"BURGER HEAVEN”เทศกาลสำหรับคนรักเมนูเบอร์เกอร์เนื้อและเมนูเบอร์เกอร์ปลา ณ ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี

posted Feb 9, 2018, 11:37 AM by siam coverage   [ updated Feb 9, 2018, 11:41 AM ]

มีโอกาสได้ไปชิม เมนู เบอร์เกอร์ เนื้อ และ ปลา ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี วันนั้นผม ได้มีโอกาสไปชิมอาหาร ในเทศกาล อาหาร BURGER HEAVEN”เทศกาลสำหรับคนรักเมนูเบอร์เกอร์เนื้อและเมนูเบอร์เกอร์ปลา หลังจากได้มาทานรู้สึกได้ว่า รสชาติอาหาร คือ หัวใจสำคัญของร้านอาหาร ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี จึงให้ความสำคัญ กับ วัตถุดิบและรสชาติของอาหารเป็นอย่างมาก วันนั้นได้ลองทาน 2 เมนู คือ



Beef Burger Charcoal –ชาร์โคลเบอร์เกอร์เนื้อ 



คัดสรรเนื้อชั้นดีกริลได้ที่ เป็นเบอร์เกอร์ที่กลมกล่อมด้วยชีสเชดดาร์ เบคอนรมควัน และไข่ดาว พร้อมผักกาดสลัดและมะเขือเทศหั่นบางๆ มีเครื่องเคียงเป็นตระกร้าสลัดกับเซซามิเดรสซิ่ง กินคู่กับเฟรนด์ฟรายด์ร้อนๆ และหอมทอดกรอบนอกนุ่มใน 


Salmon Teriyaki Burger Charcoal – ชาร์โคลแซลมอนเทอริยากิ 



เป็นเบอร์เกอร์ ปลาแซลมอนสดบด  ปิดด้วยผักกาดสลัดและมะเขือเทศหั่นบางๆ มาคู่กับเทอริยากิซอส  ทานแกล้มกับมันฝรั่งทอด
ร้อนๆ พร้อมสลัดผักสดๆ อร่อยสุขภาพดี

จากคำบรรยายที่ผมได้คุยกับทางร้านได้ทราบถึงส่วนผสมต่างๆที่รวมขึ้นเป็นเมนูอาหารเพื่อแนะนำนอกจากความอร่อยลงตัวแล้ว เมนูทั้ง 2 นี้ยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลายๆคนอาจจะนึกไปไม่ถึง เลยอยากจะเขียนถึงส่วนผสมหลักๆ นำมาเล่าสู่กันฟังอ่าน กันฟินๆ เพื่อการไปชิมในโอกาสต่อไปจะได้รับทั้งความอร่อยลิ้นและสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเรากำลังได้อาหารเป็นยากันไม่มากก็น้อยล่ะครับ

- ชาร์โคล เรียกเต็มๆ ว่า ผงถ่านแอคติเวทชาร์โคล (activated charcoal) หรือเรียกว่า ผงคาร์บอนกัมมันต์ (activated carbon)

เป็นถ่านที่ได้จากพืชชนิดต่างๆ เช่น เปลือกไม้หรือไม้ไผ่ นำไปผ่านการเผาในอุณหภูมิความร้อนสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส จึงจะถูกนำไปใช้ในการประกอบอาหารต่างๆ การใช้ชาร์โคลในอาหารนั้นก็เพื่อให้มีกลิ่นหอม อย่างประเทศไทยก็นำถ่านดังกล่าวไปผสมในขนมที่ต้องการให้มีสีดำ อย่างเช่น ขนมเปียกปูน เป็นต้น หรืออย่างประเทศเกาหลีก็มักจะใส่ถ่านดังกล่าวลงไปพร้อมกับการหุงข้าว เพราะจะทำให้ข้าวสุกเร็วและดับกลิ่นได้นั่นเอง

