ร้านอาหารยูเรกวาน (You Rea Guan) ร้านอาหารเกาหลีที่น่าลิ้มลอง

posted Jul 16, 2017, 12:21 PM by siam coverage   [ updated Jul 18, 2017, 3:09 AM ]

อาหารเกาหลีนั้นมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน การรับประทานอาหารของชาวเกาหลีจะจัดอาหารขึ้นโต๊ะพร้อมกันทุกอย่างเรียกว่า "ฮันจ็องชิก" (한정식) โดยในหนึ่งสำรับประกอบด้วย ข้าว ซุป และ กิมจิ เป็นหลัก นอกจากนั้นมีกับข้าวที่ทุกคนกินร่วมกัน และ บันซันซึ่งเป็นเครื่องเคียงจานเล็ก ๆ จำนวนบันซัน จะมากหรือน้อยขึ้นกับฐานะทางสังคม ส่วนใหญ่สามัญชนมี 3 อย่าง ถ้าเป็นเชื้อพระวงศ์อาจมีถึง 12 อย่าง เครื่องเคียงเหล่านี้ได้แก่ ผักลวก ผักนึ่ง และ อาหารทะเลแห้ง อุปกรณ์ที่ใช้ในการกินอาหารของชาวเกาหลี ได้แก่ชามหินใบใหญ่ที่เก็บความร้อนได้ดีใช้ใส่อาหารร้อน ชามโลหะสำหรับอาหารเย็น ช้อนด้ามยาว และ ตะเกียบโลหะ 

แรกเริ่มเดิมทีเกาหลีเป็นประเทศเกษตรกรรม และชาวเกาหลีเพาะ ปลูกข้าวเป็นอาหารหลักมาตั้งแต่โบราณกาล มาในสมัยนี้อาหารเกาหลีจะเป็นตำรับซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์นานาชนิด ปลา พร้อมด้วยพืชสีเขียวและผักต่าง ๆ อาหารหมักดองต่าง ๆ เช่น กิมจิ ช็อดกัล (젓갈 - อาหารทะเลหมักเกลือ) และท็อนจัง (된장 - ถั่วเหลืองหมักเหลว) ขึ้นชื่อในรสชาติโดยเฉพาะและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

จุดเด่นในการตั้งโต๊ะอาหารเกาหลีคืออาหารจานต่าง ๆ จะถูกนำมาจัดวางในคราวเดียวกัน โดยการปฏิบัติสืบทอดกันมา มีการเสิร์ฟอาหารประเภทเรียกน้ำย่อยเริ่มจากอาหาร 3 ชนิด สำหรับสามัญชนถึง 12 ชนิดสำหรับชนชั้นวงศานุวงศ์ การจัดโต๊ะอาหารต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่ามีการเสิร์ฟอาหารจานก๋วยเตี๋ยวหรือเนื้อหรือไม่ มีการแสดงการจัดโต๊ะอาหารตามกฎระเบียบให้ผู้สนใจเรื่องอาหารและการรับประทานอาหารได้เห็น หากจะเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและญี่ปุ่นแล้ว เกาหลีนิยมใช้ช้อนมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเสิร์ฟน้ำซุป

คนเกาหลีนิยมทานผักสดและผักดอง จะเห็นทุกครั้งบนโต๊ะอาหาร ก็จะมีผักหลากหลายชนิดและมีผักดอง กิมจิ โดยในแต่ละมื้อจะต้องประกอบ 3 สิ่ง คือ ข้าว ซุป และ กิมจิ อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากซอสถั่วเหลือง ถั่วหมัก และน้ำมันงา ซึ่งได้แก่วิตามินและเกลือแร่  

