Dining & Destination


คลายร้อนนี้ด้วยข้าวแช่ตำรับชาววัง ที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

posted Apr 18, 2019, 2:37 AM by siam coverage   [ updated Apr 18, 2019, 2:44 AM ]

“ข้าวแช่” เมนูอันหอมเย็นชื่นใจประจำหน้าร้อนจะเป็นตำรับอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ โดยชาวมอญจะเรียกว่า "เปิงด๊าดจ์" ซึ่ง "เปิง" แปลว่า "ข้าว" และ "ด๊าดจ์" แปลว่า "น้ำ" "เปิงด๊าดจ์" จึงมีความหมายว่า "ข้าวน้ำ" ที่นิยมทำขึ้นเพื่อถวายทวยเทพในเทศกาลตรุษสงกรานต์ โดยทำถวายแด่พระสงฆ์ และนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองย่างเข้าสู่หน้าฤดูร้อน

ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรรภูมิ แอร์พอร์ต ขอเชิญทุกท่านลิ้มลองเมนูคลายร้อนตำรับโบราณ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ด้วย”ข้าวแช่ชาววัง” สัมผัสความหอมอร่อยชื่นใจจากข้าวแช่อบร่ำควันเทียนและกลิ่นน้ำลอยดอกมะลิ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงปรุงอย่างพิถีพิถันถึง 9 อย่าง ได้แก่ กะปิชุบไข่ทอด, ปลาช่อยหวานแห้งผัด, หัวไชโป๊ผัดหวาน, หมูฝอย, เนื้อฝอย, หอมยัดไส้ปลาชุบแป้งทอด, พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้งและไข่เค็ม ทานแกล้มกับผักสดที่บรรจงแกะสลักอย่างประณีต รังสรรค์โดยเชฟ บังอร มาลาเล็ก หัวหน้าครัวไทย ที่ได้สืบทอดสูตรการทำข้าวแช่จากต้นตำรับในวัง



เราได้ทำความรู้จักกับข้าวแช่กันมาพอสมควรแล้ว หลายคนคงอยากลองกินข้าวแช่อร่อยๆ ต้อนรับสงกรานต์กันแล้ว แต่มีอีกหลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับวิธีการรับประทานข้าวแช่และไม่เคยกินข้าวแช่มาก่อน วันนี้ ขอเผยเคล็ดลับ วิธีกินข้าวแช่ให้อร่อยและถูกต้อง มาบอกกันครับ

1. ไม่ควรตักเครื่องเคียงมาใส่ลงในถ้วยข้าว เพราะจะทำให้ความคาวของเนื้อปลาและเครื่องปรุงต่างๆ ปะปนอยู่ในถ้วย ทำให้น้ำลอยดอกไม้มีกลิ่นคาวไม่หอมชื่นใจ
2. รับประทานเครื่องเคียงก่อน แล้วค่อยตักข้าว แล้วซดน้ำลอยดอกไม้ตามจะฟินสุดๆ คลายร้อนได้ดี
3. ลูกกะปิควรรับประทานคู่กับมะม่วงสดรสเปรี้ยวอมหวาน แนมกัน รสชาติเข้ากันดี
4. กระชายอ่อน รับประทานคู่กับพริกหยวกสอดไส้จะเพิ่มกลิ่นรสและความหอมให้กับเครื่องเคียงได้เป็นอย่างดี


อิ่มอร่อยและสดชื่นไปกับเมนูสุดชื่นใจนี้ได้ที่ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรรภูมิ แอร์พอร์ต ได้ตลอดช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10-18 เมษายน 2562 นี้ ในมือกกลางวันเวลา 11.30-14.30 น.ในราคาเพียงชุดละ 780 บาท แต่ถ้ามาไม่ทันปีนี้ ปีหน้าก็มาทานได้นะครับ สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-131-1111 หรืออีเมล์ square@novotelairportbkk.com

"อำแดงไต้ฝุ่น" ความอร่อยที่ต้องเรียกขาน

posted Aug 27, 2018, 9:07 AM by siam coverage   [ updated Aug 27, 2018, 9:10 AM ]


อำเเดงไต้ฝุ่น" ชื่อเรียกขานร้านอาหารไทยกลิ่นอายโบราณ บ้านทรงโบราณสีขาวสองชั้น สวยสะดุดตาด้วยรูปภาพโบราณหาดูยาก ที่นำมาตกเเต่งให้ภายในร้านมีบรรยากาศของความร่วมสมัย เเต่ให้ความรู้สึกเสมือนย้อนยุคไปสู่ความเก่าเเก่ ให้อารมณ์สโลว์ไลฟ์ได้อย่างดีจริงๆ


เส้นทางความอร่อย เริ่มต้นกันที่ซอยสุขุมวิท 32 จากนั้นเข้าซอยมา 20 เมตร ร้านตั้งอยู่ทางขวามือ หากเลือกเดินทางสบายๆมากับ BTS จุดหมายปลายทางอยู่ที่สถานีทองหล่อ ใช้ช่องทางออกที่ 2 ร้านจะอยู่ไม่ไกล ราว 300 เมตรจะถึงจุดหมาย


เรียกขานกันว่าร้าน “อำแดงไต้ฝุ่น” คุณปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ หรือคุณใหญ่ ในฐานะเจ้าบ้านคนหนึ่ง ได้ให้เหตุผลถึงคำเรียกเเปลกหูนี้ว่า “อำแดง” เป็นคำโบราณ ใช้เป็นคำนำหน้าชื่อสำหรับเรียกผู้หญิงสามัญทั่วไปในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งคุณใหญ่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักคำโบราณที่เรียกขานกันมา มิให้เลือนหายไป เฉกเช่นอาหารไทยสูตรพื้นบ้านดั้งเดิม ที่ใส่ใจปรุงรสละเมียด รสมือแบบคุณย่า คุณยาย ลงครัวทำให้ทานกัน ที่นับวันจะเหลือแต่เพียงความทรงจำที่โหยหาในรสชาติ ให้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง




ส่วนคำว่า ”ไต้ฝุ่น” นั้นมาจากสูตร Spicy Crab ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Typhoon Shelter Chilli Crab เมนูเด่นจากเกาะฮ่องกง เป็นชื่อการผัดปูทะเลของชาวบ้าน หมู่บ้านชาวประมง (Typhoon Shelter) ในช่วงมรสุมพายุไต้ฝุ่นพัดเข้าเกาะ ทำให้หมู่บ้านชาวประมงที่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือ คิดค้นการทำอาหารโดยใช้วัตถุดิบปรุงรสของท้องถิ่นและปูทะเลที่หามาได้ ผัดรวมกันจนเกิดเป็นตำนานความอร่อยสูตรพื้นบ้าน แบบเฉพาะของฮ่องกง ปัจจุบันเป็นเมนูที่ต้องมีในงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันสำคัญๆ แบบขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว





ผมเองก็อยากทานอาหารแบบโบราณจริงๆ มานานแล้วครับ ด้วยหาทานยากที่มีในปัจจุบันที่พอหาทานได้บางทีสูตรก็มีปรับเปลี่ยนไปจากต้นตำรับเดิมวันนี้ได้มีโอกาสได้มาทาน วันนี้ลองมาดูกันนะครับ สั่งอะไรทานไปบ้าง

ปูผัดพริกฮ่องกง (ขีดละ 290 บาท)



เมนูหลักขึ้นชื่อ วัตถุดิบคือ ปูไซส์ขนาด 7 ขีดขึ้นไป มีขนาดใหญ่มากครับ แต่มื้อนี้ของผมเป็นปูขนาด 10 ขีดที่นำมาผัดเคล้าพริกเกลือรสจัดจ้าน ความอร่อยเมนูนี้อยู่ที่ส่วนผสมของวัตถุดิบจากพริกกับกระเทียม สูตรลับเฉพาะของทางร้าน สามารถเลือกระดับความเผ็ด 3 ระดับ ในความชอบส่วนตัวผมเลือกระดับเผ็ดที่กลางๆ ถือเป็นความอร่อยที่พอดี .." เนื้อปูสดแน่น หวานมาก ผมกินส่วนที่อร่อยที่สุด...ก้ามปูครับ" ผัดเเบบปรุงเครื่องมาแบบแห้งๆ กระเทียมกรุบกรอบคลุกข้าวสวยร้อนๆ ได้รสชาติอร่อยละมุนลิ้น แต่ในฐานะที่กระเทียมเจียวเป็นอาหารสามัญประจำบ้านของผม ผมคิดว่ากระเทียมมันป่นและกรอบไป ทำให้รสชาติของเนื้อกระเทียมขาดรสชาติดั้งเดิมไป อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้าใครชอบแบบนี้ก็ขออภัยครับ ส่วนรสชาติโดยรวมผมชอบนะครับ เมนูนี้เชฟไปศึกษาวิธีการและเคล็ดลับจากฮ่องกงด้วยตัวเองเลยทีเดียวนะครับ

กุ้งเผา 3 ตัวโล (ตัวละ 567 บาท)


กุ้งตัวใหญ่มาก เนื้อแน่น สดเด้ง มันกุ้งเยิ้มน่ากินมากครับ ย่างบนเตาถ่านสุกกำลังดี ยิ่งได้น้ำจิ้มรสแซ่บ แจ่มแจ๋วมากเลยครับ จากความชำนาญของคุณใหญ่ที่บริหารร้านบ้านชิดกรุงกุ้งเผา , ครัวบุษบันกุ้งเผา และท่าน้ำขวัญกุ้งเผา การันตีความอร่อยแบบไม่ต้องไปกินกันไกลกันทีเดียวครับ

เมี่ยงปลาช่อนทอด (450 บาท)

ปลาตัวใหญ่ทอดกรอบมาน่าทานมาก มาพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างดีเลยครับ แต่สำหรับผมน้ำเมี่ยงจะออกหวานไปหน่อยครับ เพิ่มเปรี้ยวเค็มอีกนิดน่าจะกำลังดี

ปูไข่ดองแดนกิมจิ (850 บาท)


ปูไข่ตัวใหญ่นำมาดองกับซีอี๊วเกาหลี โรยหน้าด้วยพริกสด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ด ผมลองแบบธรรมดาก่อน อร่อยดีครับไม่เค็มมาก หรือพอกินกับน้ำจิ้มก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบ ต้องรับข้าวเพิ่ม

ผัดสายบัวกุ้งสดใส่มันกุ้ง (220 บาท)


ใครที่ชอบสายบัว เมนูนี้ห้ามพลาด รสหวานนำ อร่อยมากครับ ยิ่งมีน้ำที่มีมันกุ้งที่ใส่ลงไปสีส้มสวยคลุกเคล้าอยู่ เครื่องปรุงใส่แค่น้ำตาล เกลือ พริกไทย เท่านั้น แค่นี้ก็อร่อยแล้วจริงๆ

ผัดเผ็ดเนื้อใบยี่หร่า (250 บาท)


เมนูนี้ผมชอบมากครับ รสชาติออกเผ็ดๆ ร้อนๆ เค็มนำ แต่พอกินกับเครื่องเคียงอย่างกระเทียมดองน้ำผึ้ง อืม... รสชาติเข้ากันดีกลมกล่อมครับ สำหรับผมขอไข่เจียวเพิ่มอีกสักจาน ทานด้วยกันแบบฟินๆ ผมขอเพิ่มเติมทำความรู้จักกับใบยี่หร่าสักนิดนะครับว่าสมุนไพรชนิดนี้คู่ควรที่จะทานขนาดไหน

ว่าด้วยเรื่อง "ยี่หร่า" สมุนไพรใกล้ครัวเรือนไทย อาหารที่มีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ มี 2 ชนิดด้วยกันที่มักนำมาปรุงเมนูสูตรเด็ดเผ็ดร้อน

ชนิดแรกก็คือ ยี่หร่าชนิดที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “เทียนขาว” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cuminum cyminum L. และจัดอยู่ในวงศ์ผักชี (APIACEAE) มีถิ่นกำเนิดในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศอินเดีย และประเทศจีน ยี่หร่าชนิดนี้ก็คือผลแห้งที่เรานำมาใช้เป็นเครื่องเทศและยาหอม (ไม่ใช่ยี่หร่าที่กินใบครับ)

ชนิดที่สอง ยี่หร่าชนิดที่มีชื่อไทยหลายชื่อ เช่น จันทร์หอม เนียมต้น เนียม กะเพราญวน โหระพาช้าง เป็นต้น ซึ่งชื่อภาษาอังกฤษก็คือ Shrubby basil โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum gratissimum L. และจัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ซึ่งเป็นยี่หร่าแบบกินใบที่เรานิยมนำมาผัดรับประทานกัน

ใบยี่หร่า เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของเป็นรูปกลมรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ใบสีเขียวสด ผิวใบสากมือ ใบยี่หร่ามีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสร้อน จึงช่วยดับกลิ่นคาวจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เนื้อปลาได้เป็นอย่างดี

สรรพคุณของยี่หร่า

1. สามารถช่วยยับยั้งหรือช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้ (ใบ)
2. ช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)
3. ใบยี่หร่าอุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุแคลเซียม ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยขับเหงื่อซึ่งเป็นของเสียออกจากร่างกาย (ใบ)
4. ใบยี่หร่ามีสรรพคุณช่วยแก้อาการคลื่นไส้ ด้วยการใช้ใบนำมาชงเป็นชาดื่มจนกว่าจะหาย (ใบ)
5. ช่วยแก้โรคเบื่ออาหาร (ใบ)
6. ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร (ต้น, รากแห้ง)
7. ช่วยแก้อาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย (ใบ)
8. ต้นยี่หร่ามีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาการปวดท้อง (ใบ, ต้น, รากแห้ง)
9. ช่วยในการขับลมในลำไส้ (ใบ, ต้น, รากแห้ง)
10. น้ำมันหอมระเหยจากยี่หร่ามีฤทธิ์ช่วยระงับอาการหดเกร็งของไส้ (น้ำมันหอมระเหย)
11. ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ด้วยการใช้ผลแห้งประมาณ 3-5 กรัมนำมาชงกับน้ำเดือดประมาณ 1 ลิตร ทิ้งไว้สักระยะแล้วจึงนำมาดื่มวันละ 3-4 ถ้วยตวง (ผล)
12. ยี่หร่ายังมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัว ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดประจำ เดือนในสตรีได้ (ใบ)

น้ำพริกโจร ยายเยื้อน (250 บาท)


เป็นเมนูของทางภาคใต้ที่เรียกว่า น้ำพริกขยำ ครับ คล้ายน้ำพริกกะปิ แต่ใช้การคลุกหรือหยำแทนการตำ ใส่กุ้งสด กะปิดีไม่เค็มมาก รสชาติไม่เผ็ดจัดนัก ทานกับข้าวและผักกำลังเหมาะครับ

ต้มยำปลาทูมะดัน (250 บาท)


ปลาทูหั่นมาเป็นชิ้น เนื้อสดแน่น รสชาติจัดจ้านกลมกล่อม ซดอร่อยคล่องคอมากเลยครับ ผมไม่ได้ทานมานานมากแล้วครับ สมใจจริงๆ

ข้าวผัดมันกากหมู (180 บาท)


อร่อยมากครับ นึกถึงผู้ใหญ่ทำให้ทานตอนเด็กๆ กันทีเดียวครับข้าวเป็นเม็ดสวย กากหมูกรอบอร่อย ไม่แข็ง หอมกากหมู กินกับน้ำปลาพริก ก็อร่อยแล้ว ยังไม่นับที่ทานร่วมกับอาหารอื่นๆ อีกอย่างเช่นนำมันกุ้งที่หัวกุ้งเผามาราดใส่น้ำปลาพริกหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดราดเข้าไปอร่อยมากมายครับเจริญอาหารกันเข้าไปใหญ่

เสร็จจากอาหารคาวเราก็มาทานขนมหวานกันครับ ของขึ้นชื่อของร้านนี้ คือ อำแดงไต้ฝุ่น หรือไต้ฝุ่นหิมะ (150 บาท)


จั่วหัวชื่อเดียวกับร้าน รับประกันความอร่อยเเละเเปลกจริง เป็นของหวานที่แปลกและอร่อยมากเลยครับ ต้องสั่ง !!! เป็นเต้าหู้โฮมเมดนิ่มๆ นำไปคลุกแป้งบางๆ ทอดจนกรอบ นำไปคลุกกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์บด งาคั่ว อัลมอน น้ำตาลทรายและเกลือ แป้งคล้ายๆ กะลอจี๊ของจีนน่ะครับ หนึบๆ ดี

ไอศกรีมน้ำตาลสด (สคูปละ 65 บาท)

ลองเปลี่ยนจากการดื่มน้ำตาลสด มาซดน้ำตาลสดในเเบบไอศกรีมหวานเย็น หอมหวานรสชาติกำลังดีครับ

น้ำมะนาวโซดา(65 บาท)


สดชื่นเเละดื่มด่ำกับความซ่าของโซดาตัดรสเปรี้ยวของมะนาวคั้นสดใหม่ อร่อยสดชื่นจริงๆครับ


ความอร่อยเกิดขึ้นได้ทุกวัน เเละมื้อนี้ก็เป็นอีกวันเเห่งความสุขที่ได้ลิ้มชิมรสชาติความอร่อยที่ลงตัว ถ้าคิดอยากเปลี่ยนบรรยากาศการทานอาหารแบบฟินๆ แวะมากันได้ที "อำแดงไต้ฝุ่น" ร้านเปิด 11.00 -22.30 น. โทรกันได้ที่เบอร์ 095-716-4712 ครับ

MoMo Café ร้านอาหารแหล่งแฮงส์เอ้าท์สุดชิคใจกลางกรุง พร้อมมอบความสุขแสนอร่อย ณ พระนคร

posted Mar 29, 2018, 10:37 AM by siam coverage   [ updated Mar 30, 2018, 2:39 AM ]


วันนี้ผมได้ลองมาทานอาหารที่ห้องอาหาร MoMo Café ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของ Marriott Executive Apartments, Sathorn Vista ร้านนี้อยู่ปากซอยสวนพลู อยู่ใกล้กับแหล่งธุรกิจย่านสีลม-สาทร ห่างจาก BTS ศาลาแดง หรือ MRT ลุมพินี ประมาณ 1 กิโลเมตรเปิดบริการตั้งแต่เวลา 06.00 -23.00 น.

บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบโมเดิร์น ดูสบายตา พร้อมผ่อนคลายไปกับบรรยากาศภายในห้องอาหารที่มีความโปร่งสบาย และตกแต่งด้วยสีแดง ส้ม ดำ ซึ่งเป็นสีแห่งการเพิ่มพลังในการรับประทานอาหาร พร้อมการจัดวางโต๊ะแบบไม่ชิดกันมาก ทำให้ไม่อึดอัด ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความอร่อยแบบสบายๆ จุคนได้ประมาณ 60 ที่ ถ้ามาน้อยคนจะนั่งที่นั่งแบบเป็นบาร์ก็ได้ ในโซนครัวเปิดเป็น Open Kitchen จะได้เห็นขั้นตอนในการปรุงอาหาร

มาว่ากันด้วยเรื่องความสุนทรีย์ของสีที่ใช้ตกแต่งร้านกันดีกว่านะครับ เป็นเรื่องของอารมณ์พาไปล้วนๆกันทีเดียวครับ

 สีแดง สีแดงเป็นหนึ่งในแม่สีหลักที่มีความโดดเด่น ร้อนแรง และแฝงไว้ด้วยความก้าวร้าวอยู่ในตัว หากนำมาตกแต่งบ้านก็จะให้ความรู้สึกเข้มเข็ง มีแรงบันดาลใจ และให้พลังงาน แถมยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารได้อีกด้วย เหมาะแก่การนำมาตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องกินข้าวเป็นอย่างมาก

 สีส้ม เป็นสีที่มีพลังและสดใส ช่วยส่งเสริมด้านการสื่อสาร ให้พลังด้านบวกคือ ความสุข ความตั้งใจ การคิดบวก การเริ่มต้นใหม่หรือดึงดูดสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิต และความเฉลียวฉลาด เป็นสีตัวแทนของฤดูร้อน ควรใช้สีส้มในห้องรับประทานอาหารหรือห้องโถง เพราะจะช่วยส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ฉะนั้นจึงเหมาะที่จะใช้ทาสีประตูหรือห้องนั่งเล่นเพราะจะช่วยดึงดูดผู้คนเข้ามา รวมไปถึงที่ทำงานหรือร้านค้าก็จะช่วยดึงดูดพันธมิตรและเรียกลูกค้าด้วยเช่นกัน

 สีดำ หากพูดถึงโทนสีดำ เพื่อนๆ หลายคนอาจจะนึกถึงความมืดมิด หดหู่ แต่ในทางกลับกัน การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีดำนั้น จะให้ความรู้สึกน่าค้นหา เท่และดูทันสมัย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รีสอร์ท เป็นต้น สีดำเป็นสีแห่งความลึกลับ ความมีเสน่ห์ ความแข็งแกร่งและอิสรภาพ เป็นสีที่ดึงดูดทรัพย์ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป แต่ทั้งนี้การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีดำนั้น ตกแต่งเฉพาะบางส่วน หรือเป็นในส่วนของไฮไลท์ เพื่อสร้างความโดดเด่น จากการที่ได้เห็นการตกแต่งภายในร้านทำให้รู้สึกชอบและรับรู้ความรู้สึกได้ดีทีเดียวครับ

ตอนนี้ขอเริ่มเมนูแรกกันเลยนะครับ

เนื้อแกะจากออสเตรเลียย่างสไตล์กรีก ( Greek Lamb ) เป็นการนำเนื้อแกะมาย่างแบบ Medium สัมผัสได้ถึงเนื้อฉ่ำๆของแกะ แต่ถ้าชอบสุกกว่านี้ก็แจ้งกับเชฟได้ ไม่มีกลิ่นสาบทานกับน้ำเกรวี่ เนื้อนุ่มได้รสชาติที่หอมอร่อยทีเดียวครับ ที่ร้านนี้นำเนื้อแกะจากประเทศออสเตรเลียที่จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นสาบน้อย แม้คนที่ไม่ค่อยกินเนื้อแกะก็ยังว่าดีงาม แล้วนำมาปรุงง่ายๆโชว์ความสดและรสชาติของวัตถุดิบ ก็ได้เป็นเมนูพร้อมดินเนอร์แบบที่ต้องร้องว้าว! กันเลยทีเดียวครับ อาหารสไตล์กรีกยังเป็นที่รู้จักกันน้อยสำหรับชาวไทย ซึ่งที่จริงแล้วอาหารกรีกถือเป็นอาหารยุโรปที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะเอกลักษณ์ของอาหารกรีกคือ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมายและยังดีต่อสุขภาพ หนึ่งในเมนูวันนี้ก็คือ "Souvlaki" อ่านว่า "ซูฟลากี" เป็นอาหารเสียบไม้ย่าง ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเนื้อหมูหรือไก่ มีเนื้อแกะด้วย โดยเมนูนี้สามารถหาทานได้ทั่วไปในกรุงเอเธนส์ และยังเป็นอาหารจานหลักของชาวกรีกที่ทานได้แทบทุกมื้อครับ วิธีการทำก็ไม่ยาก นำเนื้อหมูสันนอกมาหมักกับเครื่องเทศ อย่าง Origano และ Throubi ที่เป็นเครื่องเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนโดยเฉพาะ แล้วนำไปเสียบไม้ย่าง เมนูนี้จึงได้รสชาติและกลิ่นหอมจากเครื่องเทศสไตล์กรีกแท้ ๆ 


แซลมอนย่างพร้อมเครื่องเทศแบบไทยๆได้ปลาชิ้นหนาย่างมาแบบกำลังดี ทานกับซอสออกแนวฝรั่งก็จริงแต่ใส่พริกกับตะไคร้ลงไปด้วย เป็นรสชาติที่เข้าท่าลงตัวมากทีเดียว อร่อยมากเลยครับ

สเต็กเนื้อวากิวกับพาร์เมซานชีส (Wagyu Beef Parmasan) เคยได้ยินชื่อ เนื้อวากิวกันมานานแล้วนะครับ บางท่านอาจจะไม่ทราบถึงที่มาที่ไป เบื้องหลังความอร่อยของเนื้อวากิว คำว่า วากิว เป็นคำภาษาญี่ปุ่นมาจากการนำเอา 2 คำมารวมกันคือ วะ (和) ที่แปลว่าเราในที่นี้หมายถึงประเทศญี่ปุ่น และ กิว (牛) ซึ่งแปลว่าเนื้อวัว ดังนั้นหากจะให้แปลตรงตัวแล้ว วากิว ก็คือเนื้อวัวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง เนื้อวากิวในปัจจุบันมีด้วยกัน 5 สายพันธุ์หลัก ได้แก่
1. Japanese Black
2. Japanese Brown
3. Japanese Polled
4. Japanese Shorthorn
5. Kumamoto Reds
วัวพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดคือ Japanese Black ซึ่งชาวญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นสุดยอดแห่งสายพันธุ์อันดับหนึ่ง โดยลักษณะรูปร่างของโคสายพันธุ์นี้มีขนาดเล็ก เส้นขนดำหยักเป็นลอน ส่วนกลางลำตัวกางออก ซี่โครงแข็งแรง ขาหลังและลำคอบาง วัวสายพันธุ์นี้เลี้ยงกันมากกว่า 90% ของประชากรวัวทั้งหมดในญี่ปุ่น และเฉพาะสายพันธุ์ Japanese Black นี้เท่านั้นที่จะให้เนื้อซึ่งมีไขมันแทรกในปริมาณสูงสุด วากิวเป็นวัวที่ต้องเลี้ยงแบบพิเศษ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ภายในโรงเรือนที่อากาศเย็นและถ่ายเทสะดวก วัวต้องไม่ออกกำลังกายมาก ผู้เลี้ยงต้องให้อาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด หญ้าแห้ง และกากถั่วเหลือง ฯลฯ เพื่อบำรุงวัวให้ได้มากที่สุด วัวจะได้อ้วนๆ ที่สำคัญต้องให้ดื่มเบียร์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยในระบบย่อยอาหารและให้วัวผ่อนคลายด้วย วัววากิวจะเชือดเมื่ออายุได้ 3 ปีถึง 3 ปีครึ่ง ต่างจากวัวเนื้อทั่วไปที่จะเชือดกันเมื่อวัวอายุได้ 2 ปี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อให้ได้เนื้อวัวที่มีไขมันแทรกอยู่สูงที่สุด เพื่อรสชาติเนื้อที่นุ่มที่สุด เนื้อวากิวจะมีการแบ่งเกรดของเนื้อวัวออกเป็น 2 ส่วน คือ อัตราส่วนของโครงสร้างเนื้อเทียบกับน้ำหนัก มี 3 ระดับ ตั้งแต่ A – C กับ การแทรกตัวของไขมันที่เข้าไปในเนื้อ มี 5 ระดับ ตั้งแต่ 5 – 1 เพราะฉะนั้นการวัดเกรดของเนื้อวากิวจะมีทั้งหมด 15 ระดับ และระดับที่ดีที่สุดคือ ระดับ A5

ต่อมาเราได้ทานซี่โครงหมูย่างซอสบาบีคิวซึ่งเป็นอาหารพิเศษที่จะเริ่มทำเดือนหน้าเป็นเมนูเเนะนำ มีความอร่อยลงตัวกับรสชาติครับ คงไม่ต้องอธิบายกันมาก เมนูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาก็ตรงรสชาติที่ปรุงมานี่ละครับ



อิ่มหนำกันเลยทีเดียวครับ แต่ก็ยังเผื่อท้องไว้สำหรับซูชิและสลัดบาร์ อาหารที่นี่มีหลากหลายเมนู ทั้งไทยและเทศ และยังมีซีฟู้ดส์ที่สดมากๆ อีกนะครับ มีความอร่อยของปูม้าที่นึ่งสดๆ เนื้อปูที่ฉ่ำกำลังดีและหอยนางรมตัวใหญ่ๆสดๆหวานฉ่ำ และ หอยแมลงภู่ตัวอวบใหญ่หรือประเภทซูชิเนื้อปลาแซลมอนและทูน่าแสนอร่อยที่แล่สดๆ จากท้องทะเลลึก ข้าวปั้นและอื่นๆที่มีบริการอย่างครบครัน…หรือจะเป็นเมนูอาหารไทยๆประเภทสารพัดยำ ที่นี่มีอาหารหลากหลายเมนู หลากหลายประเภทให้ท่านเลือก ทั้งคาว หวาน พร้อมเสิร์ฟความอร่อย จนลืมเวลาไปเลยทีเดียว ชิมไปไม่น้อยเหมือนกันครับก็มันอดใจไม่ไหวครับ ยังมีเมนูอื่นอีกหลายรายการนะครับ เลือกรับประทานกันตามความชอบของแต่ละท่านได้เลยครับ คุ้มค่ากับการมารับประทานจริงๆ ครับ







ห้องอาหาร โมโม่ คาเฟ่ ถือเป็นตัวแทนของคนที่มีแนวคิดรุ่นใหม่ ไม่เน้นความหรูหรา แต่แฝงด้วยความมีสไตล์ โมโม่ คาเฟ่นำเสนอเมนูอาหารนานาชาติหลากหลาย ทั้งบุฟเฟ่ต์และ A-La-Carte ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Living, Modern Eating

เกี่ยวกับเชฟ

เชฟสุวิรัตน์ นำยงกุล หรือเชฟยีราฟ เข้ารับตำแหน่ง Executive Chef ที่แมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์เมื่อปลายปี 2017 เชฟยีราฟได้นำประสบการณ์ในสาย F&B กว่า 16 ปี มาบริหารจัดการครัวของห้องอาหารโมโม่ คาเฟ่ ตั้งแต่การบรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ตลอดจนรังสรรค์เมนูจานเด็ดสุดพิเศษที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้ห้องอาหารโมโม่ คาเฟ่

Signature Menus & Promotions 
• บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน วันธรรมดา 12:00hrs. - 14:30hrs.
   THB 499++ / person
• บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน วันหยุด         12:00hrs. - 14:30hrs.
    THB 799++ / person
• บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อเย็น สุดสัปดาห์
   วันศุกร์, เสาร์ และ อาทิตย์                 18:00hrs. - 22:00hrs.
   THB 899++ / person
 • โมโม่ เบอร์เกอร์ มาเนีย โปรโมชั่น         11:00hrs. - 22:00hrs.
    THB 299++ / คู่ซอล์ฟดริ้งค์ 
    THB 369++ / คู่เบียร์
• สตรีทนู้ดเดิ้ล โปรโมชั่น          11:00hrs. - 22:00hrs.
   THB 99 ++ / คู่ซอล์ฟดริ้งค์
   THB 119++ / คู่เบียร์
• โปรโมชั่น Happy Hour – เครื่องดื่มซื้อ 1 ฟรี 1 17.00hrs. - 21.00hrs 
เวลาทำการ: 6:00hrs. – 23:00hrs.  ที่อยู่: 1 Sathorn Soi 3 South Sathorn Road, Bangkok 10120 Thailand
โทรศัพท์: +66 (0) 2343 6789   โทรสาร: +66 (0) 2286 2927 Facebook Page: www.facebook.com/marriottsathornvista    

เกี่ยวกับแมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า

แมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า ได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสทุกความสะดวกสบายของคำว่า “บ้าน” อย่างแท้จริง เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ระดับห้าดาวภายใต้แบรนด์แมริออทให้บริการห้องพักรายวันและรายเดือน มีห้องพัก 186 ห้องบนอาคารสูง 32 ชั้น ทั้งหมดเป็นห้องสวีทตั้งแต่หนึ่งถึงสามห้องนอน กว้างขวางและครบครันด้วยเฟอร์นิเจอร์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ชุดครัวและเครื่องครัว ห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นสัดส่วนพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารนานาชาติ โมโม่ คาเฟ่ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ และฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจบนถนนสาทรใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงและช่องนนทรี ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงของมหานครกรุงเทพฯ

ร้านบ้านน้ำพริกข้าวสวย ณ พระนคร

posted Mar 26, 2018, 7:10 AM by siam coverage   [ updated Mar 27, 2018, 8:18 AM ]



จังหวัดจันทบุรี เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุดิบด้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลที่ใช้วัตถุดิบจากเครื่องเทศและสมุนไพรมาปรุงอาหาร อาหารพื้นบ้านจันทบุรีโดยเฉพาะแกงเผ็ด และผัดเผ็ด ใช้เครื่องเทศมาก เผ็ดร้อน และหอมเครื่องเทศมากเป็นพิเศษ คนเมืองจันท์ชอบทานอาหารรสจัด ทั้งจากเครื่องเทศและการปรุงเป็นรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อม


อาหารพื้นบ้านคืออาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นที่มีอยู่มาก หรือตามฤดูกาล จัดเป็นวัฒนธรรมทางอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นอาจมีปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้างเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยแต่หลักๆ ก็ยังคงอนุรักษ์ของเดิมไว้ จะเรียกว่าเป็นการนำของเดิมมาปรับรูปลักษณ์ให้น่าสนใจขึ้น