อย่างทางการแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะนำผงคาร์บอนกัมมันต์หรือชาร์โคลมาใช้ดูดซับสารพิษที่เรารับประทานเข้าไป หรือการรับประทานยาที่เกินขนาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่สามารถดูดซับสารพิษได้ทุกชนิดและทั้งหมด เพราะสามารถดูดซับได้ 60% เท่านั้น
ทั้งนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าชาร์โคลมีโทษหรือสารตกค้างหรือไม่ หรือผงถ่านสีดำปิ๊ดปี๋ขนาดนี้จะทำให้เป็นมะเร็งได้ไหม คำตอบก็คือ "ไม่" เพราะถ่านที่เผาจนดำสนิทนั้นสิ่งที่ได้ออกมาจะเป็นคาร์บอน ไม่มีโทษใดๆ กับร่างกาย ซึ่งจะแตกต่างจากเนื้อสัตว์ที่ถูกปิ้งย่างจนไหม้เกรียม เพราะเนื้อสัตว์เป็นโปรตีน สิ่งที่เผาไหม้ออกมาจะเป็นสารไนโตรซามีน ที่เป็นตัวตั้งต้นในการก่อมะเร็งนั่นเอง

ประโยชน์ของถ่านชาร์โคลที่ดีต่อสุขภาพ

1. ดูดซับสารพิษทางเดินอาหารและลำไส้ รวมถึงแก๊สต่างๆ ที่ทำให้อึดอัด แน่นท้อง อีกทั้งยังช่วยอาการท้องเสียได้
2. ช่วยให้ช่องปากแข็งแรง แก้กลิ่นปาก ป้องกันฟันผุ โรคเหงือก อีกทั้งยังลดคราบชา กาแฟได้อีกด้วย
3. ช่วยให้นอนหลับและผ่อนคลาย
4. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
5. ลดคลอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี
6. บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง ขจัดเซลล์เสื่อมสภาพ ป้องกันริ้วรอย และช่วยให้รอยแผลเป็นจางลง
7. ทำให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น
8. แก้อาการเมาค้างได้

- น้ำสลัดงา

งา พืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย โดยงา จะมี 2 แบบ คือ งาดำ และ งาขาว นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันงาที่นำมาใช้ปรุงอาหาร เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์ ทั้งนี้สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น
ประโยชน์ และ สรรพคุณของงาดำ งาขาว

ประโยชน์ ของงาไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน นอกจากนี้ เรายังสกัดน้ำมันจากงาออกมาได้อีกด้วย ซึ่งน้ำมันที่ได้นั้นเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิค ที่ช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น นอกจากนี้ งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง และยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง

กลิ่นและรส ของเมล็ดงาคล้ายกับถั่ว องค์ประกอบสำคัญในเมล็ดก็คือน้ำมัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 44-60% น้ำมันงานั้นต่อต้านการเกิดออกซิไดซ์ได้ดี มีการใช้ในอาหารพวกสลัด หรือเป็นน้ำมันปรุงอาหาร 

เราจะลืม- ปลาแซลมอน ไปได้อย่างไร ปลาแซลมอน ได้ชื่อว่าเป็นปลาจากแหล่งบริสุทธิ์ที่ไร้มลพิษและมีคุณค่าทางอาหารมากมาย  เพราะระหว่างที่อยู่ในทะเล แซลมอนจะสะสมไขมันจากการกินแพลงตอนและสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ต้องการแต่สร้างขึ้นเองไม่ได้ นั่นคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์มากมายต่อมนุษย์ การรับประทานปลาแซลมอนมีคุณค่าทางโปรตีนสูง ส่วนไขมันและคอเลสเตอรอลนั้นต่ำมาก และยังสามารถทดแทนสารอาหารที่ได้จากเนื้อวัว เนื้อหมู และสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้นักวิจัยชาวออสเตรเลียยืนยันมาว่าหากรับประทานบ่อยครั้ง จะช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

ประโยชน์ 7 ประการของเนื้อปลาแซลมอน เนื้อปลาสีส้มแทรกไขมันขาวน่ากินมีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายถึง 7 ประการด้วยกัน ทีเดียว

1. ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ใครกำลังประสบปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม ต้องเลือกรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเพิ่มเติมแล้วละค่ะ เพราะในเนื้อปลาสีส้มนั้นอุดมไปด้วยโปรตีนที่ชื่อว่า ไบโอแอคทีฟเปปไทด์ ซึ่งกรดโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อข้อเข่านั้นคือ แคลซิโทนิน (calcitonin) ที่ได้รับการวิจัยแล้วว่าช่วยเพิ่มคอลลาเจน อีกทั้งยังควบคุมคอลลาเจนในกระดูกอ่อนของข้อเข่าคงที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่น และความแข็งแรงให้เนื้อกระดูกด้วย

