MoMo Café ร้านอาหารแหล่งแฮงส์เอ้าท์สุดชิคใจกลางกรุง พร้อมมอบความสุขแสนอร่อย ณ พระนคร

posted Mar 29, 2018, 10:37 AM by siam coverage   [ updated Mar 30, 2018, 2:39 AM ]

วันนี้ผมได้ลองมาทานอาหารที่ห้องอาหาร MoMo Café ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของ Marriott Executive Apartments, Sathorn Vista ร้านนี้อยู่ปากซอยสวนพลู อยู่ใกล้กับแหล่งธุรกิจย่านสีลม-สาทร ห่างจาก BTS ศาลาแดง หรือ MRT ลุมพินี ประมาณ 1 กิโลเมตรเปิดบริการตั้งแต่เวลา 06.00 -23.00 น.

บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบโมเดิร์น ดูสบายตา พร้อมผ่อนคลายไปกับบรรยากาศภายในห้องอาหารที่มีความโปร่งสบาย และตกแต่งด้วยสีแดง ส้ม ดำ ซึ่งเป็นสีแห่งการเพิ่มพลังในการรับประทานอาหาร พร้อมการจัดวางโต๊ะแบบไม่ชิดกันมาก ทำให้ไม่อึดอัด ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความอร่อยแบบสบายๆ จุคนได้ประมาณ 60 ที่ ถ้ามาน้อยคนจะนั่งที่นั่งแบบเป็นบาร์ก็ได้ ในโซนครัวเปิดเป็น Open Kitchen จะได้เห็นขั้นตอนในการปรุงอาหาร

มาว่ากันด้วยเรื่องความสุนทรีย์ของสีที่ใช้ตกแต่งร้านกันดีกว่านะครับ เป็นเรื่องของอารมณ์พาไปล้วนๆกันทีเดียวครับ

 สีแดง สีแดงเป็นหนึ่งในแม่สีหลักที่มีความโดดเด่น ร้อนแรง และแฝงไว้ด้วยความก้าวร้าวอยู่ในตัว หากนำมาตกแต่งบ้านก็จะให้ความรู้สึกเข้มเข็ง มีแรงบันดาลใจ และให้พลังงาน แถมยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารได้อีกด้วย เหมาะแก่การนำมาตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องกินข้าวเป็นอย่างมาก

 สีส้ม เป็นสีที่มีพลังและสดใส ช่วยส่งเสริมด้านการสื่อสาร ให้พลังด้านบวกคือ ความสุข ความตั้งใจ การคิดบวก การเริ่มต้นใหม่หรือดึงดูดสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิต และความเฉลียวฉลาด เป็นสีตัวแทนของฤดูร้อน ควรใช้สีส้มในห้องรับประทานอาหารหรือห้องโถง เพราะจะช่วยส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ฉะนั้นจึงเหมาะที่จะใช้ทาสีประตูหรือห้องนั่งเล่นเพราะจะช่วยดึงดูดผู้คนเข้ามา รวมไปถึงที่ทำงานหรือร้านค้าก็จะช่วยดึงดูดพันธมิตรและเรียกลูกค้าด้วยเช่นกัน

 สีดำ หากพูดถึงโทนสีดำ เพื่อนๆ หลายคนอาจจะนึกถึงความมืดมิด หดหู่ แต่ในทางกลับกัน การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีดำนั้น จะให้ความรู้สึกน่าค้นหา เท่และดูทันสมัย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รีสอร์ท เป็นต้น สีดำเป็นสีแห่งความลึกลับ ความมีเสน่ห์ ความแข็งแกร่งและอิสรภาพ เป็นสีที่ดึงดูดทรัพย์ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป แต่ทั้งนี้การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีดำนั้น ตกแต่งเฉพาะบางส่วน หรือเป็นในส่วนของไฮไลท์ เพื่อสร้างความโดดเด่น จากการที่ได้เห็นการตกแต่งภายในร้านทำให้รู้สึกชอบและรับรู้ความรู้สึกได้ดีทีเดียวครับ

