิโลกรัม/ตัว/ปี หรือมีรายได้เพิ่ม 577.18 บาท/ตัว/ปี (ราคาน้ำนม 18.5 บาท/กิโลกรัม) ระยะเวลาในการตัดสินใจคัดเลือก (พิสูจน์) พ่อพันธุ์โคนมเพื่อการผสมเทียม (ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็ง) จาก 73 เดือน เหลือเพียง 24 เดือน หรือเร็วกว่าเดิม 49 เดือน (ไม่จำเป็นต้องรอการพิสูจน์ลูกสาว) และลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู 131,369 บาท/พ่อพันธุ์ 1 ตัว (จาก 195,713 บาท/ตัว เหลือเพียง 64,344 บาท/ตัว) มูลค่าน้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนมแช่แข็งที่ผลิตได้จากพ่อพันธุ์ที่ผ่านการพิสูจน์แต่ละตัว เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาท/พ่อพันธุ์ 1 ตัว สร้างโอกาสในการแข่งขันเชิงการค้า ผลกำไร ความมั่นคงทางอาหารให้กับอาชีพการเลี้ยงโคนมได้มากขึ้น

ถวายผลิตภัณฑ์นมยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์ค แด่พระภิกษุ และสามเณร

posted Apr 4, 2021, 11:36 AM by siam coverage   [ updated Apr 4, 2021, 11:37 AM ]

416801

นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) พร้อมด้วยผู้บริหาร อ.ส.ค. และพนักงานรวมไปถึงตัวแทนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถวายผลิตภัณฑ์นมยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์คแลคโตสฟรี (Lactose Free) ให้แก่พระภิกษุและสามเณร ณ วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ จำนวน 550 รูป เพื่อสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมด้านการส่งเสริมพุทธศาสนา เมื่อเร็วๆนี้

1-10 of 665