เฉกเช่น "บ้านน้ำพริกข้าวสวย ณ พระนคร" เเห่งนี้ ที่ยกสำรับของดีเมืองจันท์มาไว้ให้ชาวไทยเเละชาวต่างชาติได้สัมผัสรสชาติของอาหารไทยพื้นบ้านของเมืองจันทบุรีมาไว้ที่ ซอยสุขุมวิท 33 แยก 5 เจ้าของร้าน คือ ศิลภา ชาลีวรรณ (ฝน) ผู้หลงใหลในรสชาติของอาหารพื้นบ้านเมืองจันท์ ออกมาต้อนรับเเขกในชุดไทยสีหวานงามตา พร้อมกับพาเยี่ยมชมบริเวณโดยรอบ บรรยากาศภายในร้านถูกตกเเต่งไว้อย่างลงตัวด้วยตั่งเเละหมอนอิงในเเบบไทยๆ เเซมด้วยโต๊ะเเบบยุคใหม่ ให้ความรู้สึกสบายตา เอกลักษณ์ของความเป็นไทยเเทรกตัวอยู่ทุกพื้นที่ของร้าน ดูเเล้วช่างเข้ากับละครดังช่วงนี้เลยทีเดียว


ต้นกำเนิดของร้านบ้านน้ำพริกข้าวสวย ต้นตำรับนั้นอยู่ที่จันทบุรี เจ้าของร้านคือคุณสุนันทา พงษ์เจริญ (แม่อี๊ด)และ คุณสิริลักษณ์ พงษ์เจริญ (ทราย) ที่มาที่ไปผมขออนุญาตคัดลอกตำนานน้ำพริกอันเป็นต้นกำเนิดของร้านดังนี้ เสน่ห์ปลายจวัก ของตาเล็ก – ยายเฟื้อ พงษ์เจริญ จากร้านเล็กๆ ในตำบลหนองบัว นำสูตรอาหารน้ำพริกจากบรรพบุรุษ สืบสานในสัมมาอาชีพ จากนั้นต่อมา แม่อี๊ด ลูกสาวคนเล็กนำสูตรมาต่อยอด ใช้ความพากเพียรอุตสาหะ เริ่มจากแม่ค้าหาบเร่ มาต่อยอดผลิตภัณฑ์ ให้เข้ากับกาลเวลา “บ้านน้ำพริกข้าวสวย” ได้สืบทอดและนำสูตรต้นตำรับจากรุ่นสู่รุ่นผสมไอเดียรุ่นหลาน นำมาเสิร์ฟในภาชนะไทยๆรองด้วยใบตอง เพิ่มอัตลักษณ์คุณค่าอาหารถิ่น กลิ่นอายอาหารไทย เคียงคู่ไปกับเมืองจันทบูร




ต้อนรับกันด้วยเครื่องดื่มชุ่มคออย่างแรก "น้ำอัญชัญดอกมะลิ" จิบเเล้วชื่นใจหอมกรุ่นดอกมะลิเสิร์ฟมาในขัน ได้กลิ่นอายยุคพ่อแม่เราเลยทีเดียว อีกอย่างคือน้ำมะปี๊ด อร่อยมากเปรี้ยวๆ อมหวาน กลมกล่อมชื่นใจ อยากเติมเรื่อยๆ ไม่อยากหยุด



เริ่มแรกเมนูเรียกน้ำย่อย "เมี่ยงรวมรัก" อย่างแรกคือเมี่ยงดอกบัว เหมือนเมี่ยงคำแต่ใช้กลีบบัวแทนใบชะพลู อร่อยดีนะครับแล้วยังหอมกลีบดอกบัว มีสรรพคุณของดอกบัวหลวงมากบอกด้วยนะ .... กลีบช่วยบำรุงร่างกาย ห้ามเลือด มีใยอาหารสูง และกระตุ้นการขับถ่าย เกสรเป็นยาสมานแผล บำรุงหัวใจและระบบประสาท เมล็ดช่วยบำรุงกำลัง ทำให้นอนหลับสบาย ส่วนดีบัวช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจ ถัดมาเป็น "ข้าวตังหน้าตั้ง"  กินกับหน้าตั้งซึ่งเป็นน้ำจิ้มราด มีรสหวานนำเค็ม เล็กน้อย มีความมันของกะทิและถั่วลิสง  ข้าวตังมีสรรพคุณช่วยบำรุงและขับความเย็นในกระเพาะอาหารด้วยนะครับจะบอกให้ สุดท้ายเป็นม้าฮ่อ เป็นของว่างแบบโบราณหาทานยาก ด้วยรสชาติเค็มๆหวานๆของไส้ที่วางมาบนสับปะรดหวานอมเปรี้ยวรสชาติเข้ากันได้ดี  คนโบราณช่างคิดช่างทำ ไม่ต้องย้อนเวลาหาอดีตให้เสียเวลา แค่ออเจ้ามาร้านนี้ก็สมปรารถนา อยากทานมานานละ 




"ข้าวคลุกพริกเกลือ"  ถือเป็นเมนูเด็ดของคนเมืองจันท์ พริกเกลือก็คือน้ำจิ้มซีฟู๊ดนั่นเองแต่เป็นสูตรของทางร้าน มีน้ำพริกปูไข่เพิ่มเข้ามาด้วย เคล้าข้าวกับพริกเกลือและน้ำพริกปูไข่เล็กน้อยเพื่อให้ซึมเข้าไปในข้าวก่อน ตามด้วยไข่ต้ม ปลาหมึก กั้ง ปู เครื่องเคียงเป็นผักสด รสชาติเข้ากับอาหารทะเลมาก เป็นเมนูในดวงใจทีเดียวครับ  


"น้ำพริกปูไข่"ก็ขึ้นชื่อมากเพราะจันทบุรีมีปูทะเลตามธรรมชาติชุกชุม ที่หาจับได้ตามป่าชายเลนทั่วไป และมีการเลี้ยงปูเป็นอาชีพอยู่เป็นจำนวนมาก น้ำพริกนี้ต้องเลือกปูที่มีไข่นำมาต้มให้สุกก่อนแล้วแกะไข่ปูมาตำรวมกับพริก กระเทียม ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว (หรือส้มมะปี๊ดหากมะนาวแพง) น้ำตาลเล็กน้อย รสเค็มเปรี้ยว แต่ไม่หวาน 


 
ต่อมาคือ "ไก่บ้านต้มกระวาน" คล้ายต้มยำน้ำใส ใส่หน่อกระวาน ข่า ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด รสชาติเผ็ดร้อน ต้องกินร้อนๆ ยิ่งกินก็ยิ่งอร่อย รู้จักต้นกระวานกันสักนิด เป็นพืชป่า ลักษณะต้นคล้ายต้นข่า ส่วนที่นำมาทำอาหารคือส่วนหัวที่อยู่โคนต้น มีกลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อนเฉพาะตัว ใช้ทำอาหารดับกลิ่นคาวได้ดี ถ้าเข้าเครื่องยาแผนโบราณ แก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมได้ดี ชอบอากาศชื้นแดดรำไร เป็นสมุนไพรท้องถิ่น เป็นยาที่กินอร่อยมากมื้อนี้



จานเด็ดที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ "แกงหมูชะมวง" เป็นอาหารพื้นเมืองและอาหารขึ้นชื่อของจันทบุรี และเป็นอาหารที่รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นแกงที่มีรสชาติกลมกล่อม  โดยปกติเป็นแกงที่มี 3 รส คือ มีรสเค็มจาก น้ำปลา เปรี้ยวจากใบชะมวง หวานจากน้ำตาลปึก สามรสชาติที่เข้มข้น ที่เคี่ยวจนได้ที่ แต่ที่นี่ร้านนี้มีรสชาติที่เผ็ดเล็กน้อยทำให้เกิดรสชาติที่กลมกล่อม เป็นอาหารเมนูสุขภาพ มีสรรพคุณทางสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ซึ่งทางร้านทำออกมาได้ดีรสชาติคงความอร่อยแบบดั้งเดิม ขอเพิ่มเติมสรรพคุณสักนิด ดีต่อใจแล้วดีต่อกายอย่างไร ชะมวงเป็นพื่ชที่มีสรรพคุณทางสมุนไพร ได้แก่ ราก รสเปรี้ยว แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ยาถอน พิษไข้ แก้บิด เสมหะ เป็นพิษ ใบ รสเปรี้ยว ยาระบายท้อง แก้ไข้ กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ แก้โลหิต แก้ไอ แก้กระหายน้ำ ผล รสเปรี้ยว ระบายท้อง แก้ไข้ กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ แก้กระหายน้ำ ฟอกโลหิต นอกจากนี้ คณะเภสัชฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ค้นพบสารชนิดใหม่ใน "ใบชะมวง" ออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง นับเป็นการค้นพบครั้งแรกของโลก พร้อมตั้งชื่อว่า "ชะมวงโอน" ระบุใช้เป็นสารต้นแบบที่นำไปพัฒนาโครงสร้างสู่ยาต้านมะเร็งในอนาคต



"เส้นจันท์ผัดปู" เมนูขึ้นชื่ออีกจานของเมืองจันท์ เส้นจันท์ผัดปู ที่นี่ใส่กั้งมาให้ด้วยน่าทานทีเดียวครับ เป็นอาหารพื้นบ้านโบราณของคนจังหวัดจันทบุรี นิยมรับประทานกับผักสดนานาชนิด ซึ่งตัวเส้นจันท์นั้นจะมีลักษณะเหนียวและนุ่ม น้ำปรุงรสชาติเป็นเอกลักษณ์อร่อยไม่เหมือนใคร มีรสชาติหวานนำมาก่อน เปรี้ยว และเค็มตาม หน้าตาคล้าย ๆ กับผัดไทย รสชาติกลมกล่อมเป็นที่สุดครับ


สำรับต่อมา "ข้าวห่อน้ำพริก" เป็นข้าวสวยห่อด้วยใบตองเป็นกระทงข้างบนมีน้ำพริกหลากหลายชนิดเช่นน้ำพริกตาแดง น้ำพริกมะขาม ฯลฯ เน้นไปทางน้ำพริกแห้งๆ กินกับผักสดๆ มีหลนปูมาให้ตัดความเผ็ด รสชาติหวานเค็มอมเปรี้ยวนิดๆ สำหรับคนชอบกินผักเมนูนี้ชอบมาก



อิ่มของคาวตามด้วยของหวาน ไอศกรีมกะทิห่อใบตอง มีมันเชื่อม ฟักทองเชื่อม ลูกชิด แยกเครื่องเคียงมาให้ตักเติมตามชอบใจ เป็นของโบราณที่อร่อยไม่มียุคสมัยจริงๆ เข้ากับบรรยากาศแบบไทยๆ ของร้านมาก


"สัมปันนี" ขนมไทยทรงดอกไม้นางเอกของงานนี้ หากไม่เอ่ยถึงจะเรียกว่ามาไม่ถึงร้านเลยทีเดียว เพราะทางร้านจะจัดไว้ต้อนรับลูกค้าเป็นเมนูพิเศษ ที่เคียงมาในสำรับอาหารคาว ซ่อนไว้ในผอบบายศรีอย่างสวยงาม เป็นขนมไทยโบราณที่มีรสชาติหวานมันกลมกล่อม กำลังพอดีคำ เเป้งเนื้อนวล ละลายในปาก สิบปากว่า ไม่เท่าชิมเองครับ

อาหารรสชาติดี จัดสำรับแต่ละจานอย่างสวยงาม อนุรักษ์ความเป็นไทยซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน การนำใบตองมาใช้ใส่อาหารแทนโฟมหรือพลาสติก มั่นใจได้ว่าปลอดภัยแก่สุขภาพ แถมดูดีมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก การกินอาหารถือเป็นสุนทรีรสอย่างหนึ่ง เพราะอาหารเรากินแล้วต้อง “สุขกาย สบายใจ” 

ใครที่กำลังรู้สึกอยากเสพอาหารรสชาติพื้นบ้าน สัมผัสบรรยากาศสบายๆสไตล์ไทย "ออเจ้า "  เเล้วล่ะก็ ห้ามพลาด..ของดีเมืองเจ้าตากครับ

บ้านน้ำพริกข้าวสวย ณ พระนคร
ตั้งอยู่ที่ 62 ซอยแดงอุดม ถนนสุขุมวิท 33 คลองตันเหนือ วัมนา กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 062-459+6646 095-849-2629 เปิด 10.30- 22.30 น.

"BURGER HEAVEN”เทศกาลสำหรับคนรักเมนูเบอร์เกอร์เนื้อและเมนูเบอร์เกอร์ปลา ณ ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี

posted Feb 9, 2018, 11:37 AM by siam coverage   [ updated Feb 9, 2018, 11:41 AM ]


มีโอกาสได้ไปชิม เมนู เบอร์เกอร์ เนื้อ และ ปลา ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี วันนั้นผม ได้มีโอกาสไปชิมอาหาร ในเทศกาล อาหาร BURGER HEAVEN”เทศกาลสำหรับคนรักเมนูเบอร์เกอร์เนื้อและเมนูเบอร์เกอร์ปลา หลังจากได้มาทานรู้สึกได้ว่า รสชาติอาหาร คือ หัวใจสำคัญของร้านอาหาร ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี จึงให้ความสำคัญ กับ วัตถุดิบและรสชาติของอาหารเป็นอย่างมาก วันนั้นได้ลองทาน 2 เมนู คือ



Beef Burger Charcoal –ชาร์โคลเบอร์เกอร์เนื้อ 



คัดสรรเนื้อชั้นดีกริลได้ที่ เป็นเบอร์เกอร์ที่กลมกล่อมด้วยชีสเชดดาร์ เบคอนรมควัน และไข่ดาว พร้อมผักกาดสลัดและมะเขือเทศหั่นบางๆ มีเครื่องเคียงเป็นตระกร้าสลัดกับเซซามิเดรสซิ่ง กินคู่กับเฟรนด์ฟรายด์ร้อนๆ และหอมทอดกรอบนอกนุ่มใน 


Salmon Teriyaki Burger Charcoal – ชาร์โคลแซลมอนเทอริยากิ 



เป็นเบอร์เกอร์ ปลาแซลมอนสดบด  ปิดด้วยผักกาดสลัดและมะเขือเทศหั่นบางๆ มาคู่กับเทอริยากิซอส  ทานแกล้มกับมันฝรั่งทอด
ร้อนๆ พร้อมสลัดผักสดๆ อร่อยสุขภาพดี

จากคำบรรยายที่ผมได้คุยกับทางร้านได้ทราบถึงส่วนผสมต่างๆที่รวมขึ้นเป็นเมนูอาหารเพื่อแนะนำนอกจากความอร่อยลงตัวแล้ว เมนูทั้ง 2 นี้ยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลายๆคนอาจจะนึกไปไม่ถึง เลยอยากจะเขียนถึงส่วนผสมหลักๆ นำมาเล่าสู่กันฟังอ่าน กันฟินๆ เพื่อการไปชิมในโอกาสต่อไปจะได้รับทั้งความอร่อยลิ้นและสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเรากำลังได้อาหารเป็นยากันไม่มากก็น้อยล่ะครับ

- ชาร์โคล เรียกเต็มๆ ว่า ผงถ่านแอคติเวทชาร์โคล (activated charcoal) หรือเรียกว่า ผงคาร์บอนกัมมันต์ (activated carbon)

เป็นถ่านที่ได้จากพืชชนิดต่างๆ เช่น เปลือกไม้หรือไม้ไผ่ นำไปผ่านการเผาในอุณหภูมิความร้อนสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส จึงจะถูกนำไปใช้ในการประกอบอาหารต่างๆ การใช้ชาร์โคลในอาหารนั้นก็เพื่อให้มีกลิ่นหอม อย่างประเทศไทยก็นำถ่านดังกล่าวไปผสมในขนมที่ต้องการให้มีสีดำ อย่างเช่น ขนมเปียกปูน เป็นต้น หรืออย่างประเทศเกาหลีก็มักจะใส่ถ่านดังกล่าวลงไปพร้อมกับการหุงข้าว เพราะจะทำให้ข้าวสุกเร็วและดับกลิ่นได้นั่นเอง

อย่างทางการแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะนำผงคาร์บอนกัมมันต์หรือชาร์โคลมาใช้ดูดซับสารพิษที่เรารับประทานเข้าไป หรือการรับประทานยาที่เกินขนาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่สามารถดูดซับสารพิษได้ทุกชนิดและทั้งหมด เพราะสามารถดูดซับได้ 60% เท่านั้น
ทั้งนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าชาร์โคลมีโทษหรือสารตกค้างหรือไม่ หรือผงถ่านสีดำปิ๊ดปี๋ขนาดนี้จะทำให้เป็นมะเร็งได้ไหม คำตอบก็คือ "ไม่" เพราะถ่านที่เผาจนดำสนิทนั้นสิ่งที่ได้ออกมาจะเป็นคาร์บอน ไม่มีโทษใดๆ กับร่างกาย ซึ่งจะแตกต่างจากเนื้อสัตว์ที่ถูกปิ้งย่างจนไหม้เกรียม เพราะเนื้อสัตว์เป็นโปรตีน สิ่งที่เผาไหม้ออกมาจะเป็นสารไนโตรซามีน ที่เป็นตัวตั้งต้นในการก่อมะเร็งนั่นเอง

