สัมภาษณ์ พิเศษ

ดร.จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ คนรุ่นใหม่กับวิสัยทัศน์ ทางธุรกืจและอนาคตทางการเมือง

posted Mar 25, 2019, 7:33 PM by siam coverage   [ updated Mar 25, 2019, 7:37 PM ]


จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ (ดร.อ้วน) นักบริหารหนุ่มอนาคตไกล ตัวเขาเองนั้นเป็นหลานชายของ นายสำเภา ประจวบเหมาะ อดีต ส.ส. และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 9 สมัย ที่ผ่านมา จักรพันธ์ ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชนิดหาตัวจับยาก มีธุรกิจหลายอย่างเช่น นักลงทุนด้านหุ้น 
ขายอุปกรณ์ไอที ปั๊มน้ำมัน แฟรนไชส์ ซื้อขายรถจักรยานยนต์มือสอง มีบ้านหรูหลังโต จนสร้างฐานะรายได้ถึงระดับพันล้าน มีโกดังสะสมรถซูเปอร์คาร์ และน่าจับตามอง พร้อมขนานนามฉายาให้ว่า “Mr.พันล้าน” หรือ “พ่อมดน้อยการเงิน” ได้ให้ความเห็นเรื่องการเลือกตั้ง สส.2562 ครั้งนี้ว่าผมเป็นคนพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตระกูลเก่าแก่ เกิดและโตที่นี่ครอบครัวผมก็อยู่ที่นี่เป็นทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ รู้สึกผูกพันธ์กับที่นี้จึงไม่ได้ย้ายไปที่ใหน วันนี้โอกาสดีก็ขอมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. เข้าสภา มาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองต่อไป



สำหรับการเลือกตั้งสส.62 ครั้งนี้ผมมีความเห็นว่า ครั้งนี้ประชาชนตื่นตัวและให้ความสนใจมากกว่าทุกครั้ง ขนาดเลือกตั้งล่วงหน้ายังต้องเข้าคิวยาว การเลือกตั้งในยุคสมัยนี้แม้แต่เด็กวัยรุ่นก็ยังสนใจกันมาก และยังมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทันกับยุค4.0 ที่อินเตอร์เน็ตและสื่อออนไลน์โดยเฉพาะสื่อโซเชี่ยลเข้าถึงได้กับทุกคน การเลือกตั้งก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ตนเองก็ยังได้รับการการทาบทามให้ลงสมัครสส. แต่ยังไม่พร้อมเพราะยังต้องการสานต่อธุรกิจให้ดีที่สุดก่อน อยากทำให้เต็มที่ก่อนพร้อมเมื่อไหร่ก็จะลงสนามเลือกตั้งทันที อีกอย่างอายุก็ยังน้อยยังไม่รีบร้อนลงสู่สนามการเมือง เพราะเพิ่งจะ 36 ปีเท่านั้น แต่คิดว่าในอนาคตในการเลือกตั้งคราวหน้า คงจะได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสวงการการเมือง รับใช้ประเทศชาติเหมือนกัน ก็สนใจอยู่หลายพรรคการเมืองที่มีนโยบายดี อยากให้ขจัดปัญหาความร้าวฉานของสังคมในอดีต


ดร.จักรพันธ์ ยังให้สัมภาษณ์ต่ออีกว่า...ผมจะขอรอดูและติดตามคณะรัฐบาลและผู้นำคนใหม่ที่จะเข้ามา บริหารประเทศชาติให้สงบสุขและหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่าเดิม จากพรรคการเมืองครั้งนี้แม้จะมีหลายขั้ว ทั้งแบบเก่าแก่เลยหรือคนรุ่นใหม่ ก็เป็นทางเลือกที่ดีให้ประชาชน บางท่านก็มีประสบการณ์จากการเป็นนักบริหารธุรกิจมาก่อนจะได้เปรียบอย่าง คุณ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อยากให้เข้ามาบริหารประเทศเช่นกัน เพราะจากประสบการณ์การเป็นนักบริหารบริษัทฯยักษ์ใหญ่มาก่อน และยังประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้จะให้ทำคนที่มีกลยุทธ์ทางการตลาดเข้าถึงทุกวงการจะได้เปรียบ แม้แต่ป้ายหาเสียงแบบใหญ่ๆก็จะค่อยๆหดหายไปผู้สมัครหันมาใช้สื่อโชเชียลมากขึ้น เพราะเข้าถึงง่ายและรวดเร็ว