อาหารในประเทศเกาหลี ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเข้ามีบทบาทโดยการสร้างความแพร่หลายทางวัฒนธรรมทั้ง ดนตรี ภาษา ภาพยนตร์ และ ละคร อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมการกิน อาหารเกาหลี หรือ 한식 (ฮาน-ชิก) นั้น เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเดียวนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน จะเลือกทานอะไร ก็มักมีร้านอาหารเกาหลีเป็นตัวเลือกของท่านอยู่เสมอ โดยในบรรดาอาหารเกาหลีที่คนไทยรู้จักก็คงหนีไม่พ้น แป้งผัดซอสเผ็ด หมูย่างเกาหลี ข้าวยำ หรือ กิมจิ หากแต่เพียงว่าถ้าท่านสามารถสัมผัสถึงการกินอยู่ที่แท้จริงของคนเกาหลีใต้ได้อย่างแท้จริง ท่านอาจจะหลงเสน่ห์ปลายจวักของคนประเทศนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยก็เป็นได้ ครับ

อาหารเกาหลี ตามหลักที่ชาวแดนโสมขาวนั้นรับประทานอยู่ทุกวัน ล้วนแล้วแต่มีความหมายแฝงถึงคุณค่าทางสารอาหารที่จะได้รับจาก 5 หมู่และ 5 สีของอาหาร เนื่องจากระบบการเป็นอยู่ของคนเกาหลีนั้นถูกแฝงไว้ด้วยความหลักธรรมชาติแห่งเต๋าและขงจื้อ ทำให้อาหารที่มีสีหลากหลาย ทั้ง แดง เขียว ดำ ขาว เหลือง สามารถบ่งบอกได้ถึงความสมดุลและประโยชน์ที่จะได้รับจากการทานอาหาร จริงอยู่ที่คนเกาหลีมักชอบทานอาหารรสจัด หรือ อาหารดองจากพริกเผ็ดๆแต่นั้นก็เป็นภูมิปัญญาในการปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกายเมื่อต่ำลงตอนฤดูหนาว และสารที่ได้จากก็ดองผักก็ให้ผลดีทั้งช่วยถนอมอาหารในยามที่ประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขานี้ไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอ หรือในอีกด้านยังช่วยเป็นวิตามินชีวจิตชั้นยอดที่คนเกาหลีขาดไม่ได้ในทุกมื้ออาหาร และแน่นอนเมื่อโลกของเราเปลี่ยน “อาหารที่มีอยู่ในประเทศเกาหลี” จึงไม่ได้มีแค่ “อาหารเกาหลี” อีกต่อไป ค่านิยมรวมถึง รสนิยมการรับประทานอาหารของคนประเทศนี้ได้ถูกผสมผสานกับชาติตะวันตกและชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามยุค 50ทำให้อาหารเกาหลีอยู่หลายชนิดเลยทีเดียวที่มีส่วนผสมของชีสหรือซีอิ้วญี่ปุ่นเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดีรสนิยมการทานอาหารต่างชาติแบบต้นตำหรับของชาวเกาหลีกลับเป็นไปอย่างรสชาติด้ังเดิมอย่างแท้จริง ทั้งเค้กที่ใช้ของคุณภาพเกรดเอ กาแฟที่ร้านแบรนด์ท้องถิ่นเองกลับมีรสชาติกลมกล่อนกว่ากาแฟสัญชาติอเมริกาซะอีก หรือจะเป็นร้านขนมปังของประเทศนี้ที่ฝรั่งยังตกใจกับรสชาติที่ได้ลิ้มลอง



เกริ่นกันมาตั้งนาน มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ วันนี้เป็นวันเสาร์และเป็นวันหยุดเป็นวันที่เราไปหาที่รับประทานอาหาร และวันนี้ได้มีโอกาสได้ไปลิ้มลองอาหารเกาหลี ที่ร้าน ร้านหนึ่งที่มีชื่อว่าร้าน ยูเรกวาน ร้านยูเรกวานนั้นเป็นร้านที่เปิดมานาน ทำไมถึงเลือกร้านนี้น่ะเหรอครับ หลังจากที่หาข้อมูลเยอะแยะมากมายและทางร้านได้บอกเราว่า ร้านยูเรกวานเป็นร้านอาหารเกาหลีตำรับชาววัง ชักจะน่าสนใจละสิครับ และมีหลายคนประทับใจร้านยูเรกวาน และ มีคนพูดถึงในทางที่ดี ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมเราจะไม่มาลองทานดูละครับ 