ประโยชน์ของถ่านชาร์โคลที่ดีต่อสุขภาพ

1. ดูดซับสารพิษทางเดินอาหารและลำไส้ รวมถึงแก๊สต่างๆ ที่ทำให้อึดอัด แน่นท้อง อีกทั้งยังช่วยอาการท้องเสียได้
2. ช่วยให้ช่องปากแข็งแรง แก้กลิ่นปาก ป้องกันฟันผุ โรคเหงือก อีกทั้งยังลดคราบชา กาแฟได้อีกด้วย
3. ช่วยให้นอนหลับและผ่อนคลาย
4. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
5. ลดคลอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี
6. บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง ขจัดเซลล์เสื่อมสภาพ ป้องกันริ้วรอย และช่วยให้รอยแผลเป็นจางลง
7. ทำให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น
8. แก้อาการเมาค้างได้

- น้ำสลัดงา

งา พืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย โดยงา จะมี 2 แบบ คือ งาดำ และ งาขาว นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันงาที่นำมาใช้ปรุงอาหาร เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์ ทั้งนี้สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น
ประโยชน์ และ สรรพคุณของงาดำ งาขาว

ประโยชน์ ของงาไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน นอกจากนี้ เรายังสกัดน้ำมันจากงาออกมาได้อีกด้วย ซึ่งน้ำมันที่ได้นั้นเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิค ที่ช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น นอกจากนี้ งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง และยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง

กลิ่นและรส ของเมล็ดงาคล้ายกับถั่ว องค์ประกอบสำคัญในเมล็ดก็คือน้ำมัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 44-60% น้ำมันงานั้นต่อต้านการเกิดออกซิไดซ์ได้ดี มีการใช้ในอาหารพวกสลัด หรือเป็นน้ำมันปรุงอาหาร 

เราจะลืม- ปลาแซลมอน ไปได้อย่างไร ปลาแซลมอน ได้ชื่อว่าเป็นปลาจากแหล่งบริสุทธิ์ที่ไร้มลพิษและมีคุณค่าทางอาหารมากมาย  เพราะระหว่างที่อยู่ในทะเล แซลมอนจะสะสมไขมันจากการกินแพลงตอนและสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ต้องการแต่สร้างขึ้นเองไม่ได้ นั่นคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์มากมายต่อมนุษย์ การรับประทานปลาแซลมอนมีคุณค่าทางโปรตีนสูง ส่วนไขมันและคอเลสเตอรอลนั้นต่ำมาก และยังสามารถทดแทนสารอาหารที่ได้จากเนื้อวัว เนื้อหมู และสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้นักวิจัยชาวออสเตรเลียยืนยันมาว่าหากรับประทานบ่อยครั้ง จะช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

ประโยชน์ 7 ประการของเนื้อปลาแซลมอน เนื้อปลาสีส้มแทรกไขมันขาวน่ากินมีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายถึง 7 ประการด้วยกัน ทีเดียว

1. ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ใครกำลังประสบปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม ต้องเลือกรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเพิ่มเติมแล้วละค่ะ เพราะในเนื้อปลาสีส้มนั้นอุดมไปด้วยโปรตีนที่ชื่อว่า ไบโอแอคทีฟเปปไทด์ ซึ่งกรดโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อข้อเข่านั้นคือ แคลซิโทนิน (calcitonin) ที่ได้รับการวิจัยแล้วว่าช่วยเพิ่มคอลลาเจน อีกทั้งยังควบคุมคอลลาเจนในกระดูกอ่อนของข้อเข่าคงที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่น และความแข็งแรงให้เนื้อกระดูกด้วย

2. กินปลาแล้วฉลาด แถมมีความสุขเพิ่ม อยากรู้ไหมว่ากินอะไรแล้วมีความสุข แถมฉลาดขึ้นด้วย? คำตอบคือเนื้อปลาแซลมอนไง เพราะระบบสมองประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 กว่า 60% ส่วนอีก 30% นั้นคือกรด DHA ซึ่งมีความสำคัญมากต่อระบบประสาท ดังนั้นการรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการอยู่ในสภาวะซึมเศร้า และสภาวะเครียดในหมู่วัยรุ่น ส่วนในวัยผู้ใหญ่ และวัยชรานั้นเนื้อปลาแซลมอนจะช่วยในเรื่องของความจำ ช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม

3. ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจ และระบบหลอดเลือด ถ้าอยากมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงต้องรับประทานแซลมอน เพราะเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3, กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก (EPA) และกรด DHA กรดไขมันเหล่านี้ให้ประโยชน์มากมายต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือด อาทิ ช่วยลดการติดเชื้อ, ช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว และขยายหลอดเลือดแดง หากรับประทานเนื้อปลาแซลมอน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นประจำจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจวาย, โรคหลอดเลือดสมองแตก, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

4. รักษาสายตา และป้องกันโรคประสาทจอตาเสื่อม เนื้อปลาสีส้มอาหารโปรดของใครหลายๆ คน นอกจากจะอร่อยแล้วยังช่วยปกป้องสายตาอีกด้วย การรับประทานเนื้อปลาแซลมอนอย่างน้อย 2 ครั้งต่ออาทิตย์จะช่วยชะลอความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อมที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น

5. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในเด็กเล็ก เพราะเนื้อปลาแซลมอนจะช่วยในเรื่องพัฒนาการของสมองในเด็ก และการที่ว่าที่คุณแม่รับประทานเนื้อปลาแซลมอนขณะตั้งครรภ์จะส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ในตัวเด็ก เพราะเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรด DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และจอประสาทตาอย่างยิ่ง และช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคสมาธิสั้น

6. อุดมด้วยวิตามิน D ดีต่อร่างกาย นอกจากจะอุดมไปด้วยกรดไขมันดีแล้ว เนื้อปลาแซลมอนยังอุดมไปด้วยกรดวิตามิน D ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการ แต่ถ้าหากได้รับวิตามินประเภทนี้น้อยไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยงการป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ และหลอดเลือด, โรคข้อรูมาตอยด์ และโรคเบาหวานประเภท 1 แต่เพียงรับประทานเนื้อปลาแซลมอน 1 กระป๋องก็สามารถให้วิตามิน D ที่ร่างกายต้องการได้อย่างครบถ้วนแล้ว

7. ช่วยให้นอนหลับลึก และหลับสนิทตลอดทั้งคือ ประโยชน์สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของเนื้อปลาแซลมอนคือ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ เพราะเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายๆยานอนหลับแต่เป็นของธรรมชาติล้วนๆ และไร้อันตรายแน่นอน จากงานวิจัยพบว่าทริปโตเฟน มีฤทธิ์ทำให้ง่วง และช่วยให้หลับเร็วขึ้น



หลังจากได้รับข้อมูลกันไปพอสังเขปนะครับ ผ่านความสำคัญของวัตถุดิบก็คงขาดไม่ได้ในเรื่องของรสชาติอาหารในส่วนเมนูเนื้อ อร่อยดีทีเดียวครับเข้ากันได้ดีกับสลัดผักราดด้วยน้ำสลัดงา เมนูปลาแซลมอนกับซอสเทอริยากิเค็มๆ หวานๆ กับมันทอด ตามด้วยสลัดผัก ขนมปังชาโคลกับชีสทำให้รสชาติโดยรวม ออกมาดีขึ้นไปอีก รู้อย่างนี้แล้ว พาเพื่อนฝูง คนรู้ใจ มาลองกันได้เลย รับรองว่าติดใจ แน่นอน ครับ

REVITALITE CAFE & THAI MASSAGE ร้านอาหารไทยใหม่ล่าสุด ที่น่าชวนชิมและลิ้มลอง

posted Dec 31, 2017, 7:19 PM by siam coverage   [ updated Feb 5, 2018, 8:50 AM ]

REVITALITE CAFE & THAI MASSAGE


เมื่อเห็นชื่อร้านทำให้นึกถึงคำๆหนึ่ง คือ Vital ซึ่งหมายถึงการกลับมามีชีวิตชีวาเมื่อได้ทานอาหารเข้าไปเหมือนได้มีการเติมพลังชีวิต ร้านอาหารร้านนี้เป็นร้านอาหารไทย เพิ่งเปิดใหม่ได้เพียง 2 อาทิตย์ ใน ซอยร่วมฤดี ณ “ร่วมฤดี วิลเลจ” ด้วยที่เจ้าของร้านได้เปิดร้านนวดแผนไทยมาก่อน แต่ด้วยความชื่นชอบในการทำอาหารไทยจึงจัดพื้นที่บริเวณชั้น 1 ในร้านนวดแผนไทยมาทำเป็นร้านอาหารที่รองรับได้ถึง 30 ที่นั่ง ทั้งโซนด้านนอกและโซนห้องแอร์ เมื่อได้ลิ้มลองอาหารไทยรสจัดจ้านที่ทานได้ทั้งคนไทยและถูกปากชาวต่างชาวชาติ เรียกได้ว่าถึงเครื่องถึงรสไปพร้อมกับคุณภาพวัตถุดิบสดใหม่ พร้อมทั้งมีผักออร์แกนิคเข้าไปอีกด้วย ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00 - 24.00 น.

บรรยากาศภายในร้านสบายๆดูเรียบๆดี มีทั้งที่นั่งรับบรรยากาศด้านนอกนั่งสบายๆชิวๆและมีบรรยากาศด้านในมีโต๊ะนั่งพร้อมมีเครื่องปรับอากาศเมื่ออากาศร้อน บรรยากาศตกแต่งไฟด้วยความเป็นไทยนั่งสบายๆครับ

อาหารที่ร้านนี้มีเมนูหลากหลาย อาหารที่ได้สั่งมาทานในวันนี้มีอะไรบ้างตามมาชิมกันได้เลยครับ

คอหมูย่าง รสชาติเนื้อหมูมีรสชาติที่อร่อยน้ำจิ้มรสดีหมูนุ่มอร่อยทานได้หลายชิ้นทีเดียวครับ


น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอด น้ำพริกทำจาก กะปิอย่างดี ที่เรียกว่าเคยจากทางใต้ นำกะปิไปเผาก่อนแล้วนำมาตำรสเผ็ดกำลังพอดีมีควากลมกล่อมทานคู่กับผักแนมได้อย่างมีรสชาติ อย่างไทยๆ ดีทีเดียวครับ
 

มัสมั่นไก่ ได้รสชาติอย่างไทยๆและเมื่อนำมาแกงกับสะโพกไก่เข้ากันดีมากๆและมีอาจาดเป็นเครื่องเคียงที่ทานร่วมกันได้อย่างลงตัว


หมี่กรอบโบราณ มีรสชาติของความหอม หวาน กรอบ อร่อย อบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพรอย่างส้มซ่า และมีน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ เข้ากันได้ดี หมี่กรอบมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ อร่อยดีทีเดียวทานแล้วอยากทานอีกครับ



ต้มยำกุ้ง   เผ็ดแซบครบรสต้มยำ ทานแบบไม่ต้องเติมอะไรเพิ่ม รสชาติดีกลมกล่อมมากๆครับ


ไข่เจียวปู ใส่เนื้อปูแน่นๆเมื่อทานเข้าไปแล้วได้รสชาติของเนื้อปูเต็มๆรสชาติของไข่เข้ากับเนื้อปูดีมากๆมีความกรอบนอกนุ่มในเนื้อปูเน้นๆ อร่อยน่าทานมากๆครับ


ข้าวผัดสับปะรด รสชาติข้าวผัดเข้ากันดีจัดจานมาอย่าสวยงามมีสับปะรดผัดได้เข้ากับข้าวมากๆทำให้ข้าวนั้นมีรสหอมของสับปะรสมีทั้งรสเปรี้ยวอมหวานของสับปะรดทำให้รสชาติข้าวผัดนั้นกลมกล่อมในทุกเม็ดที่ทานเข้าไปทีเดียวครับแล้วยังมีกุ้งแม่น้ำทานคู่กันเข้ากันได้ดีครับ 
 


สำหรับเครื่องดื่ม แนะนำน้ำผลไม้ปั่น สามารถเลือกผลไม้สลับได้นะครับ แต่หลัก ๆ จะมี 

Organic Papaya Banana Smoothie (100) 
Mango Mango Smoothie (120)
Watermelon Smoothie (95)
Pineapple Smoothie (95)
แต่วันนี้ที่มาทานได้ลองดื่ม Coconut Smoothie (95)  ใช้น้ำและเนื้อมะพร้าวปั่น ใส่น้ำแข็งไม่มาก ดื่มเข้าไปสดชื่นครับ



เมื่อผมได้ทานอาหารอร่อยๆ รสชาติดีเยี่ยม ทำให้นึกถึงคำๆหนึ่งที่มาจากชื่อร้าน คือ Vital ซึ่งหมายถึงความมีชีวิตชีวา และได้รู้สึกเหมือนได้เพิ่มพลังชีวิต คงไม่แปลกอะไร ถ้า REVITALITE CAFE จะทำให้เรารู้สึกถึงความสุขที่เราเติมเต็มให้กับชีวิต และเมื่อได้ทานอาหารที่ร้าน REVITALITE CAFE ที่มีรสชาติที่อร่อยเข้าไปก็เหมือนได้เติมพลังชีวิต และผมจะต้องกลับมาทานอีกแน่นอนครับ ชีวิตคนเราต้องหมั่นเติมพลังนะครับ


การเดินทางมาที่ร้านนั้นก็ไม่ยากเลยครับ พิกัดร้านนั้นอยู่ใน ซ.ร่วมฤดี ในโครงการร่วมฤดี วิลเลจ มีที่จอดรถหน้าร้าน หากเดินทางด้วย BTS ให้ลงสถานีเพลินจิตทางออกที่ 4 แล้วเดินเข้า ซ.ร่วมฤดีมาประมาณ 400-500 ม.ร้านอยู่ทางขวามือ ร้านใหญ่เห็นชัดเจนอย่างแน่นอน ที่จอดรถก็กว้างขวาง จอดหน้าร้าน และฝั่งตรงข้ามร้านเลย ด้านบนเป็นสถานที่สำหรับนวดแผนไทย เราสามารถนวดแล้วลงมาทานอาหารไทยอร่อย ๆ ได้เลยครับ

REVITALITE CAFE & THAI MASSAGE
Tel : 092-669-6228
FB : https://www.facebook.com/Revitalite-Cafe-Thai-Massage-956877334462691/

ลองลิ้มชิมรสชาติความอร่อยกับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ 2560 ณ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

posted Aug 30, 2017, 4:16 AM by siam coverage   [ updated Aug 30, 2017, 4:21 AM ]


วันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดของทุกปีเป็นวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน เป็นวันที่พระจันทร์ส่องแสง สว่างและกลม งดงามที่สุด และ เต็มดวงที่สุด ชาวจีนจึงให้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม เป็นสื่อกลางของการคิดถึงซึ่งกันและกัน เมื่อคนในครอบครัวจากบ้านเกิดไปไกล เมื่อคิดถึงครอบครัวก็ให้แหงนมองดวงจันทร์ ส่งความรู้สึกที่ดีและความคิดถึงให้กันผ่านดวงจันทร์ นอกจากนี้ ยังถือได้ว่าวันไหว้พระจันทร์เป็นวันที่คนในครอบครัวจะได้แสดงความสามัคคีกัน และได้ชมดวงจันทร์พร้อมหน้ากัน จึงกล่าวได้ว่าวันไหว้พระจันทร์เป็นวันแห่งการอยู่พร้อมหน้ากันของครอบครัวเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความสามัคคี จึงเรียกเทศกาลนี้ว่าเป็น“เทศกาลแห่งความกลมเกลียว“