ส่วนมุมมองเรื่องการหาเสียงและการใช้สื่อฯทางการเมืองในอนาคตที่ตัวเขาสนใจจะลงสนามเลือกตั้งนั้นคาดว่า แนวทางในการโฆษณาหาเสียงนั้น จะแนวโน้มผู้คนจะหันมาใช้สื่อออนไลน์มากขึ้นเพื่อให้ทันยุคสมัยไม่แน่อาจจะสังกัดพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ที่ดี ทั้งนี้ก็อยู่ที่ผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพอาจจะชวนมาจัดตั้งเองหรือพรรคที่มีอยู่แล้ว จะตัดสินใจอีกที ขอรอดูสถานการณ์บ้านเมืองก่อน ด้านมุมมองสำหรับคนรุ่นใหม่ต่อการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกสำหรับยุคออนไลน์วัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะสนใจและตื่นตัวมากขึ้น พวกเขาจะชอบอะไรใหม่ๆที่พวกเขาเติบโตมาและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีทั้งสื่อโซเชียล ต่างๆทุกช่องทาง


นอกจากนี้ ดร.จักรพันธ์ ยังมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนทุกวงการอาชีพต่างก็ตื่นตัวมากขึ้น สนใจมากขึ้นเพราะพวกเขารอคอยมานานอยากเลือกตั้ง และคาดว่าผู้คนจะมาออกมาใช้สิทธ์มากยิ่งขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ นอกจากนี้ยังวอนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่อยู่ให้ครบเทอม อยากให้มีเสถียรภาพ เพราะจะได้มีนักลงทุนกล้ามาลงทุน เศรษฐกิจจะได้เติบโต เพราะการเมืองมีความมั่นคง จะได้เดินหน้าต่อไป เศรษฐกิจดีทุกอย่างก็จะดีตามไปด้วย คาดว่าจะลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส.แน่คราวหน้า กับการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่มีอุดมคติใหม่ พร้อมมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่พร้อมจะบริหารประเทศได้ทันที พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้กับคนรุ่นใหม่ ในการบริหารประเทศ พร้อมลงเลือกตั้งแต่ต้องต้องดูสถานการณ์บ้านเมืองและความพร้อมของตัวเองอีกด้วย ในชีวิตจริงแม้จะไม่ได้ทำงานด้านการเมืองแต่ก็ยังช่วยเหลือสังคมอยู่ ยังทำงานด้านจิตอาสาเพื่อคนยากจนทั้งการบริจาค การสร้างโรงเรียนในถิ่นธุรกันดารในรูปแบบงาน CSR ของบริษัทฯ


ก่อนจบการให้สัมภาษณ์ดร.จักรพันธ์ ยังฝากถึงคณะรัฐบาลชุดใหม่ ขอให้ลดความขัดแย้ง พร้อมทำงานพัฒนาประเทศชาติอย่างเต็มที่ ประเทศชาติต้องเดินหน้าไม่ควรมีสีเสื้อ ควรมีความสามัคคีกันไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก ขอให้ยึดส่วนรวมประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ออกมาประท้วงปิดถนนเหมือนอย่างในอดีต อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาไปไกลกว่านี้ ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่เจริญก้าวหน้าเพราะความสามัคคีและมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี ...ผมก็ขอแสดงความยินดีกับพรรคการเมืองที่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ขอให้บริหารประเทศอย่างเต็มที่ทำเพื่อประเทศชาติ บ้านเมืองเราจะได้เดินหน้าต่อไปขอบคุณครับ

กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้ กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน วันนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาสัมภาษณ์แบบ Exclusive นาย เชาว์นิธิศวร์ หรือ ( นิธิ) อินทรพิชัย อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ ณ วันนี้กับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชสอนว่ายน้ำ ที่โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)

posted Dec 2, 2018, 8:34 PM by siam coverage   [ updated Dec 2, 2018, 9:03 PM ]


"ฉลามแบ๊งค์” อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ วัย 40 ปี ผู้โด่งดังเป็นขวัญใจประชาชน ติดทีมชาติซีเกมส์ 4 ครั้ง เอเชี่ยนเกมส์ 1ครั้ง รวมถึงโอลิมปิคเกมส์ 1996 และได้รับทุนการศึกษาโอลิมปิคโซริดาริตี้ ไปศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ วันนี้กับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชสอนว่ายน้ำ ที่โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)พร้อมเพื่อนร่วม ทีมอีก 2 คน คือ นาย นรินทร์ ศรีมนัสรัตน์ และ
นาย ฉัตรดนัย บัวทอง

วันนี้เราได้มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ โค้ชแบ๊งค์ แบบ Exclusive ที่โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) พร้อมได้ข้อคิดและนโยบายผู้บริหารโรงเรียนจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ท่าน ผศ.ดร.นพดล กองศิลป์ ผู้เป็นหัวเรือใหญ่กับการสร้างอนาคตของเด็กวัยนี้ให้เป็นเพชรเม็ดงามในวันข้างหน้า






โค้ชแบ๊งค์ กล่าวถึงวิธีการปลูกฝังให้เด็กรักกีฬาว่า “เราไม่ฝืนบังคับเด็ก ให้เหมือนหุ่นยนต์ ต้องให้เด็กสนุกกับกิจกรรมที่ทำ เน้นความสุข สนุกกับสิ่งที่ทำโค้ชต้องมีใจรักเด็ก ผู้ปกครองต้องสนใจเด็กว่าชอบกีฬาอะไร เราต้องค่อยๆ สอนและปูพื้นฐานให้เขารักกีฬา ให้พวกเขามีชีวิตวัยเด็กไปด้วยความสนุกสนาน ช่วงฝึกสอนและไม่ควรซีเรียสมากไป มีเกมส์ให้เด็กได้เล่น ระหว่างเรียนให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เรา และต้องพาเด็กๆ ไปดูนักกีฬารุ่นพี่ฝึกซ้อมว่ากว่าเขาจะได้เหรียญรางวัลพวกเขาต้องต่อสู้มาขนาดไหน”  โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่นำ Sport Pychologists (จิตวิทยาการกีฬา) นำมาพัฒนาทักษะการกีฬา เป็นเทคนิคใหม่ที่เด็กนักกีฬา ผู้ปกครอง โค้ช จะต้องเรียนรู้พูดคุย ให้กำลังใจปรับเปลี่ยนทัศนะคติใหม่โดยนักจิตวิทยาจะเข้ามาทำหน้าที่พูดคุยควบคู่ไปกับนักกีฬามิใช่แค่การกดดันอย่างเดียว ต้องใช้ควบคู่กับวิทยาศาสตร์การกีฬา Sport science ไปด้วยด้านการดูแลสรีระร่างกายและนักโภชนาการอีกด้วย จนทำให้นักกีฬาหลายท่านได้เหรียญทองมาแล้ว 