ตอนนี้ขอเริ่มเมนูแรกกันเลยนะครับ

เนื้อแกะจากออสเตรเลียย่างสไตล์กรีก ( Greek Lamb ) เป็นการนำเนื้อแกะมาย่างแบบ Medium สัมผัสได้ถึงเนื้อฉ่ำๆของแกะ แต่ถ้าชอบสุกกว่านี้ก็แจ้งกับเชฟได้ ไม่มีกลิ่นสาบทานกับน้ำเกรวี่ เนื้อนุ่มได้รสชาติที่หอมอร่อยทีเดียวครับ ที่ร้านนี้นำเนื้อแกะจากประเทศออสเตรเลียที่จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นสาบน้อย แม้คนที่ไม่ค่อยกินเนื้อแกะก็ยังว่าดีงาม แล้วนำมาปรุงง่ายๆโชว์ความสดและรสชาติของวัตถุดิบ ก็ได้เป็นเมนูพร้อมดินเนอร์แบบที่ต้องร้องว้าว! กันเลยทีเดียวครับ อาหารสไตล์กรีกยังเป็นที่รู้จักกันน้อยสำหรับชาวไทย ซึ่งที่จริงแล้วอาหารกรีกถือเป็นอาหารยุโรปที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะเอกลักษณ์ของอาหารกรีกคือ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมายและยังดีต่อสุขภาพ หนึ่งในเมนูวันนี้ก็คือ "Souvlaki" อ่านว่า "ซูฟลากี" เป็นอาหารเสียบไม้ย่าง ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเนื้อหมูหรือไก่ มีเนื้อแกะด้วย โดยเมนูนี้สามารถหาทานได้ทั่วไปในกรุงเอเธนส์ และยังเป็นอาหารจานหลักของชาวกรีกที่ทานได้แทบทุกมื้อครับ วิธีการทำก็ไม่ยาก นำเนื้อหมูสันนอกมาหมักกับเครื่องเทศ อย่าง Origano และ Throubi ที่เป็นเครื่องเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนโดยเฉพาะ แล้วนำไปเสียบไม้ย่าง เมนูนี้จึงได้รสชาติและกลิ่นหอมจากเครื่องเทศสไตล์กรีกแท้ ๆ 


แซลมอนย่างพร้อมเครื่องเทศแบบไทยๆได้ปลาชิ้นหนาย่างมาแบบกำลังดี ทานกับซอสออกแนวฝรั่งก็จริงแต่ใส่พริกกับตะไคร้ลงไปด้วย เป็นรสชาติที่เข้าท่าลงตัวมากทีเดียว อร่อยมากเลยครับ

สเต็กเนื้อวากิวกับพาร์เมซานชีส (Wagyu Beef Parmasan) เคยได้ยินชื่อ เนื้อวากิวกันมานานแล้วนะครับ บางท่านอาจจะไม่ทราบถึงที่มาที่ไป เบื้องหลังความอร่อยของเนื้อวากิว คำว่า วากิว เป็นคำภาษาญี่ปุ่นมาจากการนำเอา 2 คำมารวมกันคือ วะ (和) ที่แปลว่าเราในที่นี้หมายถึงประเทศญี่ปุ่น และ กิว (牛) ซึ่งแปลว่าเนื้อวัว ดังนั้นหากจะให้แปลตรงตัวแล้ว วากิว ก็คือเนื้อวัวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง เนื้อวากิวในปัจจุบันมีด้วยกัน 5 สายพันธุ์หลัก ได้แก่
1. Japanese Black
2. Japanese Brown
3. Japanese Polled
4. Japanese Shorthorn
5. Kumamoto Reds
วัวพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดคือ Japanese Black ซึ่งชาวญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นสุดยอดแห่งสายพันธุ์อันดับหนึ่ง โดยลักษณะรูปร่างของโคสายพันธุ์นี้มีขนาดเล็ก เส้นขนดำหยักเป็นลอน ส่วนกลางลำตัวกางออก ซี่โครงแข็งแรง ขาหลังและลำคอบาง วัวสายพันธุ์นี้เลี้ยงกันมากกว่า 90% ของประชากรวัวทั้งหมดในญี่ปุ่น และเฉพาะสายพันธุ์ Japanese Black นี้เท่านั้นที่จะให้เนื้อซึ่งมีไขมันแทรกในปริมาณสูงสุด วากิวเป็นวัวที่ต้องเลี้ยงแบบพิเศษ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ภายในโรงเรือนที่อากาศเย็นและถ่ายเทสะดวก วัวต้องไม่ออกกำลังกายมาก ผู้เลี้ยงต้องให้อาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด หญ้าแห้ง และกากถั่วเหลือง ฯลฯ เพื่อบำรุงวัวให้ได้มากที่สุด วัวจะได้อ้วนๆ ที่สำคัญต้องให้ดื่มเบียร์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยในระบบย่อยอาหารและให้วัวผ่อนคลายด้วย วัววากิวจะเชือดเมื่ออายุได้ 3 ปีถึง 3 ปีครึ่ง ต่างจากวัวเนื้อทั่วไปที่จะเชือดกันเมื่อวัวอายุได้ 2 ปี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อให้ได้เนื้อวัวที่มีไขมันแทรกอยู่สูงที่สุด เพื่อรสชาติเนื้อที่นุ่มที่สุด เนื้อวากิวจะมีการแบ่งเกรดของเนื้อวัวออกเป็น 2 ส่วน คือ อัตราส่วนของโครงสร้างเนื้อเทียบกับน้ำหนัก มี 3 ระดับ ตั้งแต่ A – C กับ การแทรกตัวของไขมันที่เข้าไปในเนื้อ มี 5 ระดับ ตั้งแต่ 5 – 1 เพราะฉะนั้นการวัดเกรดของเนื้อวากิวจะมีทั้งหมด 15 ระดับ และระดับที่ดีที่สุดคือ ระดับ A5