ประเพณีการไหว้พระจันทร์ จะเริ่มต้นตอนหัวค่ำซึ่งดวงจันทร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้า พิธีการจะดำเนินต่อไปจนถึงประมาณ 4-5 ทุ่ม บางบ้านอาจจะไหว้พระจันทร์ที่ลานหน้าบ้าน ดาดฟ้า โดยมีการตั้งโต๊ะ ทำซุ้มต้นอ้อย มีธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทองที่พับเป็นเงินตราจีน โคมไฟ และสิ่งของเซ่นไหว้ หลังเสร็จพิธีทุกคนในครอบครัวจะตั้งวงแบ่งกันกินขนมไหว้พระจันทร์ โดยขนมต้องนำมาหั่น มีความเชือว่า เลข 8 เป็นตัวเลขมงคล ดังนั้นจึงควรตัดขนมไหว้พระจันทร์เป็นชิ้นเล็กๆ 8 ชิ้น และแบ่งปันให้กับคนที่คุณรัก ห้ามเกินหรือขาด และแต่ละชิ้นต้องมีขนาดที่เท่ากัน ขนมไหว้พระจันทร์จึงเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี กลมเกลียวของคนในครอบครัว ดังนั้น รูปลักษณะของขนมไหว้พระจันทร์ จะต้องทำเป็นวงกลมเท่านั้น




ตำนานขนมไหว้พระจันทร์ 


ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นขนมที่มีต้นตำรับมาจากประเทศจีน ชื่อที่เรียกในภาษาจีนกลางคือ “เยว่ปิ่ง” “เยว่” หมายถึง พระจันทร์ และ “ปิ่ง” หมายถึง ขนมเปี๊ยะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความปรารถนาดี และความสามัคคี เพราะในเทศกาลนี้ทุกคนในครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา นั่งกินขนมชมพระจันทร์ไปด้วยกันแต่เดิม ขนมไหว้พระจันทร์ มีชื่อเรียกว่า “หูปิ่ง” หมายถึง ขนมเปี๊ยะวอลนัท เป็นขนมอบของจีนทำจากงาและวอลนัท ภายหลังเปลี่ยนเป็น “เยว่ปิ่ง” ซึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนชื่อนั้นมีเรื่องเล่าว่า ในคืนวันไหว้พระจันทร์ปีหนึ่ง ถังเสวียนจงฮ่องเต้ปรารภออกมาว่า ชื่อ “หูปิ่ง” ไม่ไพเราะ ขณะนั้นหยางกุ้ยเฟย ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อัครมเหสีของพระองค์ ได้นั่งชมจันทร์อยู่เคียงข้างพระองค์ก็เปรยขึ้นมาว่า “เยว่ปิ่ง” ซึ่งหมายถึง ขนมเปี๊ยะพระจันทร์ ตั้งแต่นั้นจึงใช้ชื่อนี้เรียกแทน "หูปิ่ง" เรื่อยมา ตำนานขนมไหว้พระจันทร์นั้น ยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกู้ชาติของชนชาติจีนด้วย เล่าว่า ราว 700 ปีก่อน ชาวมองโกลโดยการนำของกุบไลข่าน ได้รุกรานเข้าแผ่นดินจีน สามารถโค่นล้มและยึดครองประเทศจีนได้สำเร็จ และขึ้นปกครองประเทศจีนเป็นระยะเวลากว่า 80 ปี จนถึงช่วงที่ราชสำนักอ่อนแอ มีชาวจีนหลายกลุ่มคิดก่อการกบฎเพื่อกอบกู้แผ่นดินกลับคืนมา แต่การจะเรียกระดมพลนั้นกระทำได้ยาก จึงมีผู้คิดแผนการรวบรวมพลให้ก่อการขึ้นพร้อมกัน เนื่องจากชาวมองโกลไม่นิยมกิน ขนมเปี๊ยะพระจันทร์ จึงอาศัยโอกาสนี้ทำขนมเปี๊ยะพระจันทร์ที่มีไส้หนา แล้วสอดไส้กระดาษที่เขียนข้อความไว้ว่า “15 ค่ำเดือน 8 สังหารมองโกล” แล้วนำออกแจกจ่ายให้กับชาวจีนทั้งหลาย เมื่อถึงคืน 15 ค่ำ เดือน 8 กลุ่มชาวจีนทั้งหลายก็ลงมือก่อการโดยพร้อมเพรียงกัน และสามารถโค่นล้มมองโกลลงได้ นับจากนั้นเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่มีการไหว้ขนมเปี๊ยะพระจันทร์จึงเป็นงานฉลองระดับชาติ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ส่วนในประเทศไทยเรียกชื่อขนมนี้ว่า “ขนมไหว้พระจันทร์” ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาและความเป็นมาของขนมไหว้พระจันทร์ ในสมัยก่อนนักรบจีนสมัยโบราณเชื่อว่าการบูชาพระจันทร์และเชื่อว่าการบูชานี้จะช่วยให้พืชพันธุ์นั้นอุดมสมบูรณ์ในปีหน้า ขนมไหว้พระจันทร์ในอดีตนั้นนับเป็นสิ่งที่หายากและมีราคาแพง แต่ทว่าในปัจจุบัน ขนมไหว้พระจันทร์เปรียบเสมือนช่วงเวลาที่ครอบครัวได้มารวมกันและชื่นชมทำให้เกิดความสามัคคีขึ้นในครอบครัว





ขนมไหว้พระจันทร์ในประเทศไทย เป็น ศิลปะการทำขนมแบบชาวจีนนี้ถูกนำเข้ามาโดยชาวจีนอพยพกว่า 100 ปีมาแล้ว ขนมไหว้พระจันทร์ของจีนดั้งเดิมนั้นมีส่วนประกอบ เช่น ถั่วแดง ถั่วจีน5ชนิด เม็ดบัว เป็นต้น ในประเทศไทยก็มีส่วนประกอบที่แตกต่างออกไป เช่น การนำผลไม้ที่เป็นที่นิยมอย่างทุเรียนมากวนแล้วทำเป็นไส้ขนม หรือใส่วัตถุดิบอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ไข่แดงเค็ม และเมล็ดแตงโมเป็นต้น และในปัจจุบันก็มีภัตตาคารร้านอาหารจีนมากมายที่คิดค้นและพัฒนาสูตรของไส้รูปแบบใหม่ หลากหลายรสชาติเลยทีเดียว ในวันนี้ผมได้มีโอกาสมาลองลิ้มชิมรสขนมไหว้พระจันทร์ต้นตำรับกวางตุ้ง 8 ไส้ยอดนิยมที่รังสรรค์ความอร่อยโดย เชพสฐี วงค์ธรรม (Dim Sumn Chef)ซึ่งเป็นผู้ช่วยของ เชฟ ประสิทธิ์ เชฟสฐี เป็นผู้ที่คัดเลือกและรังสรรค์วัตถุดิบ อย่างดี ทำให้ได้รสชาติที่หวานน้อย ไส้เนียน นุ่ม แป้งบาง ไข่ใหญ่ ผลิตสดใหม่ทุกวันจากห้องอาหารจีน โกลเด้น วิลเลจ โรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ซึ่ง มีให้เลือกทั้งหมด 8 ไส้ ได้แก่

- ทุเรียน (Durian) กลมกล่อมมีกลิ่นหอมพร้อมด้วยรสชาติหวานและเนียนนุ่มของทุเรียนหมอนทอง แป้งหุ้มแสนบางมีไข่เค็มที่ใหญ่ ทำให้ได้รสชาติดีอร่อยน่าลิ้มลอง

- ไส้ขนุน (Cempedak) กลิ่นหอมและเนื้อแน่นหวานน้อย ไส้เนียน นุ่ม แป้งบาง ไข่ใหญ่ ทานแล้วได้กลิ่นขนุนหอมอ่อนออกมาได้รสชาติดีมากทีเดียว



– ลูกบัว (Hongkong White lotus Paste) ผสมผสานรสชาติหอมมันของลูกบัวสีขาวเกรด พรีเมี่ยมมาบดจนเนียนนุ่มผสมผสานได้อย่างลงตัว แป้งบางไส้เนียนมีกลิ่นหอมอ่อนๆของเม็ดบัวมีไข่ใหญ่ ทำให้ได้รสชาติที่ทานชิ้นเดียวไม่พอ

- ครีมคัสตาร์ด (Custard Cream) อัดแน่นไปด้วย เนื้อครีมซึ่งมีเนื้อที่เนียนนุ่มหอมหวานและไข่เค็มใหญ่ทำให้ไม่เลี่ยนแป้งบาง รสชาติหวาน กำลังดี ได้ชิมแล้วจะติดใจ น่าลิ้มลอง

- มอคค่ากาแฟ (Coffee Mocha) นำมอคค่ากาแฟชื่อดังมาผสมผสานทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมมีความเนียนนุ่มหอมกลิ่นกาแฟซึ่งหอมติดจมูกขึ้นมามีแป้งบางๆไข่ใหญ่อีกหนึ่งรสชาติที่ คุณจะต้องติดใจ

-งาดำ (Cempedak) นำงาดำสดมาบดละเอียดจนได้กลิ่นหอมและความอร่อยของงาดำแท้ๆ ซึ่งทำให้เราได้รสชาติของงาดำ ที่หอมขึ้นมา ความเนึยนของไส้ทานแล้วนุ่มลิ้นทีเดียวงาดำนั้นมีประโยชน์มาก ไม่หวานมากรสชาติกำลังดี ขิมแล้วจะติดใจ

-ลอดช่อง (Cendol) อร่อยหวานเย็นชื่นใจกับลอดช่องพรีเมี่ยมจากฮ่องกง ความหวานความนุ่มเนียนของไส้ มีความหอมอ่อนๆของลอดช่องขึ้มมาเสมือนได้ทานลอดช่องกันทีเดียว เป็นรสชาติที่แปลกใหม่ น่าลิ้มลอง

-ทิรามิสุ (Tiramisu)หอมกลิ่นกาแฟซึ่งมีสไตล์อิตาลีมีกลิ่นหอมของกาแฟเอสเปรสโซทานแล้วมีความเนียนนุ่มทานแล้วกระปรี้กระเปร่าสไตล์และรสชาติดีงามโมเดิรนมาก ทานแล้วอยากทานอีก




วันนี้ผมต้องขอขอบคุณ โรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ที่ได้ให้ผมมาชิมและลิ้มลองความอร่อย ของขนมไหว้พระจันทรฺ์ แป้งบาง เนื้อไส้เนียนนุ่ม มีไข่ใหญ่ กลิ่นหอมมีหลากรสชาติ ทานกับกาแฟหรือชา รสชาติกำลังดี หวานน้อย อร่อยกำลังดี ลองทานกันนะครับ มีหลากหลายรสชาติพร้อมทั้งรสชาติใหม่ๆแปลกๆให้ได้ลิ้มลองกันครับ



โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ภูมิใจนำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ในกล่องผ้าไหม และกล่องพรีเมียมสุดหรู เหมาะแก่การเป็นขนมมงคลของฝากแก่คนที่คุณรัก กล่องผ้าไหมขนมไหว้พระจันทร์ มีความพิเศษที่ทางโรงแรมฯ เลือกใช้กล่องผ้าไหมคุณภาพดีจากวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์บ้านหนองเต่า จากจังหวัดน่านเพื่อเป็นการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน ขนมไหว้พระจันทร์ สนนราคาเริ่มต้นสำหรับกล่องบรรจุหนึ่งชิ้นที่ 168 บาท, กล่องบรรจุ 2 ชิ้น ราคา 336 บาท, กล่องบรรจุ 4 ชิ้น ราคา 688 บาท และกล่องบรรจุ 8 ชิ้นเล็ก ราคา 688 บาท สิทธิพิเศษรับส่วนลด 15% สำหรับการชำระเงินล่วงหน้าก่อนวันที่ 4 กันยายน และส่วนลด 10% สำหรับการชำระเงินล่วงหน้าก่อนวันที่ 15 กันยายนนี้ โดยระหว่างวันที่ 15 กันยายน – 4 ตุลาคม รับส่วนลด 10% ทันที เมื่อมียอดซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป และใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการได้แก่ กรุงไทย กรุงศรีฯ กรุงเทพ ไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย

รับขนมไหว้พระจันทร์ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน เป็นต้นไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 0-2131-1111 ต่อ 1753 และ 1592

ร้านอาหารยูเรกวาน (You Rea Guan) ร้านอาหารเกาหลีที่น่าลิ้มลอง

posted Jul 16, 2017, 12:21 PM by siam coverage   [ updated Jul 18, 2017, 3:09 AM ]


อาหารเกาหลีนั้นมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน การรับประทานอาหารของชาวเกาหลีจะจัดอาหารขึ้นโต๊ะพร้อมกันทุกอย่างเรียกว่า "ฮันจ็องชิก" (한정식) โดยในหนึ่งสำรับประกอบด้วย ข้าว ซุป และ กิมจิ เป็นหลัก นอกจากนั้นมีกับข้าวที่ทุกคนกินร่วมกัน และ บันซันซึ่งเป็นเครื่องเคียงจานเล็ก ๆ จำนวนบันซัน จะมากหรือน้อยขึ้นกับฐานะทางสังคม ส่วนใหญ่สามัญชนมี 3 อย่าง ถ้าเป็นเชื้อพระวงศ์อาจมีถึง 12 อย่าง เครื่องเคียงเหล่านี้ได้แก่ ผักลวก ผักนึ่ง และ อาหารทะเลแห้ง อุปกรณ์ที่ใช้ในการกินอาหารของชาวเกาหลี ได้แก่ชามหินใบใหญ่ที่เก็บความร้อนได้ดีใช้ใส่อาหารร้อน ชามโลหะสำหรับอาหารเย็น ช้อนด้ามยาว และ ตะเกียบโลหะ 

แรกเริ่มเดิมทีเกาหลีเป็นประเทศเกษตรกรรม และชาวเกาหลีเพาะ ปลูกข้าวเป็นอาหารหลักมาตั้งแต่โบราณกาล มาในสมัยนี้อาหารเกาหลีจะเป็นตำรับซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์นานาชนิด ปลา พร้อมด้วยพืชสีเขียวและผักต่าง ๆ อาหารหมักดองต่าง ๆ เช่น กิมจิ ช็อดกัล (젓갈 - อาหารทะเลหมักเกลือ) และท็อนจัง (된장 - ถั่วเหลืองหมักเหลว) ขึ้นชื่อในรสชาติโดยเฉพาะและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

จุดเด่นในการตั้งโต๊ะอาหารเกาหลีคืออาหารจานต่าง ๆ จะถูกนำมาจัดวางในคราวเดียวกัน โดยการปฏิบัติสืบทอดกันมา มีการเสิร์ฟอาหารประเภทเรียกน้ำย่อยเริ่มจากอาหาร 3 ชนิด สำหรับสามัญชนถึง 12 ชนิดสำหรับชนชั้นวงศานุวงศ์ การจัดโต๊ะอาหารต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่ามีการเสิร์ฟอาหารจานก๋วยเตี๋ยวหรือเนื้อหรือไม่ มีการแสดงการจัดโต๊ะอาหารตามกฎระเบียบให้ผู้สนใจเรื่องอาหารและการรับประทานอาหารได้เห็น หากจะเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและญี่ปุ่นแล้ว เกาหลีนิยมใช้ช้อนมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเสิร์ฟน้ำซุป

คนเกาหลีนิยมทานผักสดและผักดอง จะเห็นทุกครั้งบนโต๊ะอาหาร ก็จะมีผักหลากหลายชนิดและมีผักดอง กิมจิ โดยในแต่ละมื้อจะต้องประกอบ 3 สิ่ง คือ ข้าว ซุป และ กิมจิ อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากซอสถั่วเหลือง ถั่วหมัก และน้ำมันงา ซึ่งได้แก่วิตามินและเกลือแร่  

อาหารในประเทศเกาหลี ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเข้ามีบทบาทโดยการสร้างความแพร่หลายทางวัฒนธรรมทั้ง ดนตรี ภาษา ภาพยนตร์ และ ละคร อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมการกิน อาหารเกาหลี หรือ 한식 (ฮาน-ชิก) นั้น เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเดียวนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน จะเลือกทานอะไร ก็มักมีร้านอาหารเกาหลีเป็นตัวเลือกของท่านอยู่เสมอ โดยในบรรดาอาหารเกาหลีที่คนไทยรู้จักก็คงหนีไม่พ้น แป้งผัดซอสเผ็ด หมูย่างเกาหลี ข้าวยำ หรือ กิมจิ หากแต่เพียงว่าถ้าท่านสามารถสัมผัสถึงการกินอยู่ที่แท้จริงของคนเกาหลีใต้ได้อย่างแท้จริง ท่านอาจจะหลงเสน่ห์ปลายจวักของคนประเทศนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยก็เป็นได้ ครับ