เมื่อกล่าวถึงกีฬา กีฬาจะสร้างคนที่มีคุณภาพได้อย่างไรโค้ชแบ๊งค์ กล่าวว่า “ กีฬาคือยาวิเศษนอกจากจะทำให้ผู้เล่นมีร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยแล้วยังสามารถสร้างการเรียนรู้ ให้รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ยินดีเมื่อเพื่อนได้ชัยชนะ ไม่มุ่งโทษตัวเองมุ่งแต่เอาชนะอย่างเดียว และเด็กต้องมีทักษะการใช้ชีวิตที่ดีมี EQ ที่ดีอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นทางโรงเรียนมุ่งสร้างและปลูกฝังคุณธรรมที่ดีอยู่แล้วโดยผ่านวิสัยทัศน์ผู้บริหารโรงเรียนสาธิตฯ ท่านผอ.ท่านได้ส่งเสริมและสนับสนุนเป็นอย่างดีกับทุกๆ กิจกรรม ทางโรงเรียนจะมีสโมสรกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งสามารถสร้างนักกีฬาทีมชาติมาแล้วหลายคนทั้งกีฬาว่ายน้ำและกีฬาอื่นๆ อีกจำนวนมาก ส่วนการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรักกีฬา เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีพาพวกเขาทำทุกๆ กิจกรรมเช่นลงสระว่ายน้ำกับพวกเขา พาไปทัศนศึกษาดูการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ ไม่กดดันจนเกินไปแม้เขาจะแข่งแพ้ ควรให้โอกาสเขาไปแข่งขันหาทักษะหลายๆ ที่ ให้พวกเขาได้มีประสบการณ์มากขึ้น กีฬาทุกชนิดสามารถสร้างคน สร้างชาติ สร้างงาน สร้างอาชีพได้ รัฐบาลควรสนับสนุนด้านงบประมาณด้านกีฬาให้มากกว่านี้ ลงทุนสร้างสนามสร้างสระ หรือหาผู้ฝึกสอนที่มีความรู้ความชำนาญไปสอน เราอาจจะได้เหรียญทองโอลิมปิก มาก็ได้

แต่ปัจจุบันนักกีฬาไทยก็พัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ แต่ก่อนยังตามหลังเราด้านกีฬาว่ายน้ำ ปัจจุบันพัฒนาไปไกลแล้ว เพราะรัฐสนับสนุนด้านงบประมาณมากมายนั่นเอง ส่วนความคาดหวังกับนักกีฬารุ่นใหม่ อยากให้พวกเขารู้จักการเล่นกีฬาจริงๆ เช่นรู้แพ้ รู้ชนะ และมีน้ำใจนักกีฬา มีทักษะพื้นฐานการเล่นที่ถูกต้อง ไม่บาดเจ็บ มีเทคโนโลยี่ด้านการกีฬาเข้ามาเพิ่มทักษะ เพิ่มสรีระให้สมส่วนสวยงามคล่องแคล่ว ส่วนเหรียญรางวัลจะเป็นรางวัลที่นำความภาคภูมิใจให้นักกีฬา กีฬาสามารถสร้างคนๆ หนึ่งโตขึ้น เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ”

นี่คือบทสัมภาษณ์ ทัศนะคติของอดีตนักกีฬาทีมชาติที่เคยสร้างคุณงามความดีให้ประเทศชาติและสร้างความสุขใจในการเชียร์แก่ประชาชนชาวไทย บทบาทใหม่ในฐานะครูฝึกสอนกีฬาว่ายน้ำประเภท Fin swimming คือกีฬาว่ายน้ำประเภทหนึ่งที่ผู้ว่ายต้องมีทักษะในการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าฟิน หรือ ตีนกบ และ สน๊อกเกิ้ล (ท่อหายใจ) 


ในบ้านเราถือว่าเป็นกีฬาที่กำลังถูกรื้อฟื้น ขึ้นมาอีกครั้งโดยสมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทย ATUS และเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศ เขาคือศิษย์เก่าของ...โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)โรงเรียนที่ปลูกฝังหล่อหลอมเขาให้เป็นคนดี เป็นคนมีชื่อเสียงระดับประเทศ วันนี้เขากลับมาช่วยงานที่นี้ หวังสร้างอนาคตเด็กรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจ และใส่ใจรักกีฬาว่ายน้ำเพื่อให้กีฬาว่ายน้ำกลับมาคึกคักเหมือนสมัยก่อนให้ได้