2. กินปลาแล้วฉลาด แถมมีความสุขเพิ่ม อยากรู้ไหมว่ากินอะไรแล้วมีความสุข แถมฉลาดขึ้นด้วย? คำตอบคือเนื้อปลาแซลมอนไง เพราะระบบสมองประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 กว่า 60% ส่วนอีก 30% นั้นคือกรด DHA ซึ่งมีความสำคัญมากต่อระบบประสาท ดังนั้นการรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการอยู่ในสภาวะซึมเศร้า และสภาวะเครียดในหมู่วัยรุ่น ส่วนในวัยผู้ใหญ่ และวัยชรานั้นเนื้อปลาแซลมอนจะช่วยในเรื่องของความจำ ช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม

3. ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจ และระบบหลอดเลือด ถ้าอยากมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงต้องรับประทานแซลมอน เพราะเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3, กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก (EPA) และกรด DHA กรดไขมันเหล่านี้ให้ประโยชน์มากมายต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือด อาทิ ช่วยลดการติดเชื้อ, ช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว และขยายหลอดเลือดแดง หากรับประทานเนื้อปลาแซลมอน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นประจำจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจวาย, โรคหลอดเลือดสมองแตก, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

4. รักษาสายตา และป้องกันโรคประสาทจอตาเสื่อม เนื้อปลาสีส้มอาหารโปรดของใครหลายๆ คน นอกจากจะอร่อยแล้วยังช่วยปกป้องสายตาอีกด้วย การรับประทานเนื้อปลาแซลมอนอย่างน้อย 2 ครั้งต่ออาทิตย์จะช่วยชะลอความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อมที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น

5. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในเด็กเล็ก เพราะเนื้อปลาแซลมอนจะช่วยในเรื่องพัฒนาการของสมองในเด็ก และการที่ว่าที่คุณแม่รับประทานเนื้อปลาแซลมอนขณะตั้งครรภ์จะส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ในตัวเด็ก เพราะเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรด DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และจอประสาทตาอย่างยิ่ง และช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคสมาธิสั้น

6. อุดมด้วยวิตามิน D ดีต่อร่างกาย นอกจากจะอุดมไปด้วยกรดไขมันดีแล้ว เนื้อปลาแซลมอนยังอุดมไปด้วยกรดวิตามิน D ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการ แต่ถ้าหากได้รับวิตามินประเภทนี้น้อยไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยงการป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ และหลอดเลือด, โรคข้อรูมาตอยด์ และโรคเบาหวานประเภท 1 แต่เพียงรับประทานเนื้อปลาแซลมอน 1 กระป๋องก็สามารถให้วิตามิน D ที่ร่างกายต้องการได้อย่างครบถ้วนแล้ว

7. ช่วยให้นอนหลับลึก และหลับสนิทตลอดทั้งคือ ประโยชน์สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของเนื้อปลาแซลมอนคือ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ เพราะเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายๆยานอนหลับแต่เป็นของธรรมชาติล้วนๆ และไร้อันตรายแน่นอน จากงานวิจัยพบว่าทริปโตเฟน มีฤทธิ์ทำให้ง่วง และช่วยให้หลับเร็วขึ้น



หลังจากได้รับข้อมูลกันไปพอสังเขปนะครับ ผ่านความสำคัญของวัตถุดิบก็คงขาดไม่ได้ในเรื่องของรสชาติอาหารในส่วนเมนูเนื้อ อร่อยดีทีเดียวครับเข้ากันได้ดีกับสลัดผักราดด้วยน้ำสลัดงา เมนูปลาแซลมอนกับซอสเทอริยากิเค็มๆ หวานๆ กับมันทอด ตามด้วยสลัดผัก ขนมปังชาโคลกับชีสทำให้รสชาติโดยรวม ออกมาดีขึ้นไปอีก รู้อย่างนี้แล้ว พาเพื่อนฝูง คนรู้ใจ มาลองกันได้เลย รับรองว่าติดใจ แน่นอน ครับ
Comments