อาหารเกาหลี ตามหลักที่ชาวแดนโสมขาวนั้นรับประทานอยู่ทุกวัน ล้วนแล้วแต่มีความหมายแฝงถึงคุณค่าทางสารอาหารที่จะได้รับจาก 5 หมู่และ 5 สีของอาหาร เนื่องจากระบบการเป็นอยู่ของคนเกาหลีนั้นถูกแฝงไว้ด้วยความหลักธรรมชาติแห่งเต๋าและขงจื้อ ทำให้อาหารที่มีสีหลากหลาย ทั้ง แดง เขียว ดำ ขาว เหลือง สามารถบ่งบอกได้ถึงความสมดุลและประโยชน์ที่จะได้รับจากการทานอาหาร จริงอยู่ที่คนเกาหลีมักชอบทานอาหารรสจัด หรือ อาหารดองจากพริกเผ็ดๆแต่นั้นก็เป็นภูมิปัญญาในการปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกายเมื่อต่ำลงตอนฤดูหนาว และสารที่ได้จากก็ดองผักก็ให้ผลดีทั้งช่วยถนอมอาหารในยามที่ประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขานี้ไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอ หรือในอีกด้านยังช่วยเป็นวิตามินชีวจิตชั้นยอดที่คนเกาหลีขาดไม่ได้ในทุกมื้ออาหาร และแน่นอนเมื่อโลกของเราเปลี่ยน “อาหารที่มีอยู่ในประเทศเกาหลี” จึงไม่ได้มีแค่ “อาหารเกาหลี” อีกต่อไป ค่านิยมรวมถึง รสนิยมการรับประทานอาหารของคนประเทศนี้ได้ถูกผสมผสานกับชาติตะวันตกและชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามยุค 50ทำให้อาหารเกาหลีอยู่หลายชนิดเลยทีเดียวที่มีส่วนผสมของชีสหรือซีอิ้วญี่ปุ่นเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดีรสนิยมการทานอาหารต่างชาติแบบต้นตำหรับของชาวเกาหลีกลับเป็นไปอย่างรสชาติด้ังเดิมอย่างแท้จริง ทั้งเค้กที่ใช้ของคุณภาพเกรดเอ กาแฟที่ร้านแบรนด์ท้องถิ่นเองกลับมีรสชาติกลมกล่อนกว่ากาแฟสัญชาติอเมริกาซะอีก หรือจะเป็นร้านขนมปังของประเทศนี้ที่ฝรั่งยังตกใจกับรสชาติที่ได้ลิ้มลอง



เกริ่นกันมาตั้งนาน มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ วันนี้เป็นวันเสาร์และเป็นวันหยุดเป็นวันที่เราไปหาที่รับประทานอาหาร และวันนี้ได้มีโอกาสได้ไปลิ้มลองอาหารเกาหลี ที่ร้าน ร้านหนึ่งที่มีชื่อว่าร้าน ยูเรกวาน ร้านยูเรกวานนั้นเป็นร้านที่เปิดมานาน ทำไมถึงเลือกร้านนี้น่ะเหรอครับ หลังจากที่หาข้อมูลเยอะแยะมากมายและทางร้านได้บอกเราว่า ร้านยูเรกวานเป็นร้านอาหารเกาหลีตำรับชาววัง ชักจะน่าสนใจละสิครับ และมีหลายคนประทับใจร้านยูเรกวาน และ มีคนพูดถึงในทางที่ดี ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมเราจะไม่มาลองทานดูละครับ 





“ยูเรกวาน” ภาษาเกาหลีแปลว่า “คนหลั่งไหลมาไม่สิ้นสุด” ชื่อมีความหมายแล้ว รสชาติอาหารก็อร่อยอาหารภายในร้านยังจัดจานได้สวยดูมีเสน่ห์ชนิดที่เรียกว่าบรรยาย ออกมาเป็นตัวอักษรกันไม่ถูกเลยทีเดียวครับ ไม่ต้องบินไปกินอาหารเกาหลีถึงประเทศเกาหลี ก็อร่อยแบบต้นตำรับรสชาติในแบบราชสำนักเกาหลีแท้ๆ ทั้งรูปแบบ เอกลักษณ์ได้ที่ประเทศไทย แถมยังมีชุดเกาหลีเตรียมไว้ให้แต่งเข้าบรรยากาศอีกด้วยมาดูบรรยากาศร้านกันก่อนดีกว่าด้วยเพราะสไตล์ รูปแบบการตกแต่งร้าน ดูเป็นเกาหลีมากๆ อาคารหลังใหญ่เป็นแบบสองชั้นบริเวณกว้างขวาง มีการจัดสวน ประดับประดาด้วยต้นไม้เยอะมาก รูปแบบที่นั่งของยูเรกวาน จะค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากเลยครับ จะมีฉากกระจกกั้นเป็นล็อคๆสร้างความเป็นส่วนตัว สำหรับ 2-12 คน มีทั้งหมด 18 โต๊ะด้วยกัน และพนักพิงที่นั่งจะสูงกว่าศีรษะ และระยะห่างของแต่ละโต๊ะกำลังดี รู้สึกว่า ไม่หนาแน่นจนเกินไป แม้ว่าจะมีลูกค้าเยอะก็ตาม แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ก็จะมีห้องจัดเลี้ยงแบ่งเป็นสัดส่วนอยู่ชั้นบน มีห้อง 13 ห้อง มีห้องเล็ก 11 ห้อง จุคนได้ห้องละประมาณ 6-8 คน และมีห้องใหญ่ 2ห้อง จุคนได้ 16 - 32 คน จัดไว้บริการ จัดเลี้ยงปาร์ตี้ได้สบายๆ ครับ


                                               รูปถ่ายศิลปินดารา นักร้องเกาหลีที่เคยมาทานอาหารที่ร้าน ยูเรกวาน ได้ถ่ายรูปถูกติดไว้ที่ร้าน



มาเริ่มที่อาหารกันบ้างดีกว่า อาหารของที่ร้าน ยูเรกวาน มีทั้งแบบ A La Carte มีทั้ง อาหารไทย อาหารเกาหลี และ มี แบบ Buffet มีทั้ง Buffet หมู และ เนื้อ 


Pork Buffet 349++บาท (409 บาท net) ก็จะมีเมนูหมูให้เลือกทาน 4 ชนิด และซุป กิมจิ พร้อมเครื่องเคียง และ ชาจีน ร้อน/เย็น 
Beef Pork Buffet 599++บาท (704 บาท net ) มีเนื้อ และ หมู ให้เลือกทานอย่างละ 4 ชนิด สามารถสั่งซุปได้ 3 ชนิด มีข้าวยำให้เลือก 2 ชนิด และอาหารทานเล่นอีก 3 ชนิด และสามารถสั่งกุ้งและปลาหมึกเครื่องเคียง ชาจีนร้อนหรือเย็น และ ขนมหวาน จำกัด คนละ 1 ที่ Buffet ทั้ง 2 แบบ ทานได้ 2 ชม 
ลูกค้าที่ทาน Beef Pork Buffet ก็จะทานได้ทั้ง หมู เนื้อ กุ้ง และ ปลาหมึก รวมทั้งอาหารอื่นๆตามเมนู



พอเรามานั่งที่โต๊ะอาหาร สั่งอาหารเสร็จเรียบร้อย ที่ร้านก็นำเครื่องเคียงมาเสิร์ฟ เยอะขนาดนี้เลยนะครับ มีทั้งสลัด กิมจิ  ปลาแห้ง ผักโขม ผัดถั่วงอก (ที่หัวมันจะใหญ่ๆ ผัดกับน้ำมันงา) และที่ติดใจมากๆ เลย ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้คือ กิมจิมะละกอ เขาใช้มะละกอดิบมาทำ กิมจิครับ ถ้าใครที่ชอบทานส้มตำ คิดว่าน่าจะชอบนะครับ เข้าใจว่าน่าจะทำเอาใจคนไทย และ ยังมี กิมจิสด ที่ทำจากผักกาดขาวที่ทำสดให้ทานด้วย อร่อยทีเดียวครับ และน้ำจิ้มของร้านนี้มีด้วยกัน2ชนิดคือ กันจัง ซึ่งจะเป็นถ้วยสีดำ และน้ำจิ้ม ซัมจัง ถ้วยสีขาว เมื่อเรามาทานอาหารแบบเกาหลี ก็ต้องเริ่มกันด้วยปิ้งย่าง หมู เนื้อมาเต็มจานแบนใบโตสวยหรูดูดี  แบบ ดั้งเดิมจริงๆรสชาติครบรส การรับประทานแบบเกาหลี จะต้องนำผัก มาห่อรับประทานกับ หมูย่าง และ เนื้อย่าง  เนื้อย่างต้องจิ้มแค่น้ำมันงาใส่พริกไทยนิดนึงเท่านั้น เพื่อให้ได้ลิ้มรสของรสเนื้อจริงๆ ที่นิยมทานกันมากที่ร้านก็เป็นหมูสามชั้นหั่นมาเป็นแผ่นๆ ไม่หนาไม่บาง





หมูสามชั้นย่างบนเตาไฟร้อนๆหอมกรุ่น และรสชาติอร่อย ลูกค้าเกาหลีชอบมากด้วยความที่บ้านเมืองเขามีอากาศหนาว และยังมีความเชื่อกันว่าด้วยความที่มีน้ำมันกินเข้าไปแล้วทำให้ร่างกายสะอาดเหมือนไปล้างสิ่งสกปรกที่เข้าไปอยู่ในร่างกาย วัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีไม่ใช่ความสวยงามของสีสันเมนูอาหารที่หลากหลาย หากแต่แฝงไว้ซึ่งคุณประโยชน์ 

เมนูถัดมาที่ต้องลองก็คือ 



จอนจูบิบิมบับ (Jeonju style rice topped with wild vegetables and meat)  250 บาท ข้าวยำเกาหลี

ข้าวยำเกาหลี เป็นเมนูที่คนไทยรู้จักกันดี  ไม่ใช่ข้าวยำแบบไทยนะครับ ถึงจะคลุกเหมือนยำแบบเดียวกัน แต่ก็เป็นยำบิบิมบับแบบเกาหลีสไตล์ เขาจะยกมาแบบชามร้อนๆ เลย เราได้ยินเสียงฟู่ๆร้อนฉ่าเลยทีเดียว มาถึงเราก็ต้องรีบตักน้ำจิ้มใส่ และรีบคลุก ไม่งั้นของที่อยู่ตรงก้นชามจะไหม้ โดยปกติทั่วไปที่เราสั่งบีบิมบับ ไข่ที่เขาวางไว้ด้านบน จะเป็นไข่ดาวแบบไข่แดงไม่สุก แต่ของร้านยูเรกวานเขาจะวางไข่แดงไว้ตรงกลางล้อมรอบไว้ด้วยหมูแบบนี้ทำให้เวลาคลุกแล้ว ไข่จะทั่วถึงทั้งชาม นอกจากนี้ ความอร่อยจะอยู่ที่ข้าวที่คลุกกับ น้ำซอสบีบิมบับ ชอบตรงกลิ่นหอมของน้ำซอส รสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวาน กำลังดี ที่มาที่ไปของอาหารจานนี้เวลามีเทศกาลของบ้านในครอบครัวพี่น้องมาทำกับข้าว ทานอาหารร่วมกันในบ้านเสร็จแล้วพอมีของเหลือคนเกาหลีจะไม่ทิ้งจะเอามารวมแล้วคลุกแล้วก็ใส่โคชูจัง ซอสเกาหลีแจกให้ทุกคนได้ทานร่วมกันเป็นกุศโลบายในการทานอาหารที่ดีมาก แต่วันนี้เราได้มาทานจอนจูบิบิมบับที่ร้านยูเรกวานที่นี่ไม่ได้เอาอาหารเหลือมาทำข้าวยำให้ทานนะครับ เขาปรุงจากวัตถุดิบใหม่ๆ สดๆ จัดเสิร์ฟมาอย่างสวยงาม ดัดแปลงอย่างลงตัว ไปแล้วต้องลองเมนูนี้สะท้อนความรักในบ้านอย่างอบอุ่น ผักโขม ถั่วงอกหัวโต เห็ดหอม ไข่ขาว ไข่แดง หลายๆอย่างมารวมๆกัน มีทริคนิดหน่อยนะครับในการทานบีบิมบับ เมื่อคลุกซอสเสร็จแล้วให้รอสักครู่ข้าวที่อยู่ข้างล่างจะเริ่มแห้งขึ้น คล้ายๆข้าวตัง เมื่อนำมาทานจะมีรสชาติอร่อยขึ้นครับ


โอจิงโบกอึม ( Stir-fried squid ) 320 บาท ปลาหมึกผัดซอสเกาหลี

ปลาหมึกผัดซอส รสชาติเข้มข้นของซอสที่ผัด และผัดรวมกับผักต่างๆมีสีสันสวยงาม รสชาติดีทีเดียว เมื่อได้ทานเข้าไปจะได้รสชาติของปลาหมึกที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสซอส ที่ผัดรวมเข้ากันไปได้ดีทีเดียว แนะนำให้มาลองทานกันครับ อร่อยทีเดียวครับ


เฮมุลพาซอล (Seafood and green onion pancake)  250/350  บาท พิซซ่าเกาหลี หน้าทะเล 

พิซซ่าเกาหลีหน้าทะเล ส่วนประกอบ จะมีผักอยู่ข้างใน พริกหยวก กุ้งและปลาหมึก เป็นพิซซ่าหน้าทะเล เวลาทานก็ราดน้ำจิ้ม สีแดงใส่งาที่เค้าให้มาครับ ตัวแป้งจะหนานุ่ม ด้านบนกรอบนิดๆ รู้สึกว่ามันออกหวานนิดๆนะครับ อร่อยดีทีเดียวครับ


ซัมแกทัง (Chicken ginseng soup) 500 บาท ไก่ตุ๋นโสม

คนเกาหลีนิยมทานไก่ตุ๋นโสมในหน้าร้อนเพื่อปรับสมดุลย์ของร่างกาย ที่ร้านยูเรกวานนั้นจะมีให้เลือกว่าจะทาน ไก่ดำ หรือ ไก่ขาวปกติ วันนี้ที่ได้ทานคือ ไก่ขาว ส่วนประกอบภายในตัวไก่ จะมีข้าวเหนียว รากโสม เกาลัด พุทราจีน และกระเทียมเป็นต้น ใช้เวลาในการตุ๋นนาน เพื่อให้ได้น้ำซุปที่เข้มข้นได้รับคุณประโยชน์จากโสมภายในตัวไก่เมื่อได้ทานน้ำซุปรสชาติหอมหวานเนื้อไก่แน่นและนุ่ม รสชาติดีทีเดียวครับและยัง มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย โดยปกติจะมีเหล้าเกาหลีมาให้1ถ้วยเพื่อให้ดื่มก่อนทานหรือใส่ไปในซุปตามแบบฉบับเกาหลีครับ แต่วันนั้นได้ทานซุปและเนื้อไก่ก็อร่อยแล้วครับ


ฉับ แช (Japchea) 300 บาท ผัดวุ้นเส้นเกาหลี

ฉับแช ดูแล้ว คล้ายๆผัดวุ้นเสัน แบบอาหารไทย หรือ อาหารจีน แต่ไม่ใช่เลยครับ เพราะ เส้นวุ้นเส้นไม่ได้ผัดลงไปรวมกับเครื่องแต่นำเครื่องมาผัดแล้วนำไปคลุกกับวุ้นเส้นที่ลวกมาแล้ว รสชาติดีมากๆครับ จริงๆแล้ว คนเกาหลีจะรับประทานอาหารจานนี้เป็นอาหารจานข้างเคียง อาหารจานนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม อร่อยน่าทานทีเดียวครับ แนะนำให้ลองทานดูครับ


กิมจิ จิเก (Kimji Jigae) ซุป กิมจิ

กิมจิจิเก สำหรับเมนูนี้ ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าต้องเป็นกิมจิแน่นอน อันนี้เป็นกิมจิที่ มีน้ำแกงด้วย เป็นซุปกิมจิครับ ในส่วนผสมของมัน ก็จะมีพวก หมู ผัก น้ำมันงา รสชาติมันจะค่อนข้างเปรี้ยวทีเดียว ด้วยรสชาติเข้มข้นขนาดนี้ เขาถึงเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวสวย เพื่อให้รสชาติเข้มข้นกำลังดีครับ แต่สามารถ ซดเปล่าๆ กันไปเลยก็ได้ครับ ชอบมากครับ เมนูนี้ 


ไหนๆก็มาแล้วของหวานก็ต้องโดนสักหน่อยมาถึงขนมแนะนำกันบ้าง เต้าหู้นมสด รสชาติชื่นใจอย่าบอกใคร นุ่มหอม ละมุนกลมกล่อมทานแล้วสดชื่นครับ มันอร่อยจริงๆ สำหรับคนที่ชอบนม ไม่ควรพลาดครับ 