เกี่ยวกับกีฬาสาธิตสามัคคีครั้งที่ 43 “เสลาเกมส์” การแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคีครั้งที่ 43 “เสลาเกมส์” ระหว่าง 3-9 ธันวาคม 2561
ที่ ม.นเรศวร พิษณุโลก โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ควบคุมทีม ผู้ตัดสินกีฬา และผู้เข้าร่วมงานจากโรงเรียนสาธิตในสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษาทั่วประเทศ (สกอ.) จำนวน 21 สถาบันรวมทั้งนักกีฬาจาก...โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร หรือ
(ทีมประถมสาธิต PSP) ก็ได้เข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาในครั้งนี้โดยโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาสาธิตสามัคคี ครั้งที่ 43 ซึ่งปีนี้มีการจัดการแข่งขัน 17 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา กอล์ฟ ซอฟท์บอล เซปักตะกร้อ เทนนิส เทเบิลเทนนิส บาสเกตบอล แบดมินตัน เปตอง ฟุตซอล ฟุตบอล ลีลาศ วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ หมากกระดาน ฮอกกี้ และแฮนด์บอล การแข่งขันครั้งนี้มีชื่อการแข่งขันกีฬาว่า “เสลาเกมส์” และสัตว์นำโชคประจำการแข่งขัน (MASCOT) เป็นช้างศึกชื่อว่า “น้องสานมิตร” ภายใต้คำขวัญประจำการแข่งขันว่า “เสริมสุขสานมิตร สาธิตสมานฉันท์ สามัคคีรู้แบ่งปัน สายสัมพันธ์ เสลาเกมส์” จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมเชียร์และให้กำลังใจน้องๆนักกีฬาซึ่งจะพัฒนาไปเป็นความหวังของชาติในระดับนักกีฬาทีมชาติต่อไป

คู่หูจิตอาสา ทำดี เพื่อ ‘พ่อ’กับการให้ที่ไม่สิ้นสุด

posted Apr 29, 2018, 11:29 AM by siam coverage   [ updated Apr 29, 2018, 11:35 AM ]


การทำดีด้วยหัวใจ และการบรรเทาทุกข์ให้คนอื่น โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน นับเป็นการเสียสละตัวเองอย่างน่ายกย่องชื่นชม ซึ่งหากยังจำกันได้ ในช่วงที่มีพระราชพิธีกราบพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีกลุ่มจิตอาสาช่วยงานในส่วนต่างๆ เพื่อ เป็นการทำความดีถวายฯในงาน"ทำเพื่อพ่อเป็นครั้งสุดท้าย” ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งคู่หูจิตอาสา ‘เค เยาวราช’ หรือ สมศักดิ์ ศรีเพชร และ ‘กอล์ฟ ภูตะคา ชัยเชาวรัตน์’ ก็เป็นส่วนหนึ่งในบรรดาจิตอาสาในขณะนั้น ซึ่งแม้กาลเวลาจะผ่านมานับปี แต่ 2 นักจิตอาสาฯ ก็ยังไม่ทิ้งอุดมการณ์ ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ทำความดีกันต่อไป ล่าสุด 2 พี่น้องจิตอาสาก็ได้ไปร่วมกันแจกอาหาร เครื่องดื่ม ให้ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่หัวลำโพงอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ในโอกาสนี้เรามาทำความรู้จักกับเขาทั้ง2คนว่าเป็นใคร มีอุดมการร์และแนวคิดการเสียสละเพื่อสังคมนี้สืบเนื่องมาจากแรงบันดาลใจอย่างไร





‘เค เยาวราช’ หรือ สมศักดิ์ ศรีเพชร เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2513 ที่จังหวัดเพชรบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี การเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันยังโสด โดย เค เยาวราช " เล่าว่า ชีวิตวัยเด็กเกิดมาในครอบครัวใหญ่ที่ยากจน มีพี่น้องถึง 12 คน ผมเป็นลูกคนที่ 9 ไม่ได้เรียนหนังสือ พ่อเป็นนักมวยเก่า ตอนเด็กจึงได้ยึดอาชีพนักมวย ซึ่งเป็นอาชีพของลูกผู้ชาย ตอนอายุได้ 9 ขวบวันหนึ่งได้ไปชกมวยที่เวทีมวยสำโรง จ.สมุทรปราการ และถูกพี่เลี้ยงโกงเงินค่าตัว จริงๆเขาคงไม่ได้ตั้งใจที่จะโกง แต่วันนั้นมวยแพ้ และเสียเดิมพันไปจนหมด เขาก็เลยหนีไป ผมเดินทางเพื่อกลับบ้าน มาถึงสนามหลวงเกือบ ๆ เที่ยงคืน รถโดยสารประจำทางหมดแล้ว ความเหนื่อยล้า กอปรกับขึ้นชกมวย รับอาวุธมาหลายขนาน ทำให้ต้องนอนหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า มีข้าวกล่องหนึ่ง และเงิน 20 บาท วางไว้ ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคน ๆ นั้นที่ให้ในยามที่หิวโหย และไม่มีเงิน อีกทั้งในสมัยนั้นเงิน 20 บาท ก็ไม่ใช่น้อย ๆ ผมจึงตั้งปณิธานไว้ว่า โตขึ้น เมื่อผมมีเงิน ผมจะต้องให้แบบเดียวกับที่ผมได้รับ นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ผมได้ทำการแจกอาหารให้กับประชาชนเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน


ทางด้าน ‘กอล์ฟ ภูตะคา ชัยเชาวรัตน์’ เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2522 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตร์ คณะรัฐศาสาตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกอบอาชีพ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตำแหน่ง กรรมการบริษัท สิทธารมณ์ ลิฟวื่งโฮม จำกัด ปัจจุบันก็ยังโสดเช่นกัน ซึ่ง กอล์ฟ บอกว่า เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ ช่วงวัยรุ่นใช้ชีวิตอย่างโชกโชนทั้งกิน ทั้งเที่ยว จบมาก็บ้างาน ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุถูกรถชน เมื่อรู้ว่าผมกลายเป็นคนพิการ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต ผมรู้สึกท้อใจมาก ต้องใช้ระยะเวลาร่วม ๆ 1 ปี กับการทำใจ ที่ผ่านมาได้ก็เพราะได้เห็นในหลวงรัชการที่ 9 ที่ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจ ด้วยการเสียสละ พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยกว่าพวกเราทุกคน ทำให้ผมคิดได้ว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ควรจะทำประโยชน์ให้กับสังคม จึงได้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาเพื่อสังคมอย่างเต็มตัวในช่วงงานพิธีถวายอาลัยและเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง รัชกาลที่ 9"
ทั้ง ‘เค เยาวราช’ และ ‘กอล์ฟ ภูตะคา’ แม้จะมีแนวคิดการทำจิตอาสาที่แตกต่างกันคือ ‘เค เยาวราช’อยากตั้ง "ธนาคารบุญ" ที่ทุกคนสามารถทำความดีได้อย่างไม่สิ้นสุด ทำความดีโดยไม่ต้องรีรอ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมทำความดีร่วมกันเพื่อผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้" ในขณะที่ ‘กอล์ฟ ภูตะคา’ มีแนวคิดจะจัดสรรพื้นที่อย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์ของโครงการออกแบบ ทำบ้าน ทำสวนสาธารณะสำหรับคนพิการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป"แต่ที่คู่หูทั้งสองมีเหมือนกันคือ การมี ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบแห่งการเสียสละเพื่อประชาชนของพระองค์ ดังนั้น ทั้งสองจึงมีความเห็นตรงกันว่า การทำงานจิตอาสาไม่จำเป็นต้องลงมือทำด้วยเงินมากมาย แต่สามารถลงมือทำด้วยแรงกาย และแรงใจ ทำด้วยจิตบริสุทธิ์ ไม่ต้องกลัวคำครหานินทา ผลตอบแทนกลับมาคือความสุขใจ เพราะการให้ไม่มีที่สิ้นสุด สังคมจะสงบสุข เกิดความรัก และสามัคคี ก็เพราะการให้ มีมากให้มาก มีน้อยก็ให้น้อย ช่วยกันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนที่ด้อยโอกาส ให้คนที่ขาดแคลน มีไม่พอได้อิ่มท้อง จะได้มีแรงกาย แรงใจ ให้ได้ต่อสู้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในสังคมต่อไป


















ท้ายที่สุดขอขอบคุณ สถานที่โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการสัมภาษณ์และถ่ายทำ

1-3 of 3