“ยูเรกวาน” ภาษาเกาหลีแปลว่า “คนหลั่งไหลมาไม่สิ้นสุด” ชื่อมีความหมายแล้ว รสชาติอาหารก็อร่อยอาหารภายในร้านยังจัดจานได้สวยดูมีเสน่ห์ชนิดที่เรียกว่าบรรยาย ออกมาเป็นตัวอักษรกันไม่ถูกเลยทีเดียวครับ ไม่ต้องบินไปกินอาหารเกาหลีถึงประเทศเกาหลี ก็อร่อยแบบต้นตำรับรสชาติในแบบราชสำนักเกาหลีแท้ๆ ทั้งรูปแบบ เอกลักษณ์ได้ที่ประเทศไทย แถมยังมีชุดเกาหลีเตรียมไว้ให้แต่งเข้าบรรยากาศอีกด้วยมาดูบรรยากาศร้านกันก่อนดีกว่าด้วยเพราะสไตล์ รูปแบบการตกแต่งร้าน ดูเป็นเกาหลีมากๆ อาคารหลังใหญ่เป็นแบบสองชั้นบริเวณกว้างขวาง มีการจัดสวน ประดับประดาด้วยต้นไม้เยอะมาก รูปแบบที่นั่งของยูเรกวาน จะค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากเลยครับ จะมีฉากกระจกกั้นเป็นล็อคๆสร้างความเป็นส่วนตัว สำหรับ 2-12 คน มีทั้งหมด 18 โต๊ะด้วยกัน และพนักพิงที่นั่งจะสูงกว่าศีรษะ และระยะห่างของแต่ละโต๊ะกำลังดี รู้สึกว่า ไม่หนาแน่นจนเกินไป แม้ว่าจะมีลูกค้าเยอะก็ตาม แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ก็จะมีห้องจัดเลี้ยงแบ่งเป็นสัดส่วนอยู่ชั้นบน มีห้อง 13 ห้อง มีห้องเล็ก 11 ห้อง จุคนได้ห้องละประมาณ 6-8 คน และมีห้องใหญ่ 2ห้อง จุคนได้ 16 - 32 คน จัดไว้บริการ จัดเลี้ยงปาร์ตี้ได้สบายๆ ครับ


                                               รูปถ่ายศิลปินดารา นักร้องเกาหลีที่เคยมาทานอาหารที่ร้าน ยูเรกวาน ได้ถ่ายรูปถูกติดไว้ที่ร้าน



มาเริ่มที่อาหารกันบ้างดีกว่า อาหารของที่ร้าน ยูเรกวาน มีทั้งแบบ A La Carte มีทั้ง อาหารไทย อาหารเกาหลี และ มี แบบ Buffet มีทั้ง Buffet หมู และ เนื้อ 


Pork Buffet 349++บาท (409 บาท net) ก็จะมีเมนูหมูให้เลือกทาน 4 ชนิด และซุป กิมจิ พร้อมเครื่องเคียง และ ชาจีน ร้อน/เย็น 
Beef Pork Buffet 599++บาท (704 บาท net ) มีเนื้อ และ หมู ให้เลือกทานอย่างละ 4 ชนิด สามารถสั่งซุปได้ 3 ชนิด มีข้าวยำให้เลือก 2 ชนิด และอาหารทานเล่นอีก 3 ชนิด และสามารถสั่งกุ้งและปลาหมึกเครื่องเคียง ชาจีนร้อนหรือเย็น และ ขนมหวาน จำกัด คนละ 1 ที่ Buffet ทั้ง 2 แบบ ทานได้ 2 ชม 
ลูกค้าที่ทาน Beef Pork Buffet ก็จะทานได้ทั้ง หมู เนื้อ กุ้ง และ ปลาหมึก รวมทั้งอาหารอื่นๆตามเมนู