กิมจิ เป็นอาหารประจำชาติของชาวเกาหลีทั้งในประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ซึ่งอาหารที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือ กิมจิ(เกาหลี: 김치, MC: GIMCHI, MR: Kimch'i คิมชี) ซึ่งเป็นผักดองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเกาหลี ที่ร้านยูเรกวานได้มีการทำผักดองกิมจิขายด้วยมีรสชาติที่อร่อยเหมือนทานที่เกาหลีเลยทีเดียวมี2รสชาติด้วยกัน วิธีการทำ กิมจินั้นไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะ กิมจิ (Kimji) ผักดองธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดา ประโยชน์นั้นมีเยอะมาก โดย เฉพาะเหมือนเป็นอาหารช่วยย่อย มีจุลินทรีย์ตัวดีที่มีประโยชน์ ไปเก็บกินของเสียในร่างกาย ทาน แล้วมีกากอาหารเยอะ “ถ้าเราทานกิมจิทุกๆวัน เจ็ดวันติดต่อมื้อเย็นเหมือนร่างกาย จะได้รับการล้างพิษไปในตัว คล้ายๆกับว่าช่วยทำให้ลำไส้เราสะอาดขึ้น ”กิมจิ"เป็น รายการอาหาร แต่ กิมจิ เกาหลี เป็น อาหารประเภทเครื่องเคียง ไม่ได้เป็นเมนูหลัก แต่อาหารเกาหลีจะมีประจำทุกมื้อ ถือว่าขาดไม่ได้ โดย กิมจิ จะมีหลายชนิด และ มีวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่แตกต่างกัน ในแต่ละมื้อ จะมีกิมจิ วางไว้หลายๆแบบวัฒนธรรมการกินของคนเกาหลี กินกิมจิเสมือนน้ำพริกผักจิ้มบ้านเรา คือ มีทุกมื้อ ต้องวางเคียงไว้กับอาหารจานหลัก  ถ้าขาดกิมจิแล้วก็จะกินข้าวไม่อร่อย ซึ่งกิมจิที่คนไทยรู้จักดี คือ กิมจิผักกาดดองซึ่งทางร้าน ยูเรกวานนั้นได้ทำกิมจิผักกาดดองออกมาขายด้วยครับกว่าจะได้กิมจิที่รสชาติแสนอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการนั้น ใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ เพราะการจะทำกิมจิให้มีคุณภาพได้นั้น จะต้องเริ่มต้นจากการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพก่อน โดยผักกาดขาวที่นำมาใช้ควรจะเป็น “ผักกาดขาวจีน” เพราะจะให้รสชาติที่ดีกว่าผักกาดขาวชนิดอื่นๆเพราะใหญ่กว่าและแข็งกว่าของที่อื่นหลังจากหมักแล้วยังมีความกรอบและไม่ยุ่ยด้วยรวมไปถึงส่วนผสมต่างๆ ที่นำมาใช้หมักก็จะต้องเลือกที่สดและสะอาดเช่นเดียวกัน ส่วนวิธีการบรรจุนั้นในสมัยก่อนนิยมนำกิมจิที่ทำเสร็จแล้วเก็บลงในไหแล้วฝัง ลงดิน แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเก็บแบบใหม่โดยการนำกิมจิที่ทำเสร็จแล้ว ใส่ไว้ในกล่องถนอมอาหาร แล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปและที่ร้านยูเรกวานได้มีการทำกิมจิเอง และมี กิมจิให้ลูกค้าได้ซื้อกลับไปทานต่อกันที่บ้านได้ครับ



สำหรับใครที่ใช้ Dtac และ บัตร KTC ลด 10%สำหรับค่าอาหารเฉพาะเมนู A La Carte  สำหรับร้านยูเรกวานโดยรวมๆแล้วรู้สึกชอบรสชาติอาหารของร้านยูเรกวาน มากๆครับ รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของแต่ละเมนู  นอกจากนี้ พนักงานของร้านก็บริการดี ทำให้การมาทานอาหารเป็นไปอย่างสนุกสนาน กระแสตอบรับของทางร้านดีมาเรื่อยๆ จุดขายจะมีทั้งเมนู A La Cart และ Buffet กลุ่มลูกค้ากลับกลายเป็นทั้งกลุ่มวัยรุ่น ครอบครัว คนทำงาน อาจด้วยเพราะเป็นอาหารแนวสุขภาพ ก็เลยได้รับความนิยมวันหยุดเสาร์อาทิตย์คนจะแน่นมากๆ ถ้าจะมาควรโทร.จองล่วงหน้า ร้านยูเรกวานรับได้ 200 ที่นั่ง ห้องส่วนตัววีไอพีก็มีอยู่ด้านบนตั้งแต่ 6 คนถึง 32 คน จัดเลี้ยงปาร์ตี้ได้สบายๆ ครับ ราคาอาหาร โปรโมชั่น และอื่นๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามเพิ่มเติมกับทางร้าน ได้เลยนะครับ

                                                             คุณ กิตติศักดิ์  พัฒนกมลพงศ์ (อั๋น) PR & Coordinator
ข้อมูลร้าน

ภัตตาคารอาหารเกาหลียูเรกวาน สุขุมวิท 59 ตั้งอยู่ย่านธุรกิจ ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้า ลงจากรถไฟฟ้า BTS สถานี ทองหล่อ เดินเข้า ซอย สุขุมวิท 59 ห่างจากถนน สุขุมวิทเพียง 50 เมตร ร้านอยู่ทางขวามือ ครับ  พิกัด : 13.724054,100.581567 เปิดปิดเวลา 11.00-22.00 น. เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด ติดตามความอร่อยได้ก่อนที่เว็บไซต์ www.youreaguan.com หรือใครที่กลัวจะพลาดความอร่อยก็โทร.ไปจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 0-2714-7374-5 รับประกันเกาหลีสไตล์แท้ๆนะครับ  
 

รีวิว " Hipster Night" อย่างที่ kris ณ ห้องอาหาร เอเลเมนท์ โรงแรม อัมรา กรุงเทพฯ @ ELEMENT HIPSTER FRIDAY NIGHT

posted Apr 27, 2017, 11:21 AM by Siam Coverage TV   [ updated Apr 27, 2017, 10:58 PM by siam coverage ]


วันเสาร์เป็นวันหยุดวันศุกร์เป็นวันฉลอง ผมได้รับเชิญมาทานอาหารและเครื่องดื่มชิลล์ๆ ณ ห้องอาหารเอเลแมนท์ (Element)โรงแรม อัมรา กรุงเทพฯ (Amara Bangkok) มีการเปิดตัวโปรโมชั่น Hipster Night จะมีทุกๆคืนวันศุกร์ ในวันศุกร์นี้ผมจึงหนีรถติดมานั่งชิลล์ๆ และได้มาพบกับบรรยากาศ สไตล์ฮิปสเตอร์ เอาใจคนทำงานที่อยากมีสถานที่สังสรรค์หลังเลิกงานที่เหนื่อยและอ่อนล้ามาทั้งอาทิตย์ด้วยบรรยากาศสบายๆ พร้อมฟังเพลงเพราะๆจากศิลปินเดอะวอยซ์ ห้องอาหารที่ได้ไปทานในวันนี้ คือ ห้องอาหารเอเลแมนท์ (Element) ตั้งอยู่บริเวณชั้น B ซึ่งเป็นชั้นใต้ดินอยู่ในโรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ ย่านสุรวงศ์ ทำเลของโรงแรมนั้นอยู่ในย่านใจกลางเมือง ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นหนึ่งโรงแรมที่อยู่ในเครือของ Amara Singapore แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับตลาดบนของสิงคโปร์ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ สิงคโปร์ 2 แห่ง และกรุงเทพฯ 1 แห่ง ห้องอาหารเอเลแมนท์ เปิดให้บริการอาหารสิงคโปร์  เป็นห้องอาหารหลักและห้องอาหารเดียวของโรงแรมแห่งนี้ เปิดให้บริการแบบ All day Dining บรรยากาศการตกแต่งห้องอาหารนั้นจะเน้นการตกแต่งแบบทันสมัยตามสมัยนิยม ไม่ค่อยแตกต่างโรงแรมทั่วไปมากนัก ผสมผสานวัฒนธรรมไทยแทรกด้วยกลิ่นอายของสิงคโปร์ โดยมีครัวเปิดทำให้เราได้เห็นการทำอาหารของเชฟ ส่วนที่นั่งนั้นขนาดกำลังดีไม่มากจนเกินไป มีทั้งแบบเป็นห้องแอร์บรรยากาศโปร่งและส่วนที่นั่งด้านนอกจะเป็นบริเวณที่ให้ความสว่างแบบพอดี ออกแบบมาให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ถึง แม้ว่าจะอยู่ชั้นใต้ดินก็ตามเป็นการดีไซน์ที่ดูดีไปอีกแบบ


มาดูส่วนของอาหารกันบ้าง โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ ได้ชูเมนูอาหารสิงคโปร์เป็นหลัก มีเชฟใหญ่ชาวสิงคโปร์ โคลิน เหลียง จากโรงแรมแม่ที่สิงคโปร์มาควบคุมดูแลการทำอาหารในทุกกระบวนการ ซึ่งรวมไปจนถึงสูตรอาหารด้วย ดังนั้นรสชาติอาหารจึงไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นตำรับ มีเมนูอาหารที่หลากหลาย อย่างในค่ำคืน Hipster Night


“ปอเปี๊ยะทอดแบบสิงคโปร์ “ แป้งปอเปี๊ยะสิงคโปร์จะแตกต่างจากแป้งบ้านเราเล็กน้อย มีความหนืดมากกว่า เป็นการผสมผสานระหว่างแป้งปอเปี๊ยะสดกับแป้ง Tortilla ของเม็กซิกัน


“ซาเต” เมนูอาหารของชาวมลายูที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองหาทานได้ไม่ง่ายนักในกรุงเทพฯ ข้าวอัดตัดสี่เหลี่ยมพอดีคำ ราดด้วยซอสถั่วลิสงและไก่ย่างเครื่องเทศ การทำข้าวอัดค่อนข้างยากต้องใช้ข้าวที่ปานกลาง หากใช้ข้าวสารใหม่มาหุงก็จะทำให้เละหรือหากข้าวสารเก่าก็จะทำให้แข็งเกินไปไม่อร่อย ส่วนซอสจะทำด้วยหัวกะทิเคี่ยวด้วยเครื่องเทศเติมถั่วลิสงบดให้ข้น มาสชาติมัน หวานและเผ็ดนิดๆทานคู่กับไก่ย่างชิ้นเล็กๆ เสียบไม้ย่าง อร่อยทานแล้วเพลินดี


สั่งของทานเล่นมาทาน ปูนิ่มชุบแป้งทอด พริกเกลือ รสชาติ กรอบ อร่อยทานง่ายเหมาะเป็นอาหารทานเล่น ครับ


สเต็กเกรดเนื้ออย่างดี นำมาย่างได้หอมกรุ่น ไม่เหนียว อร่อยโดยไม่ต้องราดน้ำซอสกันทีเดียว แต่รสชาติซอสพริกไทยดำเมื่อนำมาราดก็อร่อยมากครับ


ไส้กรอกรวมย่างเป็นไส้กรอกที่นิ่มรสชาติอร่อย ยิ่งเป็นไส้กรอกชีส อร่อยมากครับ 


ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งเนื้อนิ่มและเปื่อยมีความหอมของซอสและอร่อยทีเดียวครับ


ยำแซลม่อน สด ไม่เผ็ดมาก มาทานแกล้มเบียร์ ดีมากครับ


มินิเบอร์เกอร์ แสนอร่อย เนื้อนิ่ม ขนมปังนุ่ม หอมอร่อยทีเดียว ครับ


พิซซ่า หอมอร่อย ทำมาร้อนๆ อร่อยครับ


ปลากะพงราดซอส ปลาสด อร่อยเข้ากัน กับซอส ได้เต็มที่ ทานไปนิ่มและสดมากๆ ครับ


อาหารที่ได้ทานรสชาติโดยรวมอร่อยดีทีเดียวเป็นอาหารสิงคโปร์ สูตรต้นตำรับจากสิงคโปร์แท้ ๆ ได้ทานกับเพื่อนที่สนิทและมีเบียร์ ไวน์ และมี ค็อกเทล ม็อกเทล ให้ดื่ม ถือว่าเป็นการผ่อนคลายที่ดีทีเดียวเหมาะแก่การมาสังสรรค์กับเพื่อนเพื่อผ่อนคลายความอ่อนล้าทำให้สนุกสนานและได้นั่งฟังเพลงเล่นสดสองคน เริ่มเล่นดนตรีสดเวลา หนึ่งทุ่ม ถึง หัาทุ่ม เป็นนักร้องนักดนตรี จากศิลปินเดอะวอยซ์ ลูกค้าสามารถ สแกน คิวอาร์โค้ด เพื่อส่งขอเพลงถึงนักร้องได้อย่างง่ายดาย หลังจากได้ทดลองขอเพลงและได้เพลงรวดเร็ว ดีครับ 


เครื่องดื่มมีมากมายให้ได้ลองลิ้มรสชาติที่แตกต่างหลายๆอย่างถ้าวันศุกร์ไหนไม่มีที่ไปก็สามารถมานั่งดื่มกับเพื่อนๆในคืนวันศุกร์ Hipster Night ที่ห้องอาหาร Element Amara Bangkok Hotel เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ผมได้มาทานแล้วว่าจะชวนเพื่อนๆมาทานและฟังเพลงสนุกสนานไปด้วยกันได้บรรยากาศชิลล์ๆดีครับ


ผมได้มีโอกาสได้ไปชิมอาหารสิงคโปร์ที่ห้องอาหารเอเลเมนท์ (Element) โรงแรมอัมมรา กรุงเทพฯ (Amara Bangkok) โรงแรมนี้เป็นโรงแรมในเครือเดียวกับ Amara Hotel & Resorts Singapore อาหารที่เป็นไฮไลต์ของห้องอาหารเอเลเมนท์จึงเป็นอาหารสิงคโปร์แบบต้นตำรับ ใครเคยไปทานอาหารที่สิงคโปร์แล้วติดใจ หรือใครยังไม่เคยไปแล้วอยากลองชิมดู แวะมาลองชิมดูได้ครับ การเดินทางมาที่โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ สามารถมาโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีช่องนนทรีเดินต่อไปที่ถ.สุรวงศ์ (ประมาณ 10 นาที) โรงแรมอยู่แถว ๆ หัวมุมแยกเลยครับ หรือถ้าไม่อยากเดินจะต่อวินมอไซด์ตรง BTS ก็มี ส่วนใครนำรถมาก็จอดได้ที่โรงแรมเลยครับ

โปรโมชั่นต้อนรับการเปิดตัว “Hipster Night” ณ ห้องอาหารเอเลแมนท์ (Element) โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ ELEMENT HIPSTER FRIDAY NIGHT

ห้องอาหารเอเลเมนท์ โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ เปิดตัวโปรโมชั่น Hipster Night ทุกๆ คืนวันศุกร์ หนีรถติดมานั่งชิลล์ๆกับเรา พบกับบรรยากาศสไตล์ฮิบสเตอร์ ฟังเพลงเพราะๆ จากศิลปินเดอะวอยซ์ พร้อมอาหารนานาชนิดในราคาย่อมเยา อาทิเช่น ซี่โครงหมูบาบีคิว ขาหมูเยอรมันหนังกรอบ และอื่นๆ อีกหลายชนิด
โปรโมชั่นพิเศษสำหรับเครื่องดื่ม
บุฟเฟ่ต์เบียร์ 399 บาทต่อท่าน (2 ชั่วโมง)
ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับเครื่องดื่ม เบียร์ ไวน์ และค็อกเทล (เวลา 18.30 น.- 20.30 น. และ 22.00 น.- 23.00 น.)
ทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 น. ถึง 23.00 น.
สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ +66 2 021 8888
หรืออีเมล์มาที่ fnb.bangkok@amarahotels.com
ข้อกำหนดและเงื่อนไข
ราคาดังกล่าวยังไม่รวม 10% service charge และ 7% vat
โปรโมชั่นไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่น และส่วนลดอื่นได้
โรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ ส่วนลด และเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ข้อมูลโรงแรม
โรงแรม อัมรา กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมเปิดใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนถนนสุรวงศ์ ใกล้กับถนนสีลมและสาธร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแหล่งช็อปปิ้งและย่านการเงิน. โรงแรมใหม่ 250 ห้องนี้ เป็นเครือเดียวกันกับโรงแรม Amara Hotels & Resorts Singapore และได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ทั้งนักธุรกิจ และ นักท่องเที่ยว.