ต่อมาเราได้ทานซี่โครงหมูย่างซอสบาบีคิวซึ่งเป็นอาหารพิเศษที่จะเริ่มทำเดือนหน้าเป็นเมนูเเนะนำ มีความอร่อยลงตัวกับรสชาติครับ คงไม่ต้องอธิบายกันมาก เมนูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาก็ตรงรสชาติที่ปรุงมานี่ละครับ



อิ่มหนำกันเลยทีเดียวครับ แต่ก็ยังเผื่อท้องไว้สำหรับซูชิและสลัดบาร์ อาหารที่นี่มีหลากหลายเมนู ทั้งไทยและเทศ และยังมีซีฟู้ดส์ที่สดมากๆ อีกนะครับ มีความอร่อยของปูม้าที่นึ่งสดๆ เนื้อปูที่ฉ่ำกำลังดีและหอยนางรมตัวใหญ่ๆสดๆหวานฉ่ำ และ หอยแมลงภู่ตัวอวบใหญ่หรือประเภทซูชิเนื้อปลาแซลมอนและทูน่าแสนอร่อยที่แล่สดๆ จากท้องทะเลลึก ข้าวปั้นและอื่นๆที่มีบริการอย่างครบครัน…หรือจะเป็นเมนูอาหารไทยๆประเภทสารพัดยำ ที่นี่มีอาหารหลากหลายเมนู หลากหลายประเภทให้ท่านเลือก ทั้งคาว หวาน พร้อมเสิร์ฟความอร่อย จนลืมเวลาไปเลยทีเดียว ชิมไปไม่น้อยเหมือนกันครับก็มันอดใจไม่ไหวครับ ยังมีเมนูอื่นอีกหลายรายการนะครับ เลือกรับประทานกันตามความชอบของแต่ละท่านได้เลยครับ คุ้มค่ากับการมารับประทานจริงๆ ครับ







ห้องอาหาร โมโม่ คาเฟ่ ถือเป็นตัวแทนของคนที่มีแนวคิดรุ่นใหม่ ไม่เน้นความหรูหรา แต่แฝงด้วยความมีสไตล์ โมโม่ คาเฟ่นำเสนอเมนูอาหารนานาชาติหลากหลาย ทั้งบุฟเฟ่ต์และ A-La-Carte ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Living, Modern Eating

เกี่ยวกับเชฟ

เชฟสุวิรัตน์ นำยงกุล หรือเชฟยีราฟ เข้ารับตำแหน่ง Executive Chef ที่แมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์เมื่อปลายปี 2017 เชฟยีราฟได้นำประสบการณ์ในสาย F&B กว่า 16 ปี มาบริหารจัดการครัวของห้องอาหารโมโม่ คาเฟ่ ตั้งแต่การบรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ตลอดจนรังสรรค์เมนูจานเด็ดสุดพิเศษที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้ห้องอาหารโมโม่ คาเฟ่

Signature Menus & Promotions 
• บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน วันธรรมดา 12:00hrs. - 14:30hrs.
   THB 499++ / person
• บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน วันหยุด         12:00hrs. - 14:30hrs.
    THB 799++ / person
• บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อเย็น สุดสัปดาห์
   วันศุกร์, เสาร์ และ อาทิตย์                 18:00hrs. - 22:00hrs.
   THB 899++ / person
 • โมโม่ เบอร์เกอร์ มาเนีย โปรโมชั่น         11:00hrs. - 22:00hrs.
    THB 299++ / คู่ซอล์ฟดริ้งค์ 
    THB 369++ / คู่เบียร์
• สตรีทนู้ดเดิ้ล โปรโมชั่น          11:00hrs. - 22:00hrs.
   THB 99 ++ / คู่ซอล์ฟดริ้งค์
   THB 119++ / คู่เบียร์
• โปรโมชั่น Happy Hour – เครื่องดื่มซื้อ 1 ฟรี 1 17.00hrs. - 21.00hrs 
เวลาทำการ: 6:00hrs. – 23:00hrs.  ที่อยู่: 1 Sathorn Soi 3 South Sathorn Road, Bangkok 10120 Thailand
โทรศัพท์: +66 (0) 2343 6789   โทรสาร: +66 (0) 2286 2927 Facebook Page: www.facebook.com/marriottsathornvista    

เกี่ยวกับแมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า

แมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า ได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสทุกความสะดวกสบายของคำว่า “บ้าน” อย่างแท้จริง เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ระดับห้าดาวภายใต้แบรนด์แมริออทให้บริการห้องพักรายวันและรายเดือน มีห้องพัก 186 ห้องบนอาคารสูง 32 ชั้น ทั้งหมดเป็นห้องสวีทตั้งแต่หนึ่งถึงสามห้องนอน กว้างขวางและครบครันด้วยเฟอร์นิเจอร์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ชุดครัวและเครื่องครัว ห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นสัดส่วนพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารนานาชาติ โมโม่ คาเฟ่ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ และฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจบนถนนสาทรใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงและช่องนนทรี ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงของมหานครกรุงเทพฯ
Comments