พอเรามานั่งที่โต๊ะอาหาร สั่งอาหารเสร็จเรียบร้อย ที่ร้านก็นำเครื่องเคียงมาเสิร์ฟ เยอะขนาดนี้เลยนะครับ มีทั้งสลัด กิมจิ  ปลาแห้ง ผักโขม ผัดถั่วงอก (ที่หัวมันจะใหญ่ๆ ผัดกับน้ำมันงา) และที่ติดใจมากๆ เลย ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้คือ กิมจิมะละกอ เขาใช้มะละกอดิบมาทำ กิมจิครับ ถ้าใครที่ชอบทานส้มตำ คิดว่าน่าจะชอบนะครับ เข้าใจว่าน่าจะทำเอาใจคนไทย และ ยังมี กิมจิสด ที่ทำจากผักกาดขาวที่ทำสดให้ทานด้วย อร่อยทีเดียวครับ และน้ำจิ้มของร้านนี้มีด้วยกัน2ชนิดคือ กันจัง ซึ่งจะเป็นถ้วยสีดำ และน้ำจิ้ม ซัมจัง ถ้วยสีขาว เมื่อเรามาทานอาหารแบบเกาหลี ก็ต้องเริ่มกันด้วยปิ้งย่าง หมู เนื้อมาเต็มจานแบนใบโตสวยหรูดูดี  แบบ ดั้งเดิมจริงๆรสชาติครบรส การรับประทานแบบเกาหลี จะต้องนำผัก มาห่อรับประทานกับ หมูย่าง และ เนื้อย่าง  เนื้อย่างต้องจิ้มแค่น้ำมันงาใส่พริกไทยนิดนึงเท่านั้น เพื่อให้ได้ลิ้มรสของรสเนื้อจริงๆ ที่นิยมทานกันมากที่ร้านก็เป็นหมูสามชั้นหั่นมาเป็นแผ่นๆ ไม่หนาไม่บาง





หมูสามชั้นย่างบนเตาไฟร้อนๆหอมกรุ่น และรสชาติอร่อย ลูกค้าเกาหลีชอบมากด้วยความที่บ้านเมืองเขามีอากาศหนาว และยังมีความเชื่อกันว่าด้วยความที่มีน้ำมันกินเข้าไปแล้วทำให้ร่างกายสะอาดเหมือนไปล้างสิ่งสกปรกที่เข้าไปอยู่ในร่างกาย วัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีไม่ใช่ความสวยงามของสีสันเมนูอาหารที่หลากหลาย หากแต่แฝงไว้ซึ่งคุณประโยชน์ 

เมนูถัดมาที่ต้องลองก็คือ 



จอนจูบิบิมบับ (Jeonju style rice topped with wild vegetables and meat)  250 บาท ข้าวยำเกาหลี