เชิญชวนทุกท่านมาทานอาหารที่ร้านขวัญจิตร ชื่อไทยๆ แต่มีความอร่อยของรสชาติทั้งอาหารฝรั่งและอาหารไทย สไตล์ฟิวชั่น

posted Apr 13, 2017, 9:08 AM by Siam Coverage TV   [ updated Apr 17, 2017, 7:21 AM ]


วันนี้เราได้มีโอกาสมาชิมอาหารเมนูใหม่ๆ ที่ร้านขวัญจิตร ชื่อไทยๆ แต่มีความอร่อยของรสชาติทั้งอาหารฝรั่งและอาหารไทย สไตล์ฟิวชั่น เมื่อก่อนเป็น ร้านอาหารแนวร่วมสมัยและเบเกอรี่ ใกล้ ม.เกษตร ที่มีอายุกว่า 60 ปี สำหรับร้านขวัญจิตรนั้นเกิดมาจากร้านกาแฟ และ เบเกอร์รี่เล็กๆ แล้วค่อยๆเพิ่มเมนูอาหารเข้ามา โดยเมื่อก่อนจะมีแค่เมนูประจำวัน จนถึงปัจจุบันที่มีทั้งเมนูประจำ และเมนูที่จะสลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆทุก 3 เดือน


วันนี้เรามาเพิ่มรสชาติชีวิต ด้วยอาหารฟิวชั่น ฟินกับบรรยากาศแสนสุนทรีย์ ที่โดยปัจจุบันเจ้าของร้านที่ดำเนินงานเป็นรุ่นที่ 3 แล้วครับ โดยคุณยอดขวัญ ลุลิตานนท์ CEO หนุ่มเจ้าของร้านขวัญจิตร ที่ได้พัฒนาความอร่อยอย่างต่อเนื่องเพื่อนักชิม ให้ทานของอร่อยๆและสดใหม่ทุกวัน ล่าสุด ได้รังสรรค์เมนูฟิวชั่น 80 เมนูใหม่ ที่ท้าให้ทุกท่านมาชิม กับ ฟิวชั่นหลากหลายสไตล์ ทั้งไทย อิตาเลี่ยน ฝรั่งเศส พิเศษด้วยรสชาติ มากด้วยความใส่ใจอาหารฟิวชั่นหลากหลายสไตล์ ที่คุณยอดขวัญ และเชฟใช้หัวใจในการปรุง คิดค้นสูตรฟิวชั่นกับการบริการเพื่อลูกค้าทุกท่าน เมื่อได้มาลิ้มชิมความอร่อยกันจานต่อจานเลยทีเดียวครับ ถึงแม้ร้านจะเปิดมายาวนาน แต่ตัวร้านได้ถูกดูแลเป็นอย่างดีและปรับปรุงมาตลอด ทำให้ตัวอาคารทั้งภายในและภายนอกยังคงมีความคลาสสิคสบายตา ชื่อเสียงของร้านขวัญจิตร จึงการันตีคุณภาพและความอร่อยของอาหารได้เป็นอย่างดี เมื่อมาทานอาหารที่ร้านนี้คุณจะรู้สึกเหมือนทานอาหารอยู่ในโรงแรมหรู เนื่องจากข้าวของเครื่องใช้คัดสรรมาเป็นอย่างดีบรรยากาศการตกแต่งร้านดูคลาสสิก ด้วยโทนสีม่วง และมีมุมสบายๆ ให้นั่งทานอาหารในสวน มุมนี้เหมาะสำหรับการทานอาหารเย็น เพราะบรรยากาศโรแมนติก ด้านข้างเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ เก้าอี้ไม้สีขาว ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาไปทั่วร้าน
  

สำหรับการเดินทางมาร้าน "ขวัญจิตร" นั้นไม่ยาก เพราะจะอยู่บนถนนพหลโยธินระหว่างซอย 34 กับ 34/1 ครับ ทางเข้าจะเล็กนิดนึงถ้าเผลอๆอาจจะขับเลยก็ได้เพราะวันที่ไปก็ได้ทดลองขับเลยไปแล้ว เอาเป็นว่าถ้ามาจากแยกเกษตรให้สังเกตร้านข้าวผัดปูเมืองทอง ถัดมานิดเดียวก็ถึงร้านขวัญจิตรละครับร้านนี้อยู่ที่หน้าปากซอยพหลโยธิน 34 ป้ายร้านจะเล็กมากๆ นะครับ ถ้าหาไม่เจอให้หาป้ายซอยพหลโยธิน 34 แล้วเลี้ยวเข้าไปเลยครับ ประมาณ 50 เมตรจะมีทางเข้าร้านอีกทางครับ ที่สำคัญภายในร้านมีที่จอดรถสะดวกสบาย


วันนั้นไปชิมเมนูใหม่ๆและได้พบคุณหนึ่ง ยอดขวัญ ลุลิตานนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านขวัญจิตรครับ หลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณหนึ่งก็สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองสบายๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากคือถึงแม้ว่าร้านขวัญจิตรจะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ทางคุณหนึ่งยังมีความกระตือรือล้นที่จะปรับปรุงร้านให้ดีขึ้นตลอดเวลา มีไอเดียต่างๆมากมายทั้งในเรื่องของอาหารและการบริการ


ภายในร้านมีพื้นที่ให้บริการแบ่งเป็น 3 ส่วน มีส่วนที่เป็นห้องอาหารห้องเล็กซึ่งเป็นห้องแอร์เย็นสบาย อีกส่วน เป็นส่วนของ เอ้าดอร์ ตอนกลางวันอาจจะร้อนไปหน่อย แต่ตอนเย็นโซนนี้เป็นโซนยอดฮิตเหมือนกันครับ เพราะบรรยากาศรอบๆ ดีมากๆ และสุดท้าย เป็นส่วนของห้องกระจก ซึ่งบรรยากาศด้านในร้านดีมากๆ แม้ว่าชื่อร้านจะออกไทยแบบเต็มตัว แต่ว่าการตกแต่งบอกได้คำเดียวว่าร่วมสมัยทีเดียวครับสำหรับบรรยากาศด้านนอกห้องอาหาร แขกจะรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนที่ร่มรื่นครับ ต้นไม่ใหญ่ยืนหยัดคู่กับห้องอาหารคอยให้ความร่มเย็น แม้ว่าความเจริญบริเวณรอบๆทั้งคอนโดและรถไฟฟ้าจะค่อยๆคืบคลานเข้ามา แต่ถ้าเมื่อใดที่ได้เข้ามาในบริเวณร้านจะรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น และ คลาสสิคสบายตาครับ

เกริ่นกันมานาน เรามาเริ่มรีวิวและชิมกันเลยดีกว่าครับ…(เมนูเด่นที่แขกทุกท่านมาเยือนแล้วต้องสั่งคือ “ไส้กรอกขวัญจิตร” และ “ขาหมูเยอรมันทอด”)


เมนูแรกกันเลยนะครับ … ไส้กรอกขวัญจิตร (380 บาท) – เมนูเด่นเคียงคู่ร้านมาตั้งแต่ก่อตั้งโดยเฉพาะ ไส้กรอกขวัญจิตรตัวไส้กรอกเป็นแบบโฮมเมด ไส้กรอกเยอรมันสูตรพิเศษ ที่เป็น Signature ของร้านไส้กรอกขวัญจิตร จุดเด่นของเมนูนี้อยู่ที่การเลือกวัตถุดิบชั้นดีมาเป็นส่วนผสมของไส้กรอก และพิเศษตรงที่มีการนำไส้แพะมาทำไส้กรอก ซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่น ประกอบด้วย ไส้กรอกเวียนนาพริกไทยดำ ไส้กรอกเวียนนาพริกขี้หนู และ โบโรน่าอีก 5 ชนิดโบโลน่าหมู และ โบโลน่าเนื้อ (ถ้าไม่ทานเนื้อสามารถเปลี่ยนเป็นหมูหรือแยกเนื้อออกมาได้ครับ)ตัวไส้กรอกเนื้อแน่น ผิวกรอบ รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ มีน้ำซอสใหม่เป็นซอสบาบีคิว เสริฟพร้อมมันบดเนยรสชาติเนียนนุ่มหอมหวาน ปรุงรสด้วยซาวเคราท์ (กะหล่ำปลีดองแบบเยอรมัน) รสเปรี้ยวกำลังดี เข้ากันกับไส้กรอกเยอรมันรสชาติลงตัวทำชื่อเสียงให้ร้านมากว่า 60 ปี จากรุ่นปู่ สู่รุ่นพ่อ ต่อมายังรุ่นลูก


ขาหมูเยอรมันทอด (550 บาท)… หนึ่งในเมนูแนะนำของทางร้านที่ถ้าใครมาก็ต้องสั่งครับ… ขาหมูชิ้นใหญ่ ทอดจนด้านนอกกรอบไม่เลี่ยน แต่ด้านในยังคงความนุ่ม ทางพ่อครัวได้แล่ออกมาเป็นริ้วๆพอดีคำให้แกะทานได้ง่าย ราดด้วยน้ำซ้อสสูตรเด็ดของทางร้านและมีซอสใหม่ๆให้ได้ลอง ทานเพลินแป๊ปเดียวก็หมดขา ถ้ามาช่วงนี่ก่อนสิ้นเดือนเมษายน2560มีโปรโมชั่น ขาหมูเยอรมันราคาปกติ 550 บาท โปรโมชั่น เหลือ 399 บาท ครับ


ข้าวผัดสุกี้หมูทอด (250 บาท) เป็นเมนูใหม่แนะนำครับ รสชาติเหมือนสุกี้แห้งแต่แทนที่จะใช้วุ้นเส้น แต่ใช้ข้าวแทนมาทำเป็นข้าวผัดสุกี้ ใส่เครื่องเคียง เป็นหมูทอด ได้รสชาติ สุกี้ดีทีเดียวครับ


ปลากะพงซอสมะขาม (350 บาท) เมนูใหม่แนะนำเหมือนกันครับ ปลากะพงสดรสชาติดี ราดด้วยซอสมะขาม มีรสชาติอร่อยเพราะความสดของปลาและรสชาติซอสมะขามที่ราดมีรสชาติกลมกล่อม เข้ากันได้ดี


แกงเผ็ดไก่นุ่ม (300 บาท) เป็นเมนูใหม่เช่นกันครับ แกงเผ็ดรสชาติกลมกล่อม เนื้อไก่นุ่ม มีรสชาติแกงเผ็ดแบบไทย รสชาติดีทีเดียว ครับ


สปาเก็ตตี้กระเพราหมูตุ๋น(300บาท) เป็นเมนูใหม่ ได้รสชาติหมูตุ๋นเมื่อนำมาผัดกับสปาเก็ตตี้ รสชาติกลมกล่อมดีทีเดียวครับ


น่องเป็ดตุ๋น (890 บาท) เมนูนี้ดีเพราะรสชาติเป็ดนั้นนุ่ม นำมาทอดมีรสชาติที่กรอบนอกนุ่มใน หอมน่าทาน


ยำเมล่อนกุ้งทอดเทมปุระ (320 บาท) ได้รสชาติของกุ้งทอดที่มีน้ำยำและมีเมล่อน รสชาติแปลกใหม่ดีครับ


ข้าวหรือโรตี แกงมัสมั่นเนื้อ (220 บาท) แกงมัสมั่นเนื้อแกงได้รสชาติอย่างไทยๆและเมื่อแกงกับเนื้อรสชาติเข้ากันดีมากๆ และเมื่อได้ทานกับโรตีเข้ากันดีจริงๆครับ
ดูดีด้วยภาชนะที่ใช้เสริฟ ตาม วิถีไทย สไตล์ฟิวชั่น เห็นแล้วหิวเลยทีเดียวครับ


แถมท้ายอาหารคาวด้วย ขนมจีนน้ำยาปู มีความเข้มข้นได้กลิ่นกระชายและมีเนื้อปูทานกับขนมจีนกับผัก รสชาติแบบไทยๆอร่อยมากๆครับ


ตบท้ายด้วยของหวานแสนอร่อย เช่น กาแฟแช่แข็ง ไอศครีม รัมเรซิ่นเมื่อทานคำแรกก็ได้กลิ่นเหล้ารัมย์หอมกรุ่นทีเดียวครับ รวมทั้ง ไอศครีม ชอคโกแลต แสนอร่อย

นอกจากเมนูอาหารแล้วทางร้านอาหาร "ขวัญจิตร" ยังมีเครื่องดื่มไว้บริการมากมายทั้ง น้ำผลไม้สด/ปั่น กาแฟที่ไม่แพ้แบรนด์ใหญ่ๆ ไวน์ก็มีให้เลือกหลากหลายไว้จับคู่กับอาหาร หรือแม้กระทั่งค็อกเทลทางร้านก็มีเสิร์ฟเช่นกัน

ช่วงนี้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน พศ 2560  มีโปรโมชั่น น้ำอิตาเลี่ยนโซดา พีชโซดา ส้มโซดา เลมอนโซดา ราสเบอรี่โซดา แบล็คคอเรนท์โซดา ซื้อ 1 แก้ว แถม 1 แก้ว 
และน้ำแตงโมปั่น ซื้อ 1 แก้ว แถม 1 แก้ว นะครับ ดื่มแล้วเย็นชื่นใจครับ

ร้านขวัญจิตร ( Facebook : www.kwanchitrrestaurant ) ร้านเก่าแก่ชื่อดังย่านพหลโยธินไม่ไกลจากสี่แยกเกษตร เมนูเด่นของที่สร้างตำนานจนกลายเป็นเมนูที่ใครหลายคนหาโอกาสมาลิ้มรสชาติ ก็คือ ไส้กรอกขวัญจิตร และ กาแฟแช่แข็ง ร้านขวัญจิตร เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน-ไทยประจำย่านเสนานิคมเปิดดำเนินการมากว่า 60 ปีแล้ว บริหารร้านโดยคุณยอดขวัญ ลุลิตานนท์ (คุณหนึ่ง) ทายาทรุ่นที่ 3 ร้านในช่วงแรกเปิดขายไส้กรอกชนิดโฮมเมด ปัจจุบันนำเสนอเมนูอาหารสไตล์โฮมเมดแบบพรีเมี่ยมหลากหลายเมนู ตั้งแต่อาหารฝรั่งอย่างไส้กรอก สเต็ก พาสต้า ซุป สลัด และอาหารไทยจานเดี่ยวที่มีให้เลือกเยอะมากๆด้านพื้นที่ร้านขวัญจิตรมีพื้นที่กว่า 3 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ร่มรื่นเขียวขจี โปร่ง โล่ง มองแล้วสบายตา มีบริการทั้งห้องแอร์ และ โซนเอ้าดอร์ ที่สามารถรับโอโซนริมคลองชมธรรมชาติ บรรยากาศของร้านขวัญจิตรนั้นก็โดดเด่นไม่แพ้อาหาร โดยตอนกลางวันตัวร้านจะเป็นแนวคาเฟ่นั่งทานอาหารแบบสบายๆ ส่วนตอนกลางคืนตัวร้านจะแปลงกายเป็นร้านอาหาร Fine Dining สุดโรแมนติกที่มีที่นั่งให้เลือกทั้งอินดอร์ใต้แสงเทียนและเอาท์ดอร์ริมสระน้ำเปิดบริการทุกวัน 08.30น.– 22.00น. ก็ได้สร้างความประทับใจในรสชาติอันกลมกล่อม ถูกลิ้นให้ผมทีเดียวครับอาหารที่นี่สามารถทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยอาหารที่รสชาติและคุณภาพเยี่ยมที่สำคัญจานใหญ่มาก บรรยากาศร้านสวย การบริการดี ส่วนราคาก็ตามคุณภาพครับ อาจจะสูงไปหน่อย แต่ว่าคุณภาพกับปริมาณที่ทำออกมา ถือว่าคุ้มค่านะครับแต่ละจานปริมาณค่อนข้างเยอะแต่ถ้าไปกัน 5 คน แต่สั่งมา 7 อย่าง เรียกได้ว่าอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้าที่เดียว ถ้าไปกัน 2 คนแนะนำให้สั่งมาลองดูก่อนแค่ 2 เมนู ครับ แล้วค่อยสั่งเพิ่มว่าพอหรือเปล่า เพราะแต่ละจานใหญ่มากจริงๆ และหากไปในวันหยุดผมแนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าที่ร้านก่อนเข้าไปทานนะครับ เพราะว่าช่วงวันหยุดลูกค้าที่มาใช้บริการค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ใครสนใจทานไส้กรอกอร่อยๆเทพๆก็ไปลองกันได้ที่ ร้านขวัญจิตร พหลโยธิน 34 ครับ 

ร้าน ขวัญจิตร  
เลขที่ 2022 ซอยพหลโยธิน 34 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-579-1840

แผนที่ ร้าน ขวัญจิตร ครับ
  

   

1-10 of 11