ข้าวยำเกาหลี เป็นเมนูที่คนไทยรู้จักกันดี  ไม่ใช่ข้าวยำแบบไทยนะครับ ถึงจะคลุกเหมือนยำแบบเดียวกัน แต่ก็เป็นยำบิบิมบับแบบเกาหลีสไตล์ เขาจะยกมาแบบชามร้อนๆ เลย เราได้ยินเสียงฟู่ๆร้อนฉ่าเลยทีเดียว มาถึงเราก็ต้องรีบตักน้ำจิ้มใส่ และรีบคลุก ไม่งั้นของที่อยู่ตรงก้นชามจะไหม้ โดยปกติทั่วไปที่เราสั่งบีบิมบับ ไข่ที่เขาวางไว้ด้านบน จะเป็นไข่ดาวแบบไข่แดงไม่สุก แต่ของร้านยูเรกวานเขาจะวางไข่แดงไว้ตรงกลางล้อมรอบไว้ด้วยหมูแบบนี้ทำให้เวลาคลุกแล้ว ไข่จะทั่วถึงทั้งชาม นอกจากนี้ ความอร่อยจะอยู่ที่ข้าวที่คลุกกับ น้ำซอสบีบิมบับ ชอบตรงกลิ่นหอมของน้ำซอส รสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวาน กำลังดี ที่มาที่ไปของอาหารจานนี้เวลามีเทศกาลของบ้านในครอบครัวพี่น้องมาทำกับข้าว ทานอาหารร่วมกันในบ้านเสร็จแล้วพอมีของเหลือคนเกาหลีจะไม่ทิ้งจะเอามารวมแล้วคลุกแล้วก็ใส่โคชูจัง ซอสเกาหลีแจกให้ทุกคนได้ทานร่วมกันเป็นกุศโลบายในการทานอาหารที่ดีมาก แต่วันนี้เราได้มาทานจอนจูบิบิมบับที่ร้านยูเรกวานที่นี่ไม่ได้เอาอาหารเหลือมาทำข้าวยำให้ทานนะครับ เขาปรุงจากวัตถุดิบใหม่ๆ สดๆ จัดเสิร์ฟมาอย่างสวยงาม ดัดแปลงอย่างลงตัว ไปแล้วต้องลองเมนูนี้สะท้อนความรักในบ้านอย่างอบอุ่น ผักโขม ถั่วงอกหัวโต เห็ดหอม ไข่ขาว ไข่แดง หลายๆอย่างมารวมๆกัน มีทริคนิดหน่อยนะครับในการทานบีบิมบับ เมื่อคลุกซอสเสร็จแล้วให้รอสักครู่ข้าวที่อยู่ข้างล่างจะเริ่มแห้งขึ้น คล้ายๆข้าวตัง เมื่อนำมาทานจะมีรสชาติอร่อยขึ้นครับ


โอจิงโบกอึม ( Stir-fried squid ) 320 บาท ปลาหมึกผัดซอสเกาหลี

ปลาหมึกผัดซอส รสชาติเข้มข้นของซอสที่ผัด และผัดรวมกับผักต่างๆมีสีสันสวยงาม รสชาติดีทีเดียว เมื่อได้ทานเข้าไปจะได้รสชาติของปลาหมึกที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสซอส ที่ผัดรวมเข้ากันไปได้ดีทีเดียว แนะนำให้มาลองทานกันครับ อร่อยทีเดียวครับ


เฮมุลพาซอล (Seafood and green onion pancake)  250/350  บาท พิซซ่าเกาหลี หน้าทะเล 

พิซซ่าเกาหลีหน้าทะเล ส่วนประกอบ จะมีผักอยู่ข้างใน พริกหยวก กุ้งและปลาหมึก เป็นพิซซ่าหน้าทะเล เวลาทานก็ราดน้ำจิ้ม สีแดงใส่งาที่เค้าให้มาครับ ตัวแป้งจะหนานุ่ม ด้านบนกรอบนิดๆ รู้สึกว่ามันออกหวานนิดๆนะครับ อร่อยดีทีเดียวครับ


ซัมแกทัง (Chicken ginseng soup) 500 บาท ไก่ตุ๋นโสม

คนเกาหลีนิยมทานไก่ตุ๋นโสมในหน้าร้อนเพื่อปรับสมดุลย์ของร่างกาย ที่ร้านยูเรกวานนั้นจะมีให้เลือกว่าจะทาน ไก่ดำ หรือ ไก่ขาวปกติ วันนี้ที่ได้ทานคือ ไก่ขาว ส่วนประกอบภายในตัวไก่ จะมีข้าวเหนียว รากโสม เกาลัด พุทราจีน และกระเทียมเป็นต้น ใช้เวลาในการตุ๋นนาน เพื่อให้ได้น้ำซุปที่เข้มข้นได้รับคุณประโยชน์จากโสมภายในตัวไก่เมื่อได้ทานน้ำซุปรสชาติหอมหวานเนื้อไก่แน่นและนุ่ม รสชาติดีทีเดียวครับและยัง มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย โดยปกติจะมีเหล้าเกาหลีมาให้1ถ้วยเพื่อให้ดื่มก่อนทานหรือใส่ไปในซุปตามแบบฉบับเกาหลีครับ แต่วันนั้นได้ทานซุปและเนื้อไก่ก็อร่อยแล้วครับ


ฉับ แช (Japchea) 300 บาท ผัดวุ้นเส้นเกาหลี

ฉับแช ดูแล้ว คล้ายๆผัดวุ้นเสัน แบบอาหารไทย หรือ อาหารจีน แต่ไม่ใช่เลยครับ เพราะ เส้นวุ้นเส้นไม่ได้ผัดลงไปรวมกับเครื่องแต่นำเครื่องมาผัดแล้วนำไปคลุกกับวุ้นเส้นที่ลวกมาแล้ว รสชาติดีมากๆครับ จริงๆแล้ว คนเกาหลีจะรับประทานอาหารจานนี้เป็นอาหารจานข้างเคียง อาหารจานนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม อร่อยน่าทานทีเดียวครับ แนะนำให้ลองทานดูครับ


กิมจิ จิเก (Kimji Jigae) ซุป กิมจิ

กิมจิจิเก สำหรับเมนูนี้ ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าต้องเป็นกิมจิแน่นอน อันนี้เป็นกิมจิที่ มีน้ำแกงด้วย เป็นซุปกิมจิครับ ในส่วนผสมของมัน ก็จะมีพวก หมู ผัก น้ำมันงา รสชาติมันจะค่อนข้างเปรี้ยวทีเดียว ด้วยรสชาติเข้มข้นขนาดนี้ เขาถึงเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวสวย เพื่อให้รสชาติเข้มข้นกำลังดีครับ แต่สามารถ ซดเปล่าๆ กันไปเลยก็ได้ครับ ชอบมากครับ เมนูนี้ 


ไหนๆก็มาแล้วของหวานก็ต้องโดนสักหน่อยมาถึงขนมแนะนำกันบ้าง เต้าหู้นมสด รสชาติชื่นใจอย่าบอกใคร นุ่มหอม ละมุนกลมกล่อมทานแล้วสดชื่นครับ มันอร่อยจริงๆ สำหรับคนที่ชอบนม ไม่ควรพลาดครับ 


กิมจิ เป็นอาหารประจำชาติของชาวเกาหลีทั้งในประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ซึ่งอาหารที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือ กิมจิ(เกาหลี: 김치, MC: GIMCHI, MR: Kimch'i คิมชี) ซึ่งเป็นผักดองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเกาหลี ที่ร้านยูเรกวานได้มีการทำผักดองกิมจิขายด้วยมีรสชาติที่อร่อยเหมือนทานที่เกาหลีเลยทีเดียวมี2รสชาติด้วยกัน วิธีการทำ กิมจินั้นไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะ กิมจิ (Kimji) ผักดองธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดา ประโยชน์นั้นมีเยอะมาก โดย เฉพาะเหมือนเป็นอาหารช่วยย่อย มีจุลินทรีย์ตัวดีที่มีประโยชน์ ไปเก็บกินของเสียในร่างกาย ทาน แล้วมีกากอาหารเยอะ “ถ้าเราทานกิมจิทุกๆวัน เจ็ดวันติดต่อมื้อเย็นเหมือนร่างกาย จะได้รับการล้างพิษไปในตัว คล้ายๆกับว่าช่วยทำให้ลำไส้เราสะอาดขึ้น ”กิมจิ"เป็น รายการอาหาร แต่ กิมจิ เกาหลี เป็น อาหารประเภทเครื่องเคียง ไม่ได้เป็นเมนูหลัก แต่อาหารเกาหลีจะมีประจำทุกมื้อ ถือว่าขาดไม่ได้ โดย กิมจิ จะมีหลายชนิด และ มีวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่แตกต่างกัน ในแต่ละมื้อ จะมีกิมจิ วางไว้หลายๆแบบวัฒนธรรมการกินของคนเกาหลี กินกิมจิเสมือนน้ำพริกผักจิ้มบ้านเรา คือ มีทุกมื้อ ต้องวางเคียงไว้กับอาหารจานหลัก  ถ้าขาดกิมจิแล้วก็จะกินข้าวไม่อร่อย ซึ่งกิมจิที่คนไทยรู้จักดี คือ กิมจิผักกาดดองซึ่งทางร้าน ยูเรกวานนั้นได้ทำกิมจิผักกาดดองออกมาขายด้วยครับกว่าจะได้กิมจิที่รสชาติแสนอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการนั้น ใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ เพราะการจะทำกิมจิให้มีคุณภาพได้นั้น จะต้องเริ่มต้นจากการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพก่อน โดยผักกาดขาวที่นำมาใช้ควรจะเป็น “ผักกาดขาวจีน” เพราะจะให้รสชาติที่ดีกว่าผักกาดขาวชนิดอื่นๆเพราะใหญ่กว่าและแข็งกว่าของที่อื่นหลังจากหมักแล้วยังมีความกรอบและไม่ยุ่ยด้วยรวมไปถึงส่วนผสมต่างๆ ที่นำมาใช้หมักก็จะต้องเลือกที่สดและสะอาดเช่นเดียวกัน ส่วนวิธีการบรรจุนั้นในสมัยก่อนนิยมนำกิมจิที่ทำเสร็จแล้วเก็บลงในไหแล้วฝัง ลงดิน แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเก็บแบบใหม่โดยการนำกิมจิที่ทำเสร็จแล้ว ใส่ไว้ในกล่องถนอมอาหาร แล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปและที่ร้านยูเรกวานได้มีการทำกิมจิเอง และมี กิมจิให้ลูกค้าได้ซื้อกลับไปทานต่อกันที่บ้านได้ครับ



สำหรับใครที่ใช้ Dtac และ บัตร KTC ลด 10%สำหรับค่าอาหารเฉพาะเมนู A La Carte  สำหรับร้านยูเรกวานโดยรวมๆแล้วรู้สึกชอบรสชาติอาหารของร้านยูเรกวาน มากๆครับ รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของแต่ละเมนู  นอกจากนี้ พนักงานของร้านก็บริการดี ทำให้การมาทานอาหารเป็นไปอย่างสนุกสนาน กระแสตอบรับของทางร้านดีมาเรื่อยๆ จุดขายจะมีทั้งเมนู A La Cart และ Buffet กลุ่มลูกค้ากลับกลายเป็นทั้งกลุ่มวัยรุ่น ครอบครัว คนทำงาน อาจด้วยเพราะเป็นอาหารแนวสุขภาพ ก็เลยได้รับความนิยมวันหยุดเสาร์อาทิตย์คนจะแน่นมากๆ ถ้าจะมาควรโทร.จองล่วงหน้า ร้านยูเรกวานรับได้ 200 ที่นั่ง ห้องส่วนตัววีไอพีก็มีอยู่ด้านบนตั้งแต่ 6 คนถึง 32 คน จัดเลี้ยงปาร์ตี้ได้สบายๆ ครับ ราคาอาหาร โปรโมชั่น และอื่นๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามเพิ่มเติมกับทางร้าน ได้เลยนะครับ

                                                             คุณ กิตติศักดิ์  พัฒนกมลพงศ์ (อั๋น) PR & Coordinator
ข้อมูลร้าน

ภัตตาคารอาหารเกาหลียูเรกวาน สุขุมวิท 59 ตั้งอยู่ย่านธุรกิจ ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้า ลงจากรถไฟฟ้า BTS สถานี ทองหล่อ เดินเข้า ซอย สุขุมวิท 59 ห่างจากถนน สุขุมวิทเพียง 50 เมตร ร้านอยู่ทางขวามือ ครับ  พิกัด : 13.724054,100.581567 เปิดปิดเวลา 11.00-22.00 น. เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด ติดตามความอร่อยได้ก่อนที่เว็บไซต์ www.youreaguan.com หรือใครที่กลัวจะพลาดความอร่อยก็โทร.ไปจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 0-2714-7374-5 รับประกันเกาหลีสไตล์แท้ๆนะครับ  
